เขากำไม้ในมือแน่น เหงื่อผุดพราว หัวใจเต้นรัวจนได้ยินเสียงชัดเจน สายตาเพ่งมองออกไปข้างหน้า เห็นร่างของชายคนหนึ่งกำลังเดินใกล้เข้ามา เสียงพูดคุยอ้อแอ้ตามลำพังบ่งบอกว่าชายคนนั้นกำลังอยู่ในสภาพเช่นไร

‘เรื่องนี้ไม่มีใครรู้หรอก แค่เอ็งทำตามที่ข้าบอก หลังจากนั้นข้าจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง’

คำพูดของใครอีกคนดังก้องอยู่ในหัว เหมือนกับจะย้ำเตือนว่า เขาไม่มีทางเลือก ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น

คนเมาใกล้เข้ามา ความคิดอันสับสนกระจัดกระจายเริ่มถูกแทนที่ด้วยความชั่วร้ายมั่นคง เขาเริ่มนับเวลาถอยหลัง ในที่สุด ชายผู้อยู่ในสภาพเมามายก็เข้ามาอยู่ในระยะลงมือ

เขาออกจากที่ซ่อน คนเมาชะงักนิดหนึ่ง แต่คงไม่มีเวลาพิจารณาด้วยซ้ำว่าผู้ที่ออกมาขวางทางนั้นเป็นใคร

ผัวะ!

ไม้ในมือถูกหวดเข้าใส่คนเมาสุดแรง เหยื่อล้มลงดิ้นพราด เขาเงื้อไม้หมายจะซ้ำ แต่เสียงมอเตอร์ไซค์ดังแทรกเข้ามาทำให้เขาต้องรีบทิ้งไม้แล้วผละหนีไป

Advertisement

Advertisement

เขามาปรากฏตัวอีกครั้งที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง เจ้าของบ้านเป็นชายวัยกลางคน ท่าทางดูมีเล่ห์เหลี่ยมชอบกล

“เอ็งไม่ต้องห่วงทางนี้ หนีไปซะ กบดานซักพัก เรื่องทางนี้ข้าจัดการเอง”

“ผมห่วงแม่”

“ข้ารับปากเอ็งแล้วว่าจะช่วยดูแลจนกว่าจะตายกันไปข้าง แต่เรื่องนี้เอ็งไม่ต้องห่วงไปหรอก ข้าจะทำตามที่พูด พรุ่งนี้ข้าจะนำตัวแม่เอ็งไปอยู่ในโรงพยาบาล ให้หมอดูแลอย่างดีที่สุด”

“ขอบคุณมากครับน้า ขอบคุณจริงๆ”

“ไม่เป็นไร เรามันญาติกันนี่หว่า”

เจ้าของบ้านตอบ คำพูดอาจฟังดูดี แต่ดวงตาลุกวาวซ่อนแววเหลี่ยมเล่ห์ไม่มิด 

เขาไม่ได้ย้อนกลับบ้านด้วยซ้ำ เพราะผู้เป็นน้าได้ให้คนขี่มอเตอร์ไซค์พาไปขึ้นรถในตัวอำเภอเสียในคืนนั้น

เขาพยายามลืมเหตุการณ์ทั้งหมด พยายามไม่รับรู้ว่าเพราะเหตุใดน้าจึงใช้ให้เขาเล่นงานพี่ชายของน้าอีกคน เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง เขาเป็นเพียงคนนอก แม้จะเป็นญาติห่างๆแต่ไม่รู้ว่าพวกเขามีความขัดแย้งอะไรกัน

Advertisement

Advertisement

เกือบ 10 ปีผ่านไป เขาจึงย้อนกลับบ้านเกิด...

แม่เสียชีวิตตั้งแต่ปีแรกที่เขาหนีหายออกจากบ้าน เขาไม่ติดใจเรื่องนี้ เพราะแม่ป่วยหนักมีโรคประจำตัวหลายอย่าง  น้าเป็นคนช่วยจัดการงานศพของแม่จนเรียบร้อย  ส่วนเรื่องราวความบาดหมางระหว่างน้ากับญาติๆนั้น ดูเหมือนว่าได้ปิดฉากลงแล้วเช่นกัน  เขาไม่กล้าถามถึงคนที่เขาแอบทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งได้ข่าวระแคะระคายเข้าหูเองว่า ผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นเสียชีวิตแล้วเช่นกัน   ตายเพราะเลือดคั่งในสมอง 

เขากลืนน้ำลายเหนียวคอ พยายามไม่คิดอะไรมาก ในเมื่อไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ก็ควรจะเป็นความลับไปจนชั่วชีวิตของเขา

 

กาฬสินธุ์  เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสานที่กลายเป็นแหล่งปลูกยางพาราที่สำคัญ และที่นี่คือบ้านเกิดของเขา...

