เมื่อพูดถึงบุรีรัมย์แล้วสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คงไม่พ้นปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเขมรโบราณที่มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก ๆ แห่งหนึ่ง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสถานที่แห่ง​นี้​ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อพบเห็นของจริงสุดตระการตานั่นเอง

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทพนมรุ้ง เป็นปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา (คือเส้นทางเชื่อมโยงบ้านเมืองชั้นในของอาณาจักรขอมโบราณ) ปราสาทหินโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ไม่ปะทุแล้วดับสนิทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนชื่อพนมรุ้งนั้นเป็นภาษาเขมรแปลว่าภูเขาใหญ่สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญมาก ๆ แห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ถ้าสังเกตดี ๆ ละก็จะเห็นว่าปราสาทพนมรุ้งนั้นเป็นภาพพื้นหลังตราสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดด้วยล่ะ

ทางขึ้นเขาเมื่อนั่งรถขึ้นไปบนเขาสูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบหาที่จอดรถเหมาะ ๆ ได้แล้วเดินไปข้างในหน่อยก็จะเจอกับร้านค้ามากมายส่วนใหญ่แล้วเป็นของฝาก พอเดินไปเรื่อย ๆ อีกจะเป็นทางขึ้นเขาพนมรุ้งจริง ๆ ทางผ่านจะมีที่เก็บค่าเข้าชมอยู่ด้วยคิดว่าเก็บไว้บูรณะและจ้างคนทำความสะอาดไม่แพงมาก ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาอาจจะได้ในราคาที่ถูกหน่อยบางทีก็ไม่ได้จ่ายเลย ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยจะถูกกว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยราคาจะติดไว้ตรงที่เก็บเลย พอผ่านจุดนั้นไปแล้วก็จะขึ้น ๆ ลง ๆ บันไดหลายขั้นมาก ๆ ต้องเดินเอาด้วยถ้าใครขาไม่ดีแนะนำให้หาเพื่อนไปเยอะ ๆ เลยจ้าจะได้ให้เพื่อนช่วยกันแบก เมื่อขึ้นมาถึงจุดหนึ่งก็จะเห็นตัวปราสาทใกล้ขึ้นแต่ระยะทางก็ยังไกลอยู่แล้วต้องขึ้นบันไดอีกหลายขั้นเดินลงบันไดตรงที่มีต้นไม้ให้นั่งพักได้ตรงนี้มีดอกไม้ด้วยนะ

Advertisement

Advertisement

ทางขึ้นล่ะดอกไม้

ต่อไปก็จะเข้าสู่จุดที่ถูกเรียกว่าสะพานนาคราช เป็นทางเดินทอดยาวก่อนถึงบันไดทางเดินทั้งสองข้างประดับด้วยเสาเรียกว่าเสานางเรียงข้างละ 35 ต้น ใครไปก็ลองเดินนับดูเล่น ๆ ได้ ผังกากบาทยกพื้นสูงราวสะพานเป็นลำตัวพยานาค 5 เศียร ตามความเชื่อในสมัยโบราณเชื่อว่าเป็นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า

Advertisement

Advertisement

เสานาง

เมื่อเดินขึ้นบันไดมาอีกหลายสิบขั้นก็จะเจอตัวปราสาทประธานตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง ซึ่งในวันที่ 3-5 เมษายน และ วันที่ 8-10 กันยายนของทุกปี เวลาพระอาทิตย์ขึ้นแสงจะส่องลอดประตูทั้ง 15  ช่องทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านจะเดินทางมารอชมความอลังการนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีวันที่ 6-8 มีนาคม และวันที่ 6-8 ตุลาคมของทุกปี พระอาทิตย์ตกก็ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 ช่องเช่นกัน ทำให้เกิดมีความเชื่อขึ้นว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ การรับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านศิวลึงค์ที่ตั้งอยู่กลางปราสาทหินพนมรุ้งเป็นการเสริมพลังชีวิตและสร้างความเป็นสิริมงคลของผู้ที่พบเห็น แต่ปรากฏการณ์นี้ก็มีคำอธิบายว่าการที่แสงลอดผ่านประตูทั้ง 15 ช่องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญแต่อย่างใด แต่มันถูกคำนวณมาแล้วอย่างดีโดยบรรพชนเนื่องจากในอดีตนั้นไม่มีเครื่องมือในการสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มากมายเหมือนปัจจุบันการสร้างประตูแต่ละบานเพื่อให้ตรงกันนั้นจึงใช้แสงอาทิตย์มาช่วย โดยเราจะเห็นเส้นตรงที่ขีดตัดกันมากมายบนหินหน้าปราสาทประธานสันนิษฐานกันว่าเส้นตรงเหล่านั้นถูกขีดตามแสงอาทิตย์เพื่อสร้างประตูด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น

Advertisement

Advertisement

ปราสาท​ประธาน​

ในบริเวณรอบ ๆ ปราสาทประธานจะเห็น ปราสาทอิฐสององค์ ปรางค์น้อย และบรรณาลัยนอกจากจะได้ชมความงดงามแบบโบราณแล้วเรายังได้ชมความประณีตในการสลักหินของอดีตด้วยนะ

...

 

ปราสาทหินพนมรุ้งแห่งนี้ไม่ได้มีแค่คนไทยแต่มีชาวต่างชาติมากมายที่เดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อชมความงดงามวิจิตรตระการตาของที่นี่ อย่าลืมทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีนะจ๊ะ เมื่อชมความงดงามของอาณาจักรขอมโบราณและถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็เดินทางกลับกันได้เลย อย่าลืมแวะซื้อของฝากกันด้วยนะ

ทางออก


ภาพ​โดย.​ เจ้าของ​บทความ​