ภาพโดย Enrique Meseguer จาก Pixabay

เขียนโดย  อ.อเวจี

กลิ่นหอมประหลาดรำเพยมาตามสายลมยามบ่ายนั้น  ทำให้พจน์  ถึงกับลุกออกมาจากม้านั่งหินอ่อนในสวนสาธารณะเพื่อตามหาที่มาของกลิ่น  มันเหมือนกลิ่นของดอกไม้อะไรสักอย่าง  ชวนพิศวงชวนให้หลงใหล  ทว่า....บ่ายนั้น  เขามีเวลาว่างแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงภายหลังพักทานอาหารมื้อเที่ยง  หลังจากนั้นจึงกลับไปเริ่มต้นทำงานจนกระทั่งมืดค่ำนั่นแหละ   พจน์เกือบลืมเลือนเรื่องของกลิ่นหอมประหลาดดังกล่าว  ตกเย็น  นั่งดื่มยาดองกับเพื่อนร่วมก๊วน  ระหว่างพูดคุยด้วยเรื่องตลกโปกฮาไร้สาระ  จู่ๆพจน์จึงคิดถึงกลิ่นหอมที่สัมผัสได้เมื่อกลางวัน  ใจจริงอยากจะลุกออกจากกลุ่มเพื่อย้อนกลับไปยังสวนสาธารณะอีกครั้ง   แต่ก็นั่นแหละ  ขืนลุกจากไปกลางคันอย่างนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่  เพื่อนก๊วนนี้  ล้วนแล้วแต่เป็นหนุ่มโสด  ที่ไม่โสดก็คือเมียอยู่ต่างจังหวัด

Advertisement

Advertisement

พจน์กับก๊วนเพื่อนทำงานอยู่ในร้านส่งแก๊สร้านใหญ่ที่สุดในละแวกนี้  หน้าที่ก็คือ  ขนแก๊สด้วยรถมอเตอร์ไซค์นำไปส่งถึงบ้านของลูกค้า  รายได้เป็นไปตามค่าแรง  มีเบี้ยขยันให้บ้างในเวลาที่มีงานด่วนเข้ามา  โดยรวมถือว่าดี  เพราะเถ้าแก่เจ้าของร้านไม่ได้เคี่ยวจนเกินไป  พจน์อายุ 30 ต้นๆ  ความรู้แค่ ป.6  รูปร่างค่อนข้างเล็ก  แต่ก็แข็งแรง   เขายังไม่มีเมีย  และแทบจะไร้ซึ่งประสบการณ์เกี่ยวกับเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

เขาพักอยู่บ้านพักของร้านที่อยู่ในบริเวณเดียวกับร้านนั่นแหละ  ส่วนกลุ่มก๊วนอีก 3 คนเลือกจะไปพักข้างนอกโดยเถ้าแก่ช่วยจ่ายค่าเช่าบ้านให้ อาจเป็นเพราะเถ้าแก่ค่อนข้างไว้วางใจพจน์อยู่ไม่น้อย  ถึงได้อนุญาตให้เขาพักอยู่ใกล้สุด  แต่ก็นั่นแหละมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี ดีก็คือ  ได้รับการเอื้อเฟื้อเรื่องอาหารการกินจากครอบครัวของเถ้าแก่บ้าง  ส่วนไม่ดีก็คือเหมือนอยู่ในสายตาของนายจ้างตลอดเวลา 

Advertisement

Advertisement

คืนนี้...  หลังแยกจากกลุ่มก๊วนแล้ว  พจน์กลับมาอาบน้ำอาบท่าตั้งใจจะเข้านอน  แต่พอหัวถึงหมอนเท่านั้น  ก็รู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นหอมประหลาดนั่น เขาผุดลุกนั่ง  ทบทวนว่าเคยได้กลิ่นแบบนี้มาจากไหน  ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาถูกที่เขาใช้ดับกลิ่นแน่  กลิ่นนั่นคุ้นเคยเสียจนเริ่มเหม็น ใช่แล้ว! พจน์คิดออก  มันเป็นกลิ่นแบบเดียวกับที่เขาได้กลิ่นที่สวนสาธารณะนั่นเอง นาทีนั้น  พจน์เอื้อมมือไปหยิบหมวกแก๊ป  ตัดสินใจเดินออกจากห้องพัก  เวลาขณะนี้เพิ่งจะสามทุ่ม  สวนสาธารณะอยู่ไม่ห่างจากที่นี่นัก เดินแค่ไม่ถึง 10 นาทีก็ถึง  น่าประหลาด  ระหว่างเดินลัดเลาะตามบาทวิถี  จมูกของเขาก็ยังคงได้กลิ่นหอมประหลาดดังกล่าว  ราวกับว่ามันเป็นกลิ่นที่ตามติดตัวหรือกลิ่นที่เกาะติดจมูกอยู่ตลอดเวลา

