ภาพโดย Michal Jarmoluk จาก Pixabay

“ช่วยหน่อยได้ไหมคะ” เจ้าของเสียงหวาน ๆนั้นทำให้คล้ายที่กำลังอยู่ในอาการสะลึมสะลือสะดุ้งแล้วหันไปยังทิศทางที่มาของเสียง ก่อนจะพบว่าเจ้าของเสียงเป็นหญิงสาวในชุดของหมออนามัย

“ผมหรือครับ”

“ค่ะ พี่นั่นแหละ”

คล้ายใจเต้นรัวขึ้นมาทันที นาน ๆ จะมีหญิงสาวเรียกเขาว่า พี่ เพราะส่วนใหญ่เรียกลุงไปหมดแล้ว ด้วยสภาพร่างกายที่แก่หง่อมกว่าอายุ ผมกลายเป็นสองสีเรียบร้อย บวมฉุ และแทบไม่หลงเหลือความแข็งแรงให้เห็น วันนี้เขาปั่นจักรยานมาโรงพยาบาล โรงพยาบาลประจำตำบลอยู่ไม่ห่างจากบ้านของเขามากนัก...  คล้ายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเศษ เคยทำงานเป็นรปภ.ในกรุงเทพฯ ก่อนจะอพยพโยกย้ายตัวเองกลับมาอยู่บ้านเมื่อพบว่า สภาพร่างกายของเขาไม่ปกติ  มีโรคประจำตัว เบาหวาน และความดัน เกาต์ แต่ละโรคล้วนทำให้เกิดความเบื่อหน่ายต่อการดำรงชีวิตอยู่ในเมือง ซึ่งนั่นอาจจะเกี่ยวกันหรือไม่เกี่ยวก็ได้

Advertisement

Advertisement

การกลับมาอยู่บ้านนอก อย่างน้อยที่สุด ทำให้เขามีชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ แม้ว่าจะไม่ได้มั่นคงในเรื่องเงินทองสำหรับการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ยังพอมีแรงรับจ้างทำงาน พอได้ยาไส้ อีกอย่างพอมีที่ทางสำหรับปลูกข้าวเอาไว้เลี้ยงชีพ คล้ายเป็นคนเงียบ ๆ ดื่มบ้าง แต่ก็มักนิยมดื่มเพียงลำพัง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ความเป็นคนขรึม ๆ นี่เอง จึงมีหลายคนนินทาเขาว่า เป็นบ้าเสียสติไปแล้ว คล้ายรู้ตัวเองดีว่า เขาล้มเหลวมาจากเมือง กลับบ้านมาในสภาพที่ไม่มีเงินติดตัวเลย แลกกับช่วงชีวิตนับสิบปีในกรุงเทพฯ ไม่ได้อะไรเลย นอกจากประสบการณ์เหมือนเช่นคนอื่น ๆ แต่อย่างน้อย การกลับมาอยู่บ้านเที่ยวนี้ ยังทำให้เขามีโอกาสได้ดูแลแม่ ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง นาน ๆ ครั้งเขาจึงมีโอกาสส่งเงินมาให้แกใช้บ้าง ซึ่งนั่นไม่นับว่าเป็นการเลี้ยงดูเลย

Advertisement

Advertisement

เมื่อแน่ใจว่า หญิงสาวในชุดของหมออนามัยหมายถึงตัวเอง คล้ายก็ขยับลุกขึ้น แล้วก้าวตามเธอไปทางด้านหลังของอาคารโรงพยาบาล ซึ่งเป็นบ้านพักของคุณหมออนามัย เขาไม่แน่ใจนักว่ามีพักกันอยู่กี่คน

คุณหมออนามัยสาวเปิดประตูห้อง แล้วหันมาทางคล้าย “ข้างในค่ะพี่”

