“สงกรานต์นี้เที่ยวไหนคุณ” หลายคนเกิดคำถามในใจ เพราะเทศกาลสงกรานต์ทั้งทีจะให้อยู่บ้านเฉยๆ คงไม่ได้ อยากจะออกไปสัมผัสโลกกว้าง เล่นน้ำให้หายร้อนกันสักหน่อย

“นายรอบรู้” มีหนึ่งที่มาแนะนำ นอกจากจะได้ไปพักผ่อนในวันหยุดยาวแล้ว ยังจะได้ไปสัมผัสประเพณีที่งดงามของชาวบ้านและได้ไปทำบุญรับวันปีใหม่ไทยอีก แบบนