ภาพโดย Mystic Art Design จาก Pixabay

เขียนโดย  อ.อเวจี


 

ภูบดินทร์รีสอร์ต...   เป็นรีสอร์ตเก่าถูกปล่อยทิ้งร้างมาเกือบสามปีแล้ว  หลังเจ้าของหายตัวไปอย่างลึกลับ  ภูบดินทร์รีสอร์ต เกิดขึ้นจากความคิดของ คุณภูมิ  หนุ่มใหญ่วัย  50  ปลายๆทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่งของจังหวัด

เนื้อที่เกือบ 5   ไร่  ร่มรื่นด้วยพืชพันธุ์พื้นบ้านที่เจ้าตัวอนุรักษ์เอาไว้  ขณะยังเปิดให้บริการกับเหล่านักท่องเที่ยว  ส่วนใหญ่มาจากในตัวเมือง  เป็นลูกค้าประเภทค่อนข้างมีฐานะ  เพราะสนนราคาค่าพักค่อนข้างแพง   หลังคุณภูมิหายตัวไป   กิจการที่ไม่มีคนสานต่อ   ก็กลายเป็นป่ารกชัฏไปโดยปริยาย   ด้วยเดิมทีเต็มไปด้วยไม้ใหญ่อยู่แล้ว

บางครั้งจะมีคนได้ยินคล้ายกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวแว่วออกมาจากบริเวณภูบดินทร์รีสอร์ต  สร้างความหวาดหวั่นขวัญผวาให้กับผู้อยู่ใกล้รีสอร์ต  ยิ่งนานวัน  ภูบดินทร์รีสอร์ตก็ยิ่งมีเรื่องน่ากลัวเล่าขานปากต่อปาก  ทำให้ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าใกล้โดยเฉพาะในยามค่ำคืน

Advertisement

Advertisement

ในค่ำคืนอันเงียบสงัด   เพียงแค่ลมรำเพยยังได้ยิน  นกแสกส่งเสียงแล้วทะยานฝ่าม่านราตรี  จู่ๆ  เสียงหนึ่งหวีดแหวกอากาศ

“กรี๊ดดดดดด!”

ก่อนจะเงียบงันไป   รุ่งเช้าเรื่องเสียงกรีดร้องดังกล่าวก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาของกลุ่มชาวบ้าน  ยิ่งคุย  ยิ่งดัง  ยิ่งคุย ยิ่งเลื่องลือในแง่ความน่าสะพรึงกลัว

โพล้เพล้วันหนึ่ง   รถยนต์แบบอเนกประสงค์ราคาแพงหมุนล้ออย่างเงียบเชียบมาจอดอยู่หน้าประตูทางเข้าภูบดินทร์รีสอร์ต  ผู้เปิดประตูก้าวออกมาเป็นชายหนุ่มวัยประมาณ 20  เศษ  แต่งกายดี  ผิวพรรณค่อนข้างขาวซีด 

หนุ่มผิวขาวกวาดสายตามอง  แต่ละแวกนั้นไม่มีใครสักคนพอที่จะถาม  จนกระทั่ง...สายลมกระโชกวูบ  นาทีนั้นเอง  ประตูรั้วที่ปิดตายมาสามปีกว่าแล้วกลับค่อยๆเลื่อนออกราวกับมีคนมาเปิด 

Advertisement

Advertisement

ชายหนุ่มผิวขาวพูดกับใครสักคนแล้วกลับเข้าไปในรถ  ก่อนจะเคลื่อนหายเข้าไปในรีสอร์ต  และประตูรั้วก็ค่อยๆเลื่อนปิดลง  ทั้งๆที่ไม่เห็นว่าจะมีใครเลย  แต่...ภาพที่ชายหนุ่มผิวขาวเห็นต่างออกไป  กล่าวคือ  เขาเห็นว่าภูบดินทร์รีสอร์ตนั้นงดงาม  สงบร่มรื่น  เหมือนเป็นรีสอร์ตที่เหมาะสำหรับการเข้ามาพักผ่อนตามปกติ   และคนที่เปิดประตูต้อนรับเขาก็คือ  คุณภูมิ  หนุ่มใหญ่เจ้าของภูบดินทร์รีสอร์ตนั่นเอง!