Advertisement

Advertisement

แต่ครั้นพบว่า  ยิ่งเข้าใกล้สวนสาธารณะ  พจน์ยิ่งได้กลิ่นความหอมชัดเจนขึ้น  ไม่ต้องสงสัยเลยว่า  มันน่าจะเป็นกลิ่นของไม้ดอกไม้ประดับอะไรสักอย่างภายในสวนสาธารณะนั่นเอง   บรรยากาศภายในสวนเวลานี้  ไม่ได้มีเฉพาะเขา  แน่ล่ะ  ในเมื่อมันคือปอดของส่วนรวม  ผู้คนมักมาวิ่งออกกำลัง  บางคู่มานั่งคุยกัน  และบางครั้งมันก็กลายเป็นสถานที่พลอดรักสำหรับคู่ที่ไม่แคร์สายตาของผู้คน ถึงกระนั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรเกินเลยจนน่าเกลียด  เพราะสวนสาธารณะแทบไม่มีจุดใดที่มืดจนสามารถทำกิจกรรมอื่นใดได้ พจน์พยายามสอดส่ายสายตามองหาที่มาของกลิ่น แม้จะชัดเจน  แต่ก็ยังไม่พบต้นตอ  กลิ่นหอมอ่อนๆราวกับกลิ่นกายจากหญิงสาวบ้านผู้ดีบางบ้านที่เขาเคยเอาแก๊สไปส่ง  ใช่  พจน์เริ่มจะจดจำที่มาของกลิ่นดังกล่าวได้บ้างแล้ว

ใจของเขาอยากจะถามผู้คนว่าได้กลิ่นแบบที่เขาได้กลิ่นบ้างไหม  ทว่าสุดท้ายแล้วพจน์ก็ทำได้แค่คิด  เดี๋ยวจะหาว่าเขาเป็นไอ้พวกโรคจิต พจน์ถอนใจพร้อมกับบอกตัวเองว่า ก็แค่กลิ่นหอมประหลาด  ทำเอาเสียเวลาหลับนอน  ไม่ควรเก็บเอามาคิดมากมาย  ชายหนุ่มตัดสินใจกลับที่พัก    ความเหน็ดเหนื่อยบวกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์  ทำให้เขาหลับสนิทอย่างรวดเร็ว  แต่พอดวงจิตเข้าสู่ภวังค์  พจน์กลับรู้สึกเหมือนตัวเองสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเรียก... “พี่คะ  พี่คะ”

พจน์ผงกหัวลุกขึ้นพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ใครที่ไหนมาเรียก  ที่สำคัญเป็นผู้หญิงเสียด้วย  พจน์ยังโสดสนิท  เรื่องผู้หญิงแม้จะมีเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างแต่ก็น้อยเต็มที  เขาอาภัพเรื่องพวกนี้  จนเลิกล้มความคิดที่จะจีบใคร   การอยู่ตามลำพังอาจมีความเหงาบ้างอะไรบ้าง  แต่เมื่อคุ้นเคยแล้วกลับพบว่า  สบายดี  ไม่ต้องมานั่งกังวลถึงอีกหลากหลายปัญหาที่มีตามมา

 “หนูเป็นเจ้าของกลิ่นหอมที่พี่ตามหา” พจน์ขนลุกซู่  ความรู้สึกยามนั้นเหมือนมีเม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาจนชุ่มโชกร่าง   มาทั้งกลิ่นและเสียงแบบนี้คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้  “ไม่ต้องกลัวหนูนะ  หนูมาดี”

มาดี...ยิ่งพูดยิ่งแสดงชัดว่า  เจ้าของเสียงและกลิ่นไม่ใช่คน  เพราะแม้จะได้ยินและได้กลิ่นชัดเจนราวกับอยู่ใกล้ๆ  แต่พจน์ยังมองไม่เห็น ก่อนที่สติสัมปชัญญะของพจน์จะกระเจิดกระเจิงมากไปกว่านี้   ดูเหมือนว่าสายตาของเขาจะเริ่มมองเห็นรูปเงาปรากฏ หญิงสาวร่างกะทัดรัด  ผมยาว  ผิวขาว  ใบหน้าของเธอคมเสียจนสามารถสะกดให้พจน์จังงัง  อาจเป็นเพราะชีวิตของเขายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนสนิทสนมใกล้ชิด  จนเกือบลืมไปจนหมดสิ้นแล้วว่าความรู้สึกที่มีต่อเพศตรงข้ามเป็นอย่างไร จู่ๆมีหญิงสาวปรากฏตัวข้างๆกาย  รูป กลิ่น เสียง เพียงแค่นี้ก็ทำให้หัวใจสั่นไหวได้

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรต่อ พจน์รู้เพียงแค่ว่ามีความสุขเหลือเกิน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เสียงเคาะประตูโครมคราม  ปลุกให้พจน์สะดุ้งตื่น  แต่ไม่ทันที่จะได้ลุกไปเปิด  ประตูก็ถูกพังเข้ามาพร้อมกับตำรวจสองนาย 

“อะไรกันเนี่ย” เขาถูกล็อกแขนใส่กุญแจมือ

“คุณคือผู้ต้องสงสัยข่มขืนแล้วฆ่าเด็กสาวคนหนึ่ง”

“ผม...”

“มีอะไรเอาไว้แก้ตัวกับพนักงานสอบสวนเถอะ”

พจน์รู้สึกเหมือนได้กลิ่นหอมประหลาดโชยมาสัมผัสกับจมูกอีกแล้ว...  ไม่เพียงแค่นั้น  ระหว่างถูกควบคุมตัวไปขึ้นรถ  เขาเห็นเธอ... คนที่เขาเพิ่งร่วมหลับนอนในความฝัน!