ใครจะไปเชื่อว่ามนุษย์หนึ่งคนจะสามารถสร้างขยะได้ถึง 1.15 กิโลกรัมต่อวัน และยังมีอีกหลายที่ ที่สร้างขยะมากกว่า1 ตันต่อสัปดาห์ ทุกวันนี้คนไทยกว่า 60 ล้านคน สามารถสร้างขยะได้มากถึง 14 ล้านตันต่อปี แต่ความสามารถในการจัดเก็บขยะกลับมีไม่ถึง 70 % ของขยะที่เกิดขึ้น หนึ่งในขยะที่เป็นมลพิษมากที่สุดคือ ขยะมูลฝอย ที่เกิดจากครัวเรือน ร้านอาหาร หรือตามโรงงานต่าง ๆ การคัดแยกประเภทของขยะถือเป็นการกำจัดที่ดี ไม่น้อย แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเรานำขยะมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่น่ารัก นักเรียนม.ปลายอย่างดิฉัน ตั้งใจจะทำบทบาทหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ก็ต้องขอบอกก่อนนะคะ ว่าการเล่าเรื่องเราเองก็ไม่ได้เซียนเท่าไรนัก แต่ตั้งใจจะมาแบ่งปันไอเดีย บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะคัดลอกข้อมูลท่านอื่นมาเป็นของตัวเอง และก็ต้องขอขอบคุณทุก ๆ เว็บไซต์ที่ให้ความรู้ ให้ข้อมูลได้สืบค้นด้วยนะคะ

Advertisement

Advertisement

เอาหละเรามาเริ่มกันเลย ขอเท้าความก่อนนะคะว่าผู้เขียนนั้นเกิดและโตที่จังหวัดบึงกาฬ เห็นต้นยางพารามาก็ตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดเลยก็ว่าได้ ปลูกกันทุกพื้นที่ เมื่อถึงช่วงยางพาราผลัดใบ ก็จะเปลี่ยนสีและร่วงโรย ความรู้สึกคล้ายอยู่เมืองนอกเลยค่ะ555 สวยงามมาก ๆ แล้วปัญหาก็ตามมา เมื่อมีใบไม้แห้งจำนวนมหาศาลพร้อมกับอากาศที่แห้งและร้อน ไฟก็ลุกติดเองได้ง่าย ๆ แถมสัตว์มีพิษอาศัยใต้กองใบไม้อีกด้วย เป็นอันตรายต่อคนและลัตว์ พวกเราเลยผุดไอเดีย อยากที่จะกำจัดใบไม้พวกนี้โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเป็นประโยชน์  จึงเกิดโปรเจท เปลี่ยนใบไม้แห้งเป็นดินที่มีธาตุอาหารช่วยให้พืชอุดมสมบูรณ์ 

ไม่รอช้า ไปดูขั้นตอนและวิธีการทำกันเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

ตัดไม้ไผ่

ตัดไม้ไผ่เพื่อทำคอก สาว ๆ ลงมือตัดเอง เพราะไม่มีผู้ชาย เเต่ไม่เป็นไร พวกเราสวย เเละสตรองมาก ๆ 5555ตีคอก

 ตามที่ค้นข้อมูลมาต้องมีขนาดกว้าง ๑ เมตร ยาว ๒ เมตร จะเป็นขนาดที่กำลังดี เเต่เรากำลังน้อย จึงได้ไม่กว้างมากนัก เเต่กำหนดไม่ให้สูงเกิน 1 เมตรคอก

 หน้าตาคอกไม้ไผ่ก็จะเป็นเเบบนี้ใบไม้ใส่

นำใบยางพาราเเห้งเจ้าปัญหา มาใส่ไว้เเบบนี้ ให้สูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร เราจะทำกันทั้งหมด 3 ชั้นค่ะ เมื่อใส่ในชั้นที่ 1 ก็โรยทับด้วยมูลวัวเเห้ง จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม เเละวันถัดไปใส่ใบไม้อีกในชั้นที่ 2 เเละ 3 ตามลำดับ

ภาพใบไม้ผ่านไป 2 สัปดาห์ ใบไม้เปื่อยไวมาก ๆ พยายามรดน้ำทุกวัน เพราะน้ำจะพาความร้อนจากมูลวัวลงไปด้านล่าง จะได้ไม่ต้องพลิกกลับกองภาพชูมดิน

มีเเต่ใบไม้นะนั่น เริ่มเปื่อยเกือบหมดเเล้วตากเเดด

ถึงเวลาครบกำหนด 3 เดือน พร้อมใช้งานเเล้วค่ะ เอาออกมาตากเเดดตามคำบอกเล่า เพื่อลดจุลินทรีย์เเละความร้อนลง เพื่อตอนนำไปปลูกจะได้ไม่ทำเป็นอุปสรรคในการเจริญเติบโตของพืช

Advertisement

Advertisement

 


ขอขอบคุณข้อมูลจากhttps://bit.ly/3d7Zzxf

ภาพโดยผู้เขียน