ถึงแม้คนกับงูจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ยิ่งเป็นงูที่มีพิษแล้วนั้น คงไม่มีใครอยากอยู่ด้วย แต่ที่หมู่บ้านบ้านโคกสง่า อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แห่งนี้ ชาวบ้านเกือบทุกหลังคาเรือนเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้าน และจัดการแสดงงู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติแวะมาที่หมู่บ้านนี้เป็นจำนวนมาก

ชาวบ้านโคกสง่า แรกเริ่มเดิมทีมีอาชีพเกษตรกรรมควบคู่กับการขายยาสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ แต่เนื่องจากการขายยาสมุนไพรต้องเร่ขายตามหมู่บ้านต่างๆ ด้วยความยากลำบาก จึงเปลี่ยนวิธีการขายใหม่โดยมีการจัดหางูเห่ามาแสดง เพื่อดึงดูดผู้คนและสามารถขายยาสมุนไพรได้มากขี้น

แต่เนื่องจากงูเห่าพ่นพิษได้ไกลถึง 2 เมตร จึงทำให้เป็นอันตรายต่อทั้งผู้ชมและหมองูเอง ชาวบ้านจึงเปลี่ยนมาเป็นงูจงอางแทน การแสดงการต่อสู้กับงู ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู้รุ่น และในเวลาต่อมา

การเลี้ยงงูจงอางก็เป็นที่นิยมขึ้นโดยเกือบทุกหลังคาเรือนจะเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้านของตนเอง

01

02

03

ชกมวยกับงู

การเลี้ยงงูจงอางที่บ้านโคกสง่าเป็นการเลี้ยงงูเหมือนสัตว์เลี้ยง เมื่อมีการเดินทางเพื่อเร่ขายยาสมุนไพรไปตามที่ต่างๆ

เจ้าของงูจะใส่งูไว้ในลังไม้และเมื่อเปิดลังไม้ออก งูจะเลื้อยออกมาและแสดงพฤติกรรมธรรมชาติของมัน เช่น การแผ่แม่เบี้ย และข่มขู่ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของฝึกฝน ส่วนการหยอกล้อหรือยั่วยุกับงู ตามที่มีการแสดงที่หมู่บ้านโคกสง่านั้น ชาวบ้านเรียกว่า “การชกมวยกับงู” ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และตื่นตาตื่นใจกับการแสดงที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้

งานวันงูจงอาง

จัดขึ้นที่หมู่บ้านโคกสง่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี โดยจะมีการแสดงศิลปะการต่อสู้ระหว่าง คนกับงูจงอาง ขบวนแห่งูจงอาง พิธีบายศรีสู่ขวัญงูจงอาง และการประกวดเทพีงูจงอาง อีกทั้งยังมีการสาธิตว่านและยาสมุนไพรชนิดต่างๆ พร้อมจำหน่ายโดยกลุ่มชาวบ้าน

ว่านพญางู

ภูมิปัญญาด้านสมุนไพรที่หลากหลายของหมอยาบ้านโคกสง่า ได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่จะปลูกว่านต่างๆ แล้วนำมาแปรรูปขายเป็นสมุนไพร หมู่บ้านแห่งนี้จะมี “ว่านพญางู” อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถแก้พิษจากสัตว์มีพิษกัดหรือต่อยได้

04

05

06