“ข้างในหรือครับ” คล้ายหลุดปากออกมา ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกับไม่แน่ใจตัวเองว่าได้ยินคำพูดแบบนี้หลุดออกมาจากปากของเธอและปากของเขา นี่เขาจะมีโอกาสได้เข้าไปในห้องนอนของสาว โดยเฉพาะหญิงสาวที่อยู่ในเครื่องแบบ หัวใจของคล้ายเต้นรัวเร็วผิดจังหวะ แม้จะรู้ว่า สาวเจ้าคงไม่ได้คิดอะไร เขาสิคิดมาก เธอต้องการให้เขาช่วยเหลือเรื่องอะไรกัน

“นี่ค่ะ” หมอสาวอนามัยเปิดไฟในห้องสว่างไสว แล้วชี้ไปที่ตู้เย็นของเธอ “มันเป็นอะไรก็ไม่รู้”

Advertisement

Advertisement

“ไม่ติดหรือครับ”

“ค่ะ ไฟน่ะไม่ติด”

“อ๋อ คงต้องเปลี่ยนหลอดไฟ” คล้ายตอบ เพราะเคยมีประสบการณ์มาบ้าง เขาไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรมาก ก็เหมือนคนทั่ว ๆ ไป เสียก็ส่งซ่อมเท่านั้นเอง

“ทำให้หนูหน่อยได้ไหมคะ หนูเพิ่งซื้อหลอดไฟมา”

“ซื้อมาแล้วหรือครับ”

“ค่ะ” หมออนามัยสาวขยับไปหยิบหลอดไฟตู้เย็นมาส่งให้กับมือของคล้าย หนุ่มใหญ่ที่ครองตัวเป็นโสดเพราะความไม่เอาไหน รู้สึกวูบวาบเหมือนกัน เพียงสัมผัสนิดเดียวที่ปลายนิ้วของเธอเท่านั้น ก็ทำเอาความคิดของเขากระเจิดกระเจิง คล้ายจัดการเปลี่ยนหลอดไฟในตู้เย็นให้เธอจนเรียบร้อย หันมาอีกทีปรากฏว่าไม่มีคุณหมออนามัยสาวอยู่ในห้องอีกแล้ว

“อ้าว...?” คล้ายหลุดปาก นิ่วหน้าสงสัย ไม่ทันไร ไฟในห้องก็ดับวูบ พร้อมกับประตูห้องที่ปิดดังปัง ทำเอาคล้ายถึงกับสะดุ้งเฮือก

“คุณหมอ!”

“....” คล้ายรีบออกจากห้อง มองออกไปข้างนอก มันยังมืด...ใช่ มืดมากด้วย!

คล้ายอาศัยแสงไฟจากตัวอาคารของสถานีอนามัยพาตัวเองย้อนกลับไป พลางคิดอะไรหลายอย่างวนเวียนไปมา เขาตื่นแต่ดึกเพื่อจะนำเอาบัตรคนไข้มาวางเรียงคิวเอาไว้ ใช่แล้ว! นัดหมายสำหรับคนไข้เบาหวานความดันนั้น ค่อนข้างมากเป็นพิเศษ โรงพยาบาลประจำตำบลหรือสถานีอนามัยเดิมขนาดใหญ่แห่งนี้ รองรับคนไข้เป็นร้อยคน เพราะฉะนั้น การนำบัตรคิวมาจองคิวล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น นี่มันเวลาเท่าไหร่แล้วเนี่ย? คล้ายถามตัวเอง แล้วย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ เขามาถึงโรงพยาบาล เพิ่งหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกที่เห็นมีเรียงรายอยู่ด้านหน้าตัวอาคารไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงหวาน ๆของคุณหมอสาวสวย

เขาสะลึมละลือ ยังอยู่ในอาการมึนงง เดินตามเธอเข้าไปในห้อง จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในตู้เย็นให้เธอเรียบร้อย เธออาจจะออกมาก่อน เรื่องมันควรจะเป็นแบบนี้ และแค่นี้ใช่หรือไม่? คล้ายถามตัวเอง