Advertisement

Advertisement

เขาลุกขึ้นตอน 5 ทุ่ม อาบน้ำแต่งตัว คว้าอุปกรณ์จำพวกไฟฉายคาดหัว มีดกรีดยาง ไม่ลืมโทรศัพท์รุ่นที่ใช้ฟังวิทยุได้  ก่อนจะขี่จักรยานออกจากบ้าน

ขณะนี้ อายุของเขาเลยวัยที่จะมีคนมาอยู่เคียงกายเสียแล้ว อีกอย่างการอยู่เป็นหนุ่มโสด หาเงินได้ก็จับจ่ายใช้สอย  กินเหล้าเมายาหรือหยุดงานเที่ยวสักสองสามวันก็ไม่มีใครว่า 

อาชีพคนกรีดยาง ถึงแม้ว่าจะมีคนทำได้ แต่คนที่จะได้ดี ทำอย่างพิถีพิถันจนกลายเป็นที่ต้องการตัวของเจ้าของสวนยางมีไม่มาก ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวการตกงาน ชีวิตมีเงินผ่านมือเข้ามาตลอด สามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวก  เรื่องอะไรจะต้องไปหาคนมาช่วยใช้ ความเหงาอาจมีเข้ามาบ้าง แต่เหงามากๆเข้าก็ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าอำเภอ นอนเสียที่นั่นสักคืน  ขี้คร้านจะหายเหงาเป็นปลิดทิ้ง

ไฟฉายคาดหัวสาดแสงไล่ความมืด เสียงโซ่จักรยานดังเอี๊ยดอ๊าด บรรยากาศยามค่ำคืนเช่นนี้ อาจไม่เป็นที่คุ้นของคนอื่นๆ  แต่เขากลับชอบ

คุณสมบัติเหนือคนทั่วไปอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่กลัวผี

คนกรีดยาง น้อยคนนักที่จะกลัวผี เขาเป็นหนึ่งในนั้น แต่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ เพียงแต่อย่าไปลบหลู่เท่านั้น

ไม่เกิน 10 นาที มาถึงสวนแรก อยู่ท้ายหมู่บ้าน  เนื้อที่ 10  ไร่เศษ  สวนนี้เป็นของน้า เขารับหน้าที่ด้วยความจำใจ หลีกเลี่ยงไม่ได้  ทั้งๆที่ส่วนแบ่งไม่คุ้มค่า แต่อีกสองสวนถัดจากนี้ เนื้อที่เท่ากัน ให้ส่วนแบ่งพอสมน้ำสมเนื้อ 

ยางราคาดีวันดีคืน ทำให้คนเริ่มหันมาปลูกกันมากขึ้น คนที่มีสวนยางแท้ๆเริ่มไม่ใช่คนในท้องถิ่น เพราะการลงทุนค่อนข้างสูง  ถ้าหากไม่มีปัญญาทำได้ด้วยเรี่ยวแรงตัวเอง จำเป็นต้องใช้เงินทุน เจ้าของสวนยางจึงเป็นนายทุนมาจากท้องถิ่นอื่น 

ที่ทางเริ่มมีราคาสูงขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว แม้ว่าในละแวกนี้จะเป็นพื้นที่สปก. ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ก็ตาม

คืนนี้คงไม่ต่างจากคืนก่อน หลังตื่นนอน ลุกขึ้นมาอาบน้ำ อาหารการกินง่ายๆ ทำเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว  แต่งตัวด้วยเครื่องแบบคนกรีดยาง อุปกรณ์พร้อม ร่างกายพร้อม ขี่จักรยานออกจากบ้าน

นอกบ้าน อากาศเย็นสบาย เสียงหมาเห่า บางครั้งจากเสียงเห่าเปลี่ยนเป็นหอนโหยหวน แต่เขาไม่ได้สนใจนัก ใจมุ่งอยู่กับการทำงานตรงหน้ามากกว่า อีกอย่างเสียงจากวิทยุที่ดังอยู่ในหูผ่านหูฟังนั่น ก็ช่วยได้เยอะทีเดียว

ลำแสงไฟฉายคาดหัว ปรับซูมสาดไล่ความมืด แต่ในระหว่างที่อยู่ในสวนยาง สว่างมากหรือน้อยไม่ได้มีความหมายเท่ากับหัวใจที่กล้า เพราะในป่ายางมืดทึบเหมือนอยู่ในหุบเขาพงไพรก็มิปาน  ความเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงวิทยุ และเสียงใบมีดตัดหน้ายางดังแกรกๆ

เพิ่งเริ่มต้นทำงานได้แค่แถวเดียว จู่ๆวิทยุในหูก็ดับลง เขาหยุดตัดยาง ดึงมือถือออกมาเช็ก เงียบสนิท ไม่มีสัญญาณไฟ น่าแปลก แบ็ตเตอรี่ใหม่เอี่ยม ชาร์จไฟเต็มทุกครั้ง เขาหงุดหงิด หัวเสียขึ้นมา เพราะคุ้นชินกับการทำงานฟังวิทยุไปด้วย   

เขาเสียเวลาแก้ไขมือถืออยู่ครู่หนึ่งก็รู้ไม่มีประโยชน์ จำเป็นต้องเก็บมือถือเอาไว้ก่อน แล้วเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง

คราวนี้ได้ยินเสียงใบมีดตัดกับหน้ายางชัดเจน

แกร๊กกก!

