“เวลายืนบนชะง่อนผาแล้วมองลงไปข้างล่าง รู้สึกหวาดเสียว ท้องไส้ปั่นป่วนบอกไม่ถูก ยิ่งเป็นพวกกลัวความสูงด้วยแล้ว ขาสั่นไปตามๆกัน แต่เพื่อประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต บวกกับแรงเชียร์ของพลพรรค หลายคนเลยต้องทำเป็นใจกล้า ออกไปยืนชักภาพเป็นที่ระลึกสักรูปสองรูป”

morehinkho2

กลางเดือนตุลาคมเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวน “นายรอบรู้” ร่วมเดินทางไปกับคาราวานก๊อกแก๊กทัวร์ ครั้งที่ 4 “เคาะประตูเมืองพญาแล” ณ จังหวัดชัยภูมิ นำเราไปสู่ “มอหินขาว” ทุ่งหินขนาดใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา หมุดหมายที่มีระยะทางห่างจากตัวเมืองชัยภูมิไปทางทิศเหนือราว 40 กม. ตลอดเส้นทางถนนส่วนใหญ่เป็นทางลาดยางอย่างดี ยกเว้นช่วงประมาณ 10 กม.สุดท้าย ที่เป็นทางลูกรังแดงเถือก 

มอหินขาว อยู่ในบริเวณบ้านวังคำแคน ต.ท่าหินโงม อ.เมืองชัยภูมิ ระยะทางห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ40กม.  วิ่งไปตามถนนสายชัยภูมิ-น้ำตกตาดโตน-บ้านท่าหินโงม ถึงสามแยกทางเข้าไปบ้านแจ้งเจริญ เลี้ยวซ้ายเข้าไปถึงทางโค้งบ้านวังน้ำเขียว-บ้านวังคำแคน ประมาณ9-10กม. 

 

เซย์ ไฮ!!!  กลุ่มหินตระหง่าน

morehinkho1

หลังรถเทียบจอด เรารีบผละจากประตูและตรงดิ่งไปยังเนินเขาจุดแรก ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ทันที บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของกลุ่มแท่งหินขนาดยักษ์ 5 แท่ง เรียงตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ความสูงจากผิวดินประมาณ 12 เมตร และมีขนาดใหญ่สุดถึง 22 คนโอบ 

morehinkho

ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นเมืองโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ของคนยุคก่อน ชื่อว่า “นครกลางหาว”

กรมทรัพยากรธรณี เคยเข้ามาสำรวจชั้นหินและอายุที่ได้จากซากดึกดำบรรพ์ต่างๆ พบว่า กลุ่มหินเหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดแรงบีบ ตลอดจนการกัดเซาะของน้ำฝน น้ำผิวดิน ทำให้มีรูปร่างคดโค้ง แตกหักตามที่เห็นเช่นในปัจจุบัน

เมื่อมองจากระยะไกลๆ เนินเขาในบริเวณนี้มีสีขาวสะดุดตา อันเนื่องมาจากหินทรายต้องแสงแดด โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตกไม่นาน ชาวบ้านสังเกตเห็นลักษณะเด่นทางธรรมชาติเหล่านี้แล้วจึงเรียกกันว่า “มอหินขาว” ซึ่งคำว่า “มอ”ในภาษาอีสานหมายถึง เนินเขา นั่นเอง

morehinkho6

ถัดจากกลุ่มหิน 5 แท่งขึ้นไปยังมีกลุ่มหินเจดีย์-หินโขลงช้าง ซึ่งมีลักษณะแปลกตาคล้ายกับเจดีย์ และบางส่วนคล้ายหลังของช้างกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ห่างไปอีกราว 200 เมตร เป็นกลุ่มลานหินต้นไทร มีประมาณ 50-60 ก้อน รูปร่างลักษณะต่างกันออกไปตามจินตนาการของผู้พบเห็น 

สนุกโลดอยู่กับจิตนการหินเป็นรูปร่างต่างๆ อยู่นาน ถึงเวลาเดินเท้าไต่ความสูง 905 เมตรจากระดับน้ำทะเล มุ่งหน้าสู่ผาหัวนาคจุดที่สูงที่สุดของมอหินขาว ที่นี่เป็นลานหินขนาดใหญ่เต็มไปด้วยชะง่อนผาตลอดแนวสันเขา มีต้นไม้ขึ้นแซมบริเวณรอยแยกของแผ่นหินเป็นระยะ ทำให้อากาศบริเวณนี้ไม่ร้อนรุนแรงมากนัก

 

เข้าสู่...เขตวัดใจ

เราบิดตัวเล็กน้อยเพื่อคลายกล้ามเนื้อ พร้อมกับยืดตัวตั้งตรงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าไปเต็มปอด ก่อนก้าวเดินอย่างช้าๆ ออกไปยืนชมวิวบริเวณชะง่อนผา ตามแรงเชียร์ของพลพรรค ที่อยากให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต 

morehinklo9

ความรู้สึกหวาดเสียวแทรกเข้ามาเป็นระยะ ท้องไส้ปั่นป่วน ยิ่งหากจ้องมองลงไปเบื้องล่างด้วยแล้ว ต้นไม้ดูเล็กจิ๋วไปถนัดตา นี่คงเป็นมุมมองแบบตานกที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้า ขณะที่ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปิดมุมมองแบบ 180 องศา มีแค่ท้องฟ้ากับป่าเขียวครึ้ม และจากจุดนี้เองเรายังสามารถมองเห็นเทือกเขาภูเขียวได้อีกด้วย ชักภาพเป็นที่ระลึกสักรูปสองรูปแล้วก็รีบเผ่น!

morehinko7

วันนี้ผู้คนค่อนข้างหนาตา เราเหลือบไปเห็นพี่ๆ กลุ่มหนึ่ง กำลังก้มๆ เงยๆ มองหาอะไรบ้างอย่างที่โค่นต้นไม้  เราไม่รีรอรีบเข้าไปถามให้คลายสงสัย ได้รับคำตอบว่า พวกเขากำลังเก็บลูกก่อ ลูกไม้ป่ารูปร่างหน้าตาคล้ายกับผลเงาะ ขนาดราวหัวแม่มือ ดูจุ๋มจิ๋มน่ารัก ทว่าหากคว้าหมับเข้าไปรับรองว่าเลือดซิบ เพราะเปลือกลูกก่อห่อหุ้มด้วยหนามแหลม

morehinkho4

120 บาทต่อกิโลกรัม คือราคาของ “ก่อ” ลูกไม้ป่าที่คนพื้นที่การันตีว่า อร่อย ไม่แพ้เกาลัด

เวลาทานต้องฉีกเอาเปลือกออกแล้วนำเมล็ดด้านในไปคั่วไฟ ด้านรสชาตินั้น...หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเอ่ยสั้นๆว่า "คนบ้านเฮา เขาเปรียบลูกก่อว่าเป็น เกาลัดอีสาน อร่อยเหมือนกันนั่นแหละ" เห็นแบบนี้แล้วชักอิจฉาแทนคนเมืองกรุง! 

เอาเป็นว่าไปชัยภูมิหนหน้า อย่านึกว่ามีแต่ทุ่งดอกกระเจียวเท่านั้นที่เฟี้ยว!!!!

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา โทร. 0-44 81-0902-3