“พี่เป็ด”

“ดา”

“ฉันมาลาพี่”

“พี่รู้แล้ว  แต่ว่า...”

“ฉันขอโทษด้วยนะจ้ะ  ที่ต้องเป็นฝ่ายทรยศหักหลังความรักของเรา”

เงียบงันอยู่นาน  กว่าจะได้ยินเสียงตอบกลับจากชายหนุ่มว่า

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ”

“ฉันยังรักพี่เหมือนเดิมนะจ้ะ”

รักเหมือนเดิม  แต่ต้องจำพราก 

ปากบอกว่าเหมือนเดิม  แต่การกระทำเปลี่ยนไป             ยิ่งได้ยิน  หัวใจของไอ้หนุ่มชาวนาก็ปวดร้าวอย่างที่สุด

ใครกันแน่ที่เปลี่ยนไป  ใครกันแน่ที่มั่นคงอยู่กับคำมั่นสัญญาจอมปลอม   ชายหนุ่มอยากจะตะโกนกู่ก้องให้ลั่นโลกา   แต่ก็ทำได้แค่นิ่งงัน  ปล่อยให้หัวใจท่วมท้นด้วยทะเลน้ำตา 

ดา  หรือ  ดาริน  ว่าที่เจ้าสาวของไอ้หนุ่มลูกชายเศรษฐีบ่อทรายแห่งอำเภอบางหลวง  เมืองกรุงเก่า 

ส่วนชายหนุ่ม  คือ  ไอ้ทิดเป็ด  คนขามทะเลสอ  โคราช  ลูกชาวนาจนๆที่ตลอดชีวิตไม่เคยไปอยู่ไหนไกลเลย 

ดาริน  ก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน  หลังเรียนหนังสือจบมัธยมต้น  เธอก็ไปเป็นสาวโรงงานที่จังหวัดอยุธยา  จึงมีชายหนุ่มมาติดพันในที่สุด

Advertisement

Advertisement

ทั้งๆที่ดารินเอง  ค่อนข้างฝังใจกับรักแรกที่มีต่อทิดเป็ด  แต่ความที่ฐานะครอบครัวของชายหนุ่มคนรักค่อนข้างไม่สู้ดีนัก  เพราะคนเรามักวัดค่าความเป็นคนรวยที่ทรัพย์สินนอกกาย  ทิดเป็ดไม่มีรถยนต์นั่ง  มีแค่มอเตอร์ไซค์ฮ่างๆ  เสียงดังครืดๆเหมือนท่อไอเสียสำลักน้ำ   บ้านก็ไม่สร้าง  ทั้งๆที่ไม้เต็มนา โดยเฉพาะพวกไม้ยางนา  ไม้กุงหลายคนโอบ 

ทิดเป็ดอาศัยอยู่กับนางสี มารดาสูงวัยที่ลือกันให้แซดว่านางเป็นปอบ  ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว  ต้นสายปลายเหตุคงมาจากเรื่องที่นางสีไม่ค่อยจะสุงสิงกับเพื่อนบ้านมากนัก

ทิดเป็ดปล่อยให้ดารินหลุดมือไปแล้ว  ก็กินเหล้าเมามายตามลำพัง  ก่อนจะเกิดแรงมุมานะ  กัดฟันถากถางสร้างไร่นาให้กว้างขวาง  ปลูกพืชไร่พืชสวนสารพัด

Advertisement

Advertisement

ต่อให้ฤดูกาลผกผวน  ฟ้าฝนแปรผัน  แต่ทิดเป็นกับแม่ก็มีข้าวและอาหารตุนไว้ในฉางไม่เดือดร้อน

ข่าวคราวของดารินเงียบหายไปกับสายลม  เข้าใจว่าป่านนี้หล่อนคงกำลังเสวยสุขอยู่กับว่าที่สามีเสี่ยบ่อทราย  มีเงินทองใช้ไม่ขัดมือ  มีรถยนต์นั่งตากแอร์  ไม่ต้องมาทำงานกลางแดดหน้าดำคร่ำเครียดอย่างทิดเป็ด

ความเศร้าโศกได้จางเลือนไปจากหัวใจของไอ้หนุ่มชาวนาแห่งขามทะเลสอ  เหลือเพียงความรู้สึกยินดีปรีดากับโชคชะตาของอดีตหญิงสาวคนรัก  เมื่อคิดได้อย่างนี้  ใจที่เคยรุ่มร้อนเหมือนมีเพลิงนรกลุกโชติช่วงข้างในก็เย็นลง  เหมือนได้รับรสพระธรรม

