เรื่องเล่า...จากหลังโรงเรียน


           เรื่องราวหนึ่งเกิดขึ้นกับตัวของผมเองเมื่อตอนยังเป็นเด็ก 10กว่าปีผ่านมาแล้ว ซึ่งอาศัยอยู่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน โดยทั่วไปผมก็ไม่ต่างจากเด็กคนอื่นที่มีความอยากรู้อยากเห็น ตอนนั้นผมจำความได้ว่าเรียนอยู่ประมาณ ป.3 ในโรงเรียนเอกชน โรงเรียนมีการส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งทักษะทางวิชาการ ผมก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเพราะไม่ต้องเรียน ซ้อมแข่งทักษะทั้งวัน เวลาคุณครูมีสอนก็แอบเล่นบ้าง แล้วมีอยู่วันหนึ่งเพื่อนผมมีชื่อว่า ต้อ อุตริชวนเพื่อนเล่น “ผีเหรียญบาท” ขึ้นมา ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่ได้คิดอะไร เพื่อนช่วยเล่นอะไรก็เล่นไป

            ประวัติที่ดินของเกือบทุกโรงเรียน คือ เคยเป็นป่าช้าบ้างหรือเคยเป็นสนามรบบ้าง และแน่นอนว่าโรงเรียนของผมก็มีประวัติไม่ต่างจากนั้น คือเป็นป่าช้าเก่า มีต้นโพธิ์ต้นหนึ่งผูกผ้าเจ็ดสีอยู่หลังห้องน้ำข้างบ้านพักครู หลังโรงเรียน บริเวณนั้นมีโต๊ะนักเรียนเก่า ๆ ที่ไม่ใช้แล้ว เตียงในห้องพยาบาลที่ไม่ใช้แล้ว ภารโรงนำมาเก็บไว้แถวนี้ จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้แหละครับ

Advertisement

Advertisement

ภาพที่เก็บของ

            ภาพจาก​ : Worachot​  Tana

            เมื่อต้อชวนผมกับเพื่อนอีกสองคน คือ กรเป็นผู้ชาย และอีกคนเป็นผู้หญิง ต้อก็ถือกระดาษที่เขียนไปด้วยตัวพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เต็มกระดาษออกมา ผมคิดในใจแล้วว่าทำไมเตรียมมาพร้อมขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร อีกทั้งไม่มีเวลาเล่นมากเพราะต้องมาซ้อมแข่งทักษะต่อ จึงไปที่ภารโรงเก็บของที่แถวห้องน้ำหลังโรงเรียนทันที เพราะกลัวว่าครูจะมาเห็นที่ตรงนี้ก็เป็นที่ลับตาครูพอดี เลยไปนั่งที่เตียงห้องพยาบาลอันเก่า นั่งกันครบล้อมวงเสร็จ ต้อจัดการวางกระดาษพร้อมกับเหรียญบาทวางไว้ตรงกลาง เริ่มท่องนะโมสามจบ แล้วขออัญเชิญดวงวิญญาณที่อยู่แถวนี้มาอยู่ในเหรียญบาทด้วยเทอญ รอไปยังไม่ถึงนาที กรพูดขึ้นมาว่าไม่เห็นจะมีอะไรเลย ผมประหลาดใจมากเมื่อกรพูดไม่ทันขาดคำเหรียญเริ่มขยับ ผมจึงพูดบอกกับเพื่อน ๆ ว่า เห้ย!! เหรียญขยับแล้ว

Advertisement

Advertisement

            เหรียญค่อย ๆ เคลื่อนไปเรื่อย ๆ โดยที่พวกผมนั้นยังไม่มีใครได้ถามอะไร ผมคิดในใจ-ไม่เห็นเหมือนในหนังเลย เหรียญเลื่อนไปใกล้มุมกระดาษแล้วหยุด ตรงนั้นเป็นตัวอักษร ‘อ’ เหรียญขยับอีกครั้งแล้วกลับมา ‘อ’ เหมือนเดิม แล้วย้ายไป ‘ก’ แล้วไป ‘ไ’ และไปหยุดที่ ‘ป’ พวกผมพยายามประติดประต่อคำ ซึ่งมันเป็นคำว่า “ออกไป” แน่นอนครับกว่าตอนนั้นผมขนลุกซู่ เพื่อนคนปากไวที่ชื่อกรเอ่ยออกมาว่า เพิ่งจะมาจะให้ไปแล้วเหรอไง!? ด้วยผมกลัวเรื่องผีหน่อย ๆ เลยตบหัวเพื่อนเข้าให้ เหรียญเริ่มขยับอีกรอบแต่มีความเร็วเพิ่มขึ้น ผมถึงกับต้องผงะ!! เมื่อเหรียญมันวนอยู่ที่ อ - อ - ก - ไ – ป ซ้ำ ๆ ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่เป็นคำ แล้วก็มีเสียงกรี๊ดออกมาจากเพื่อนผู้หญิง หันไปมองปรากฏว่าเพื่อนร้องไห้อยู่ แล้วเตียงมันก็ค่อย ๆ แอ่นลงโค้งเหมือนก้นกระทะ เหมือนกับว่ามีของหนักใหญ่มาวางไว้กลางเตียงอย่างไงอย่างงั้น เป็นที่น่าสงสัยว่าพวกผมสี่คนนั่งอยู่คนละมุมเตียง ตรงกลางมีแค่แผ่นกระดาษกับเหรียญเท่านั้น แต่ก็ไม่ทันได้คิดอะไรมากหรอกครับ ต่างพากันวิ่งกรูไปที่ห้องซ้อมทักษะและสงบสติอารมณ์กันก่อน เพราะแต่ละคนพูดได้เลยว่าขวัญเสียกระเจิงไปหมด แต่พยายามปลอบเพื่อนผู้หญิงที่ร้องไห้เพราะกลัวครูจับได้แล้วโดยตี อีกใจก็อยากรู้ความจริงทำไมต้องร้อง และคำตอบที่ได้รับกลับมาจากเพื่อนคนนั้นคือ เขาเห็นเงาเหมือนผู้ชายร่างใหญ่นั่งอยู่กลางเตียงแล้วหันมาแสยะยิ้มให้เธอ แล้วเตียงก็ค่อยแอ่นลง ผมถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก มันเป็นคำบอกเล่าจากเธอ ซึ่งมันคือเรื่องจริง และสิ่งที่ตรึงตราอยู่ให้หัวผมคือ ชายคนนั้นเขาหันมาแสยะยิ้มให้กับเธอ

Advertisement

Advertisement

            นับแต่วันนั้นมา เพื่อนผู้หญิงก็ป่วยรักษาหมอไหนก็ไม่หายและไปแข่งทักษะไม่ได้ ทำให้เธอพลาดโอกาสนั้นไป และผมได้มารู้ความจริงที่เธอหายป่วยทีหลังคือ แม่ของเธอพาเธอไปหาหลวงพ่อที่วัด คำแรกที่หลวงพ่อทักคือ ไปลองดีกับใครเขามา เท่าที่ผมรู้เรื่องราวของเธอมีเพียงเท่านี้เพราะหลังจากนั้นเธอก็ไม่มาเล่นกับพวกผมอีกเลย