แกร๊กกก!

เสร็จจากต้นนี้ขยับไปต้นโน้น ขยับจากต้นโน้นไปยังต้นต่อไป ในขณะนั้นเอง จู่ๆสายลมกระโชก ใบยางสะบัดพึบพับ เขาหยุดตัดยางชั่วขณะ ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ไฟฉายบนหัวสาดแกว่งตามการเหลียวมองของเขา

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การกลับคืนถิ่น และเริ่มต้นงานตัดยาง เขายังไม่เคยรู้สึกขนหัวลุก อย่างคนขาดความมั่นใจในตัวเองแบบนี้มาก่อน

“แซ่กกกก!”

“ไอ้นกบ้า  ตกใจหมด”

เขาหลุดปากอุทาน ใบหน้าซีดเผือด ใจกระตุกเต้น สถานการณ์ในเวลานี้ไม่สู้ดีเลย แต่จะให้เลิกตัดยางเสียกลางคันก็เป็นไปไม่ได้อีก เขาสูดลมอัดเข้าปอด คิดในใจว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ตามธรรมชาติเท่านั้น 

เขากดใบมีดที่หน้ายาง 

แกร๊กกก!

 “โอ๊ยยย!”

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแทรกเข้ามา ทำเอาหนุ่มใหญ่ถึงกับชะงักงัน  ขนลุกซู่  

แกร๊กกก!

 

“อ๊ากก!”

คุณพระช่วย!

เขาปล่อยมือจากมีดตัดยาง ถอยผงะออกมาจากต้นยางต้นนั้น เพราะร่องรอยหน้ายางที่ถูกคมมีดตัดออกนั้น ไม่เพียงได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ยังมีน้ำยางทะลักออกมาอย่างมากมายผิดปกติและยิ่งผิดปกติหนักเข้าไปอีกเมื่อน้ำยางนั้นเป็นสีแดงข้นคล้ายเลือด

นาทีนั้น เขาไม่ต่างอะไรกับคนเสียสติ หูแว่วได้ยินเสียง สายตามองเห็นเหตุการณ์ย้อนหลังเป็นฉากๆ

มันเป็นเหตุการณ์เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาเคยกำท่อนไม้ขนาดเหมาะมือ รอจังหวะจนกระทั่งคนเมาคนหนึ่งเดินใกล้เข้ามาได้ระยะ ไม้ท่อนนั้นถูกหวดเข้าหาคนเมาสุดแรงเกิด ร่างนั้นถึงกับล้มลงดิ้นพราด นึกไม่ถึงว่ายามนั้น เขาจะกล้าหาญชาญชัย  กล้าทำร้ายคนอื่นหมายเอาถึงชีวิต

“มึงคิดหรือว่า มันจะจบลงง่ายๆ!”

เสียงกึกก้องเหมือนดังมาจากทุกทิศทุกทาง

“ใคร?  เสียงใคร?”

เขากลั้นใจตะโกนถาม ลำแสงจากไฟฉายกวัดแกว่งตามการเหลียวลอกแลก

“กูมาจากนรกกูมาเอาชีวิตมึง!”

“ไม่จริง นรกไม่มีอยู่จริง กูไม่เชื่อ”

เขาตะโกนออกมา ทั้งๆที่เหงื่อชุ่มร่าง ความกล้าหาญไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว อยากวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด แต่เท้าทั้งสองเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่

“กูต้องการชีวิตของมึง เหมือนที่มึงเคยทำกับกู”

เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากทั่วทุกทิศ เลือดสดๆทะลักออกมาจากต้นยางทุกต้นในสวนนั้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เขารวบรวมความกล้าหาญที่ยังพอเหลืออยู่ กระชากเท้าหลุดจากพื้นดินได้ก็โกยอ้าวอย่างไม่คิดชีวิต

เมื่อวิ่ง ย่อมหมายความว่าสติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงเรียบร้อยแล้ว 

“มึงไม่มีทางหนีเวรกรรมพ้น!”

ยามนี้ บรรยากาศวิปริตราวกับอยู่คนละโลก    

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”

เสียงร้องของเขาแว่วออกมาจากสวนยาง แต่คงไม่มีใครกล้าออกไปช่วยเหลือ ในท่ามกลางบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

จนกระทั่งเสียงร้องเงียบหายในเวลาต่อมา

วันใหม่มาเยือน พร้อมกับข่าวการเสียชีวิตของเขา สภาพศพไม่มีร่องรอยการทำร้าย นอกจากสีหน้าแสดงความหวาดกลัวสุดขีด

ไม่มีใครรู้ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เขาเจออะไรในสวนยาง แต่มีอีกคนที่เริ่มมีอาการหวาดกลัวว่าไม่นานอาจถึงคิวของตัวเองบ้าง คนคนนั้นคือ ญาติคนที่เคยจ้างให้เขาทำร้ายร่างกายคนอื่น และปัจจุบันเป็นเจ้าของสวนยางที่เกิดเหตุดังกล่าว


ขอบคุณรูปภาพ https://freerangestock.com/photos/10654/human-skull.html