ชายหนุ่มผิวขาวจนซีดมาพร้อมกับหญิงสาววัยเดียวกัน  ท่าทางเหมือนเป็นคู่รัก

“ผมชื่อ  วิทยาครับ”  ชายหนุ่มแนะนำตัว   “ส่วนนี่แฟนผมครับ  ชื่อหน่อย”

“ยินดีต้อนรับสู่ภูบดินทร์รีสอร์ตครับ”

น้ำเสียงของคุณภูมิ  เย็นยะเยือกอย่างประหลาด  แม้แต่ชายหนุ่มผิวขาวซีดยังต้องเผลอลูบแขนของตัวเอง “หนาวจังครับ”

Advertisement

Advertisement

“กำลังเย็นสบายต่างหากล่ะคะวิท”  แฟนสาวเอ่ย  สายตาของเธอที่ชายมองไปสบกับหนุ่มใหญ่เจ้าของภูบดินทร์รีสอร์ตมีความหมายประหลาด 

วิทยาสะกดความรู้สึกชนิดหนึ่งเอาไว้ได้ทัน  เขาไม่อยากให้บรรยากาศในการมาพักผ่อนต้องเสียไป  เพราะระหว่างเขากับแฟนสาวเพิ่งปรับความเข้าใจกันได้  ก่อนจะตัดสินใจพากันเดินทางมาท่องเที่ยวต่างจังหวัด  โดยเลือกภูบดินทร์รีสอร์ตเป็นสถานที่พักในคืนแรก  ผู้หญิง...บางครั้งก็ยากจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ 

ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน วิทยา  รู้จักภูบดินทร์รีสอร์ตมาจากการเสิร์ชหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต   และช่วงเวลานั้นเขากับแฟนสาวกำลังมีเรื่องระหองระแหง  จนกระทั่งเธอหอบเสื้อผ้าออกจากคอนโด   ยามที่เธอจากไปแล้วนั่นแหละ  วิทยาจึงรู้ว่าชีวิตเขา  หากต้องขาดเธอ  คงยากที่จะอยู่ต่อ

หน่อยเป็นคนสวย  อัธยาศัยดี  อีกอย่างด้วยหน้าที่การงานของเธอจำเป็นต้องออกไปพบกับลูกค้าข้างนอก  เธอจึงต้องดูดีเสมอ  ส่วนวิทยา   ไม่ค่อยได้ออกไปเจอหน้าใครมาก  ชีวิตในแต่ละวันประจำการอยู่ในออฟฟิศ  จึงเป็นที่มาของความไม่เข้าใจ

เขาไม่เข้าใจเธอมากกว่าเธอไม่เข้าใจเขา   วิทยายอมรับว่า เขาหึง  และแรงหึงนั่นเองจึงทำให้ผู้ชายดีๆคนหนึ่งกลายเป็นผู้ชายที่น่ารำคาญ วิทยาเข้าใจความบกพร่องของตัวเอง  ดังนั้น  เขาจึงต้องพยายามปรับปรุงนิสัยใจคอของตัวเอง

“คุณมันงี่เง่า  น่าเบื่อ”

การถูกหญิงสาวคนรักพูดใส่หน้าแบบนี้  วิทยาแทบไม่ได้ตอบโต้ใดๆ  เขาก้มหน้าไม่กล้าสู้สายตาของเธอ   นั่นเป็นเพราะว่าบางครั้งแม้แต่เขาเองก็รับรู้ถึงความงี่เง่าและน่าเบื่อ  แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อแฟนสาวของเขาน่ารักน่าทะนุถนอมถึงเพียงนี้

“ผมขอโทษ”

นั่นคือคำพูดที่วิทยาเอ่ยกับเธอ   มันเป็นเพียงรูปประโยคเดียวที่พอจะทำให้หญิงสาวหันกลับมามองหน้าเขาได้อีกครั้ง

“ถ้าคุณงี่เง่าอีกครั้ง   ฉันจะไม่ให้อภัยคุณอีกเลย”

หญิงสาวยื่นคำขาด  และวิทยาก็รับปากอย่างหนักแน่น  ดูสิ  เพียงไม่เท่าไหร่   แค่เห็นเธอชายตาแลหนุ่มใหญ่ดูดีอย่างคุณภูมิ  เจ้าของรีสอร์ตแห่งนี้   เขายังไม่สบอารมณ์  ซึ่งเรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาอีกยาวนาน 

วิทยายอมรับว่า  เพื่อนๆของเขามีน้อยเกินไป  อีกอย่างด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยชอบออกไปเผชิญกับโลกภายนอกมากนัก ทำให้วิสัยทัศน์ของเขาคับแคบ  ถ้าหากจะต้องใช้ชีวิตกับแฟนสาวคนนี้ต่อไป  เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้

คุณภูมิพาเข้าพักในเรือนที่อยู่ลึกเข้าไป... 

“ที่นี่เงียบดีจังค่ะ”  แฟนสาวของวิทยาดูจะให้ความสนิทสนมกับหนุ่มใหญ่เจ้าของรีสอร์ตได้ค่อนข้างรวดเร็ว  แต่นั่นก็เป็นนิสัยปกติของเธอ 

หนุ่มผิวขาวซีดหิ้วกระเป๋าเข้าห้องพักก่อน  พลางสูดลมเข้าปอดเพื่อปรับอารมณ์เรียกสติกลับคืนมา   นี่เป็นเพียงบททดสอบเท่านั้น  แว่วได้ยินเสียงพูดคุยของแฟนสาวกับคุณภูมิ  ชายหนุ่มขยับจะก้าวออกจากห้อง  แต่จู่ๆกลับรู้สึกมึนหัวจนต้องขยับไปนั่งบนเตียง 

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

หนุ่มผิวขาวซีดหลุดปากอย่างงุนงง   และนาทีนั้นก็นึกถึงน้ำดื่มที่แฟนสาวเป็นคนลงไปซื้อข้างทางมาให้เขาดื่ม  ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของเธอ  แต่ไม่มีเหตุผลใดๆมาหักล้างว่าไม่ใช่ฝีมือของเธอ   ในเมื่อนัยน์ตาของชายหนุ่มพร่าเลือน  หัวใจกระตุกเต้นผิดจังหวะ  องคาพยพเริ่มสั่นระริก 

เขาฟุบใบหน้ากับเตียง  พยายามเรียกสติกลับคืนมา   แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ...

ช่วยด้วย...  ชายหนุ่มส่งเสียงเรียก  ทว่าไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก  เขารู้ตัวเพียงอย่างเดียวว่า  กำลังจะตาย 

เสี้ยววินาทีนี้สามารถรับรู้ได้เพียงแค่  หัวใจที่บีบรัดอย่างรุนแรง

อีนังทรยศ  กูจะอาฆาตมึงทุกๆชาติ...  ชายหนุ่มคำรามโดยไร้เสียง  ก่อนจะไม่รู้สึกอะไรเลย  ทุกสิ่งทุกอย่างดับวูบในบัดดลนั้น

นอกห้อง   ม่านแห่งรัตติกาลกำลังจะปกคลุมลงมาเหนือภูบดินทร์รีสอร์ต  หญิงสาวผู้มาพร้อมกับชายหนุ่มกำลังพูดคุยอย่างออกรสอย่างสนิทสนมกับคุณภูมิ   โดยไม่สนใจสักนิดว่าแฟนหนุ่มยังรอคอยอยู่ในห้อง   แววตาของหญิงสาวมีประกายบางอย่าง  รอยยิ้ม เสียงหัวเราะเหมือนจะเย้ายวนและเชื้อเชิญอยู่ในที  

ท่าทางของหนุ่มใหญ่เอง  ตอนแรกดูเหมือนจะเกรงใจแฟนหนุ่มของเธอ  ทว่า...เพียงไม่เท่าไหร่  แววตาของเขาก็มองหญิงสาวอย่างมีความหมาย

“จะน่าเกลียดไหมครับ  ถ้าผมจะเชิญคุณกับเอ้อ...”

“เพื่อนชายของฉันนะหรือคะ”  หญิงสาวชายตาไปยังห้องพักที่แฟนหนุ่มยังอยู่ในนั้น  “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ  ป่านนี้เค้าคงหลับไปแล้ว  เห็นบ่นว่าขับรถเหนื่อยมาก”

“ถ้างั้น...”

“ฉันอยากดื่มกับคุณภูมิ  เปรี้ยวปากจังค่ะ  คงไม่น่าเกลียดนะคะ”

หญิงสาวหัวเราะระริก 

“อ้อ  ไม่เลยครับ”

หนุ่มใหญ่ผายมือ  แล้วก้าวพาหญิงสาวไปยังเรือนหลังใหญ่สุดของภูบดินทร์รีสอร์ต   รัตติกาลปกคลุมจนมืดมิด   ทว่าหญิงสาวกลับเห็น....แสงสว่างจากหลอดมนุษย์ประดิษฐ์ถูกเปิดจนทั่วบริเวณ  ทั้งๆที่ภูบดินทร์รีสอร์ตจมอยู่กับความมืด!

จนกระทั่งเธอก้าวตามคุณภูมิเข้าไปในเรือนหลังใหญ่

หญิงสาวถูกเชื้อเชิญให้นั่งรอ   ส่วนคุณภูมิเดินหายเข้าไปในห้อง   ระหว่างนี้เอง  หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง  เพราะเพียงแค่คล้อยหลังหนุ่มใหญ่ไปไม่เท่าไหร่  แสงสว่างที่เธอเห็นก็ดับวูบลง  

ตอนแรกเข้าใจว่าไฟดับ   นั่งรอสักพัก   ไฟยังไม่ติด  หนุ่มใหญ่ก็ยังไม่เดินออกมา  หญิงสาวเริ่มกระสับกระส่าย  ขนลุกชูชันขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อสายลมที่รำเพยผ่านเข้ามานั้นฉุดอุณหภูมิให้เย็นลงอย่างประหลาด   สายตาของหญิงสาวเริ่มคุ้นชินกับความมืดสลัว  ภาพที่เห็นขณะนี้  เริ่มทำให้เธอเกิดอาการตาค้าง...

เหมือนบ้านร้าง!

“คุณภูมิคะ”

หญิงสาวพยายามทำลายความเงียบด้วยการส่งเสียงเรียกหนุ่มใหญ่  แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ  นอกจากความเงียบ 

นาทีนี้หญิงสาวเริ่มรู้แล้วว่า  ไม่ธรรมดา   นึกถึงแฟนหนุ่ม  ใจหายวาบ  เพราะรู้ดีว่ายาที่เธอใส่ลงไปในเครื่องดื่มให้เขานั้นรุนแรงเพียงใด  หญิงสาวขยับลุก  กลอกตาไปมาอย่างหวาดระแวง 

“คุณภูมิคะ...  คุณภูมิ...”

“.....”  

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ  หญิงสาวหมดความอดทน   หมุนร่างทำท่าจะขยับก้าวออก  แต่...นาทีนั้น  เสียงหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับ  ก่อนจะมีอาการชะงักงัน  ม่านตาขยายเบิ่งกว้าง  เลือดในกายเย็นเฉียบ  องคาพยพเหมือนกับถูกตรึงให้แน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

เพราะหนุ่มใหญ่ที่เธอเห็นแล้วเกิดความประทับจิตประทับใจตั้งแต่วินาทีแรก    กลับกลายเป็นตัวอะไรสักอย่าง  มันคืออสุรกายร่างใหญ่  แต่งกายด้วยชุดของคุณภูมิ   แต่สภาพขาดวิ่น  กลิ่นเหม็นสาบสาง  ดวงตาขนาดใหญ่จนดูเหมือนกับจะเบิกถลนออกมานอกเบ้า

หญิงสาวอยากร้องออกมาให้สุดเสียง  และอยากกระชากร่างวิ่งให้เร็วที่สุด    ทว่ากลับทำได้แค่ยืนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม  ปล่อยให้อสุรกายร่างใหญ่เดินมาหยุดตรงหน้า   ม่านตาของหญิงสาวขยายเบิ่งกว้างกว่าเดิม  เพราะเห็นชัดว่าผู้ยืนอยู่ตรงหน้าก็คือคุณภูมิ  แต่ไม่ใช่คุณภูมิที่ยังมีชีวิตอยู่แน่ๆ 

“กรี๊ดดดดด!”

หญิงสาวกรีดร้องออกมาในที่สุด ก่อนจะหมุนร่างแล้วทะยานออกไป  แต่ไม่ทันถึงพื้นก็ชนตึงเข้ากับร่างของอสุรกายตนเดิม

“กรี๊ดดดดด!”

“หึๆๆ... ฮึๆๆๆ... ฮ่ะๆๆ!”

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นอีกหลายสิบครั้ง  ท่ามกลางความเงียบสงัด  เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือนั้นถูกสายลมหอบไปไกล  หมาส่งเสียงหอนรับ  หากใครนอนไม่หลับในคืนนั้น  ไม่มีใครกล้าโผล่ออกมานอกโปงผ้าห่มอย่างเด็ดขาด จนกระทั่งเช้าของอีกวัน 

เถาวัลย์รกเรื้อรายรอบอาณาบริเวณภูบดินทร์รีสอร์ต  ปกปิดไม่ให้ใครมองเข้าไปเห็นว่าข้างในมีความเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นบ้าง  และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะมาด้อมๆมองๆสังเกตการณ์  นอกจาก...มีเรื่องเลื่องลือต่อๆกันมาว่า  นับวันผีในรีสอร์ตร้างจะมีเพิ่มขึ้น

ใครล่ะจะเป็นผู้พิสูจน์ความเฮี้ยนคนต่อไป?!