แต่ตอนนี้สิ...คล้ายกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ซึ่งเป็นรอบ ๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยเงาแห่งราตรีนั่นเอง มันยังไม่สว่าง และยังไม่แน่ใจด้วยว่ากี่ทุ่มกี่ยามกันแล้ว คุณหมออนามัยสาวคนนั้นหายไปไหนแล้ว ที่สำคัญ...ทั่วทั้งบริเวณ มีเพียงแสงไฟจากหลอดนีออนที่เปิดทิ้งเอาไว้บริเวณด้านหน้าของอาคารโรงพยาบาลเท่านั้น

ไม่มีใครอื่นเลย

คล้ายทรุดร่างนั่งลงบนเก้าอี้ เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่แปลกประหลาด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าเขาเพียงแค่ฝันไป ไม่ใช่ความจริง ทดลองหยิกเนื้อที่แขนก็ยังรู้สึกเจ็บปวด แสดงว่าไม่ใช่ความฝัน มันจะเป็นความฝันไปได้อย่างไร โน่น จักรยานคันเก่าที่เขาปั่นจนน่องปูดจอดอยู่ตรงมุมที่แสงสว่างจากหลอดนีออนสามารถส่องถึง แม้ว่าจะมั่นใจถึงเพียงนี้ แต่เพียงแค่สายลมพรูผ่านผิวกายของคล้าย กลับหอบเอาความหนาวเย็นสาดกระทบจนขนกายลุกซู่

“ติง...ตอง...”

เสียงดังขึ้นราวกับนาฬิกาแขวนโบราณ เสียงดังกล่าวดังมาจากข้างในตัวอาคารของโรงพยาบาล แต่เวลาที่บอกนี่สิทำเอาคล้ายถึงกับตื่นเพริด

เพิ่งตีสอง!

เป็นไปได้อย่างไร และถ้าหากเป็นความจริง แสดงว่าเขาตื่นตั้งแต่ยังไม่ทันถึงเที่ยงคืน ทำธุระส่วนตัวแล้วรีบคว้าจักรยานปั่นมาโดยที่ไม่ทันได้เช็กดูให้ดีว่ากี่โมงกี่ยามแล้ว คล้ายเค้นสมองคิดอย่างหนักหน่วง เพราะเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเขาเมื่อสักครู่ คุณหมออนามัยสาวที่ยังอยู่ในเครื่องแบบเดินออกมาขอร้องให้เขาเดินตามไปยังบ้านพักที่อยู่ด้านหลัง ขอร้องให้เขาช่วยเปลี่ยนหลอดไฟตู้เย็นให้จนเรียบร้อยนั่นล่ะ เขาไม่ได้ฝัน มันเพิ่งจะเกิดขึ้นจริง ๆ ลมรำเพยมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าคราวนี้ไม่ได้หอบมาเพียงแค่ความเย็นจนชวนให้ขนลุกเพียงอย่างเดียว แต่มันมาพร้อมกับกลิ่นฟอร์มาลีน คล้ายขยับร่างลุกขึ้น เผลอกลืนน้ำลายเหนียวคอ จะว่าไปสมัยเป็นรปภ. เขาทำงานกลางคืนบ่อย ๆ ต้องเผชิญหน้ากับความเงียบงันของบรรยากาศเพียงลำพัง แต่ก็ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวอะไร กลางคืนก็แค่ความมืดเท่านั้น

ขณะกำลังกวาดสายตามองไปรอบ ๆ  พลันร่างของคุณหมออนามัยสาวคนนั้นก็เดินออกมาจากมุมตัวอาคาร ใจที่เผลอเต้นรัวผิดจังหวะ ค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ พร้อมกับรอยยิ้ม

“นึกว่าผมจะเข้าใจผิดซะอีก” คล้ายโพล่งขึ้น

แต่...คุณหมออนามัยสาวก้าวยาว ๆ หายไปอีกมุมหนึ่งของตัวอาคาร คล้ายนิ่วหน้าประหลาดใจอีกครั้ง เพราะปกติควรจะมีการพูดตอบโต้กลับมาบ้าง แม้ว่าเขากับคุณหมออนามัยสาวจะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ก็น่าที่จะเห็นแก่ความช่วยเหลือที่เขาเพิ่งทำให้เธอเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นี่อะไร พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย!