แม้ว่าตัวทิดเป็ดจะขี้ริ้วขี้เหร่ขึ้น  เพราะระยะหลังมานี้  ทุ่มเทให้กับผืนนาและผืนไร่ที่บุกเบิกใหม่  สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างมันสำปะหลัง  ขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำ  แต่ความขี้ริ้วขี้เหร่ของเขาก็ไม่ได้ขัดขวางสง่าราศีที่เปล่งประกายออกมาจากตัวของเขาเลย 

Advertisement

Advertisement

หญิงสาวหลายคนเริ่มชำเลืองมองทิดเป็ดอย่างอายๆ   หางตานั้นมีความหวังบวกกับจินตนาการเพ้อฝันไปไกลว่า  ทิดเป็ดจะสานสัมพันธ์ต่อให้ลึกซึ้งกว่านี้  

แต่คนอย่างทิดเป็ด  ใช่ว่าจะรักใครได้ง่าย  

“ไอ้ทิดเอ๊ย  เอ็งก็ปูนนี้แล้ว...”

แม่เคยพูดจนไม่รู้จะพูดอย่างไร

“หาเมีย  มีหลานให้ข้าอุ้มสักคนได้แล้วลูก  ไม่งั้นข้าคงตายตาไม่หลับแน่”

“ฉันยังไม่รักผู้หญิงคนไหนเลยนี่แม่”

ทิดเป็ดแก้ตัว 

“เอ็งก็ยังคิดถึงนังดารินของเอ็งอยู่ใช่มั้ยล่ะ”

นางสีพอจะเข้าใจลูกชาย  จึงพูดเช่นนั้น

สีหน้าของทิดเป็ดเศร้าลงเพียงเล็กน้อย  ก่อนจะยิ้มน้อยๆ

“แม่อย่าพูดอีกเลย  ดารินกำลังมีความสุข”

คนเป็นแม่ส่ายหน้าไปมา   ไม่อยากจะคาดคั้นให้ลูกชายมีครอบครัวอีก  เรื่องแบบนี้นางไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวนัก

ชีวิตของนาง  ไม่มีลูกสะใภ้ก็ไม่เห็นจะเป็นไร  ไม่มีหลานอุ้มถือเป็นโชคลาภของชีวิตมากกว่า  คนรุ่นนางมีหลายคนที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูเด็กอันเกิดจากผลผลิตของลูกๆ  บางรายยุ่งเสียจนไม่เป็นอันได้ไปวัดทำบุญสุนทานดังเคยทำ

ปีนี้ฟ้าฝนเป็นใจตั้งแต่ต้นปี  ข้าวในนากำลังแตกกองาม  ทิดเป็ดไม่ให้นางสีไปนา  เขาว่านางแก่แล้ว  ไม่จำเป็นต้องลงไร่ลงนาเหมือนเมื่อก่อน  นางสีจึงตัดสินใจเข้าถืออุโบสถศีล  ตั้งใจสวดมนต์ไหว้พระ  หวังให้เป็นที่พึ่งในบั้นปลายของชีวิต

เพราะในความเป็นจริงแล้ว  มีแต่บุญหรือบาปเท่านั้น  ที่จะติดตัวไปสู่ปรภพ 

คนที่ถูกสังคมครหาว่า  เป็นผีปอบ  บัดนี้ได้ยึดมั่นอยู่ในศีลทาน  เสียงสวดมนต์ของนางสีฉะฉานชัดเจนกว่าใครๆด้วยซ้ำ

เช้าหลังวันพระใหญ่  นางสีในชุดขาว  เดินออกมาจากวัด  สีหน้าแม้จะอิดโรยบ้าง  เพราะเมื่อคืนมีการนั่งปฏิบัติกรรมฐานกับพระอาจารย์จนดึก  และยังตื่นแต่เช้ามืดเพื่อสวดมนต์  เดินจงกรมอีก  ถึงกระนั้น  หัวใจก็เบิกบานอันเกิดจากอานุภาพของการภาวนา  ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยสักเท่าไร

คนบ้านนี้  ยังมีพวกประเภทมือถือสากปากถือศีลอยู่เป็นจำนวนมาก  ดังนั้น  ต่อให้นางสีได้พยายามละจากทางโลก มุ่งหน้าบำเพ็ญเพียรภาวนา  ถึงกระนั้นก็ยังมีคนปากบอน  ค่อนแคะนินทาอยู่เช่นเดิมว่านางไม่ใช่คนปกติ  แต่นางเป็นปอบ

คำพูดเหล่านี้ยังล่องลอยเข้าหูของนางสีอยู่เหมือนเดิม  เคราะห์ดี  ไม่เพียงจิตใจของนางจะเข้มแข็งด้วยตัวเองแล้ว  ยังมีทิดเป็นลูกชายอีกคนที่คอยปลอบประโลมไม่ให้นางคิดมากกับเรื่องไร้สาระ

นี่กระมังที่โบราณเรียก  อภิชาตบุตร  เพราะทิดเป็ด  ยังสามารถเป็นที่พึ่งทางใจให้กับมารดา  ในยามที่นางรู้สึกหน่ายใจกับพฤติกรรมของคน 

“มันคงเป็นเวรเป็นกรรมของข้าเอง  สมัยก่อน  ข้าไม่ค่อยได้เข้าสังคมกับพวกเขา”

“ไม่เกี่ยวหรอกจ้ะแม่  คนจะพูดน่ะ  ยังไงก็ต้องพูดอยู่วันยังค่ำ”

ทิดเป็ดกล่าว “ขนาดองค์พระปฏิมายังถูกค่อนแคะนินทา  นับประสาอะไรกับมนุษย์เดินดินอย่างเรา”

“จริงของเอ็ง” นางสีเห็นด้วย 

นางสีคลายกังวลเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองได้ไม่นานนัก  ก็มีข่าวคราวลือหนาหูว่า  ทิดเป็ดลูกชายของนางมีพฤติกรรมผิดผู้ผิดคน  เพราะนับวันเขาแทบไม่โผล่หน้าไปให้ใครเห็น  หมกตัวอยู่แต่ในไร่นา  หน้าตาก็ดูหมองคล้ำเหมือนคนอมทุกข์

ตอนแรกนางสีไม่ได้สนใจคำพูดของชาวบ้านนัก  ทว่าพฤติกรรมของลูกชายก็ดูจะเป็นจริงเช่นข่าวลือ  เขามักหายหน้าไปทั้งวันหรือข้ามวัน  เมื่อกลับบ้านมาก็เข้าห้อง  หลบหลีกการเผชิญหน้ากับนาง อีกอย่างที่เปลี่ยนไป  อารมณ์ของทิดเป็ดดูจะฉุนเฉียวอย่างไม่ทราบสาเหตุ  ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน

นางสีจึงตัดสินใจสืบหาความจริง   วันพระหน้านี้  นางบอกลูกชายว่าจะไปถือศีลที่วัด  ทิดเป็ดได้ยินอย่างนั้นก็แสดงอาการดีใจอย่างออกหน้า

เมื่อถึงวันพระ  นางสีหุงหาอาหารเตรียมปิ่นโตและชุดขาวเพื่อจะนำไปวัด  นางไปวัดจริง แต่ขออนุญาตกลับบ้านก่อน ไม่ได้อยู่ปฏิบัติธรรมดังเคยทำ

เมื่อถึงบ้านพบว่าทิดเป็ดได้ออกจากบ้านไปแล้ว นางสีจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าและห่อข้าวติดมือไปกินด้วย  เผื่อต้องเฝ้าดูพฤติกรรมของลูกชายอย่างยาวนาน

ภาพที่นางสีได้เห็นในกระท่อมท้ายไร่  ทำเอานางขนลุกซู่  ทิดเป็ดแสดงท่าทางเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว  แต่มีใครอีกคนอยู่ข้างๆกาย

นางพยายามเข้าไปใกล้จนสามารถได้ยินเสียงพูดของทิดเป็ดอย่างชัดเจน   สายลมกระโชกกรูผ่านผิวกายของนาง  หอบเอาเสียงพูดคุยของทิดเป็ดเข้ามาใกล้ด้วย

คุณพระช่วย!

นางสีอ้าปากค้าง  หัวใจกระตุกเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ  เพราะเสียงที่ล่องลอยมาตามลมนั้น  ไม่ได้มีเฉพาะเสียงของทิดเป็ด  แต่ยังมีเสียงยืดยานคางของผู้หญิงอีกคน

ได้ยินแค่เสียง  แต่ไร้ตัวตนแบบนี้  จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

นางสีพยายามตั้งสติ  ระลึกถึงคุณพระคุณเจ้าเอามาเป็นที่พึ่ง  ทว่าดูจะไม่เกิดประโยชน์อันใดทั้งสิ้น  เนื้อตัวของนางเริ่มสั่นงันงก  ความหนาวเหน็บเกาะกุมหัวใจ  เสียงการสนทนาระหว่างลูกชายกับผู้หญิงก็ยิ่งได้ยินชัดเจน  อาจเป็นเพราะบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบงันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 

นี่แปลว่าคำพูดของชาวบ้านเป็นความจริง  ทิดเป็ดกำลังถูกผีสางนางไม้ครอบงำเข้าให้แล้ว  นางสีระงับความตื่นตระหนกของตน  คิดสร้างกำลังใจว่าผีสางไหนจะสู้คุณพระพุทธพระธรรมรวมทั้งอำนาจของสมาธิภาวนาที่นางอุตส่าห์บำเพ็ญกับพระอาจารย์

นางสีรวบรวมความกล้า ขยับจะออกจากที่ซ่อน  หากทว่าสายตาพลันมองเห็นร่างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ข้างทิดเป็ด

นั่นมัน...ดาริน  หนูดา  อดีตคนรักของทิดเป็ดที่ได้ข่าวว่าแต่งงานออกเรือนไปกับเศรษฐีบ่อทรายของเมืองกรุงเก่าอยุธยา  ทำไมเธอถึงมาอยู่นี่ 

นางสีตัดสินใจออกจากที่ซ่อน  

“แม่”  ทิดเป็ดมองเห็นคนเป็นแม่ก็รีบเดินออกมารับ “ทำไมถึงมานี่ล่ะครับ?”

แต่นางสีไม่ได้ตอบคำถามของลูกชาย  แกมีอาการปากคอสั่น  ม่านตาขยายเบิ่งกว้าง  ด้วยว่ามองเห็นเต็มสองตาว่า  ดารินที่ยืนอยู่ข้างกายของทิดเป็ดค่อยๆเลือนหายวับไปต่อหน้าต่อตา

“แม่!”

ทิดเป็ดวิ่งเข้ามาคว้าร่างของมารดาที่หมดสติกะทันหัน 

“ดา  ดาริน  ช่วยแม่พี่ด้วย”

เงียบ  ไม่มีเสียงหรือปฏิกิริยาใดตอบกลับมาจากคนที่ทิดเป็ดร้องเรียก   แต่เขาไม่ได้ติดใจอะไร  ด้วยเป็นห่วงอาการของนางสีมากกว่า  จึงรีบอุ้มร่างของแม่กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับบ้าน 

ตอนที่ทิดเป็ดพาร่างของนางสีถึงบ้านนั้น  ได้ยินเสียงเพลงธรณีกรรแสงดังมาจากบ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณครึ่งกิโลเมตร 

สีหน้าของทิดเป็ดสลดลง 

นางสีได้สติ  ลุกนั่ง  มองหน้าลูกชายอย่างงงๆ  พลันหูแว่วได้ยินเสียงเพลงธรณีกรรแสง

“ไอ้ทิด  ใครตายวะ?”

ทิดเป็ดน้ำตาคลอ  หลุดปากด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น

“ดาจ้ะแม่  ดาริน”

“หา!” นางสีอุทาน  ขนกายลุกซู่  จำได้ว่านางเองก็เห็นดารินยืนอยู่ข้างๆลูกชาย

“ดารินตายแล้วแม่  เธอบอกว่าถูกทำร้าย”  ทิดเป็ดเล่า น้ำตานองหน้า

“ถ้างั้นคนที่ข้าเห็นอยู่กับเอ็งก็คือ...”

“จ้ะแม่” ทิดเป็ดพยักหน้า  “วิญญาณของดามาหาฉัน  มาล่วงหน้าก่อนศพเสียอีก”

ลมกระโชกกรูเข้ามาในบ้าน  หมาหอนโบร๋ว  นางสีมองไปที่ประตู  หน่วยตาก็เบิ่งกว้างขึ้นมาอีกครั้ง  เมื่อเห็นร่างของคนที่กำลังพูดถึงยืนอยู่

“ผะ...ผะ...ผี!”

นางสีลมจับอีกครา 

“ดา  ไปสู่สุคติเถอะ” ทิดเป็ดหันไปทางร่างของดาริน    “เอาไว้พี่จะบวชหน้าศพให้นะ”

ร่างนั้นจึงค่อยๆเลือนหาย  ได้ยินเสียงหมาหอนไล่ตามกันไปยังบ้านของเธอ  ทิดเป็ดระบายลมออกจากปาก  แล้วจัดแจงพัดวีเพื่อให้มารดาฟื้นสติอีกครั้ง