คล้ายนึกฉุนในใจ ก่อนขยับก้าวตาม ไม่หรอก เขาไม่ได้คิดอ่านจะทำอะไรมิดีมิร้ายกับคุณหมออนามัยสาวหรอกนะ แค่...เวลานี้อยากจะหาเพื่อนคุย อย่างน้อยที่สุด เขาควรจะได้รู้ความจริงว่า เวลานี้มันกี่โมงกี่ยามกันแน่

“หมอครับ” คล้ายส่งเสียงดังกว่าเดิม และคราวนี้ดูเหมือนว่าเสียงของเขาจะดังก้องและดังห่างออกไป ด้วยว่าบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบนั่นเอง คล้ายหยุดชะงัก ไม่ได้ก้าวเดินต่อ เพราะเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าบรรยากาศรอบตัวเวลานี้ มันคือช่วงเวลากลางดึกจริง ๆ ไฟนีออนสว่างเพียงแค่บริเวณด้านหน้าของตัวอาคารเท่านั้น คล้ายเดินกลับมายังตำแหน่งวางเก้าอี้พลาสติก และเป็นตำแหน่งที่แสงไฟจากหลอดนีออนสว่างไสวมากที่สุด

ทรุดร่างนั่งลงอีกครั้ง พยายามตั้งสติว่าตัวเองมาโผล่ที่โรงพยาบาลประจำตำบลจริง ๆ หรือเพียงแค่การนอนหลับแล้วฝันไป เขาแค่ตื่นเต้นว่า แต่ละครั้งของการเข้ามาใช้บริการ โรงพยาบาลต้องรองรับคนไข้มาก ถ้าหากมาสาย กว่าจะถึงคิวก็ล่วงเลยไปถึงบ่ายแก่ ๆ พอหลายครั้งเข้าจึงรู้ว่า ถ้าถึงวันกำหนดนัดวันตรวจใหญ่ของผู้ป่วยเบาหวานความดัน จะมีคนนำบัตรมาไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่สว่าง

นี่เป็นครั้งแรกของคล้ายที่คิดจะเอาบัตรคนไข้มาทิ้งเอาไว้ เขาอาจจะตื่นเต้นมากเกินไปหรือเปล่า ถึงได้รีบร้อนมาตั้งแต่ยังดึกดื่นแบบนี้

คล้ายสูดลมเข้าปอด พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่า มันคงไม่ดึกมาก อาจจะใกล้จะสว่างแล้วก็เป็นได้ ด้วยประตูรั้วถูกเปิดรอเอาไว้แล้ว ถ้าประตูรั้วไม่ได้เปิด เขาคงเข้ามาภายในนี้ไม่ได้

อีกอย่าง คุณหมออนามัยสาวซึ่งยังพักค้างอยู่บ้านพักด้านหลังของโรงพยาบาลก็ยังอยู่ทั้งคน การแต่งตัวด้วยชุดพร้อมจะทำงานก็เป็นเครื่องยืนยันว่า เขาไม่ได้เสียสติเข้ามาทำบ้าอะไรอยู่คนเดียวแน่นอน

จู่ ๆ ลมเย็น ๆรำเพยผ่านมาอีกครั้งพร้อมกับหอบเอากลิ่นฟอร์มาลีนรุนแรงกระแทกจมูก

คล้ายขนลุกซู่ มันอยู่เหนือการควบคุม ราวกับความหนาวเย็นกระซวกผ่านผิวกายเข้ามาในร่างเพื่อทำลายความเชื่อมั่นที่คล้ายเคยมี  อีกทั้งเสียงที่แว่วมาพร้อมกับสายลมรำเพย ไม่ใช่เสียงไก่ขัน อย่างที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นเสียงหอนแว่วมาแต่ไกล ต่อให้คนใจแข็งแค่ไหนก็เถอะ ยังอดรู้สึกไม่ได้ คล้ายกวาดสายตามองไปรอบ ๆ กายอีกครั้ง พ้นจากแสงของหลอดนีออนแล้ว พบเพียงแค่ความมืด  ความรู้สึกของเขาเหมือนกับว่า มันมืดกว่าเดิม

“คุณหมอครับ” ตัดสินใจเรียกอีกครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับจากคุณหมออนามัยสาว แต่กลับกลายเป็นสายลมรำเพยที่หอบเอากลิ่นฟอร์มาลีนรุนแรงเข้ามาหาจนคล้ายต้องผุดลุกขึ้น เริ่มเข้าสู่โหมดตาขาวแล้ว!

รอมาตั้งหลายนาที ยังไม่มีใครมาสมทบ มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาตื่นเร็วและมาถึงที่นี่เร็วเกินไป เป็นไปได้หรือ? แล้วคุณหมออนามัยสาวคนนั้นล่ะ? มันกลายเป็นคำถามที่ย้อนแย้งในตัวเองชอบกล ผู้ที่จะให้คำตอบเขาได้ในเวลานี้คงมีเพียงแค่...คุณหมออนามัยคนนั้น

เขาควรถามเธอให้รู้เรื่อง! เธอแต่งตัวพร้อมจะทำงานแบบนั้น เชื่อได้เลยว่าสักพักเธอจะต้องย้อนกลับมา และแล้ว...

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เสียงของรองเท้าแบบส้นสูงกระทบกับพื้นแว่วเข้ามา คล้ายหันไปมอง เห็นเงาตะคุ่ม และจากเงาก็กลายเป็นร่างของคุณหมออนามัย แต่คราวนี้ ชัดเจนแล้วว่า คล้ายสิ้นสงสัย เพราะ...คุณหมออนามัยสาวในเครื่องแบบคนนั้นมาในสภาพเลือดท่วมร่าง  กลิ่นที่ปะทะเข้ากับจมูกของคล้ายอย่างรุนแรงไม่ใช่กลิ่นฟอร์มาลีนอีกแล้ว แต่เป็นกลิ่นของเลือดสด ๆ

คล้ายมองใบหน้าเธอ ใช่เลย เป็นคุณหมอสาวที่เขาเพิ่งเข้าไปเปลี่ยนหลอดไฟตู้เย็นให้ คล้ายค่อย ๆ มองขึ้นไปจนกระทั่งหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอ

“พี่คะ ช่วยหน่อยได้ไหมคะ หลอดไฟตู้เย็นในห้องหนูเสีย ช่วยเปลี่ยนให้หนูหน่อยได้ไหมคะ”

“คะ...คะ...คุณหมอไปโดนอะไรมา?”

คล้ายหลุดปากตะกุกตะกัก เนื้อตัวสั่นเทิ้มเหมือนเจ้าเข้า

“หนูเหรอคะ” เสียงของหมออนามัยสาว

“ชะ...ชะ...ใช่...”

“พี่ไม่รู้หรือคะ”

“ระ...รู้อะไรครับ”

“หนูคือคนที่นั่งไปในรถฉุกเฉินแล้วรถพลิกคว่ำ หนูตายคนเดียวค่ะ แต่...แต่...หนูยังอยากทำงานอยู่นะคะ หนู...”

บรู๊วววว์!

หมาหอนรับเป็นทอด ๆ แว่วเข้ามาในโสตประสาทของคล้าย นั่นเป็นเสียงเดียวที่คล้ายแว่วได้ยินก่อนจะเกิดอาการวูบตรงนั้น!

 

อ.อเวจี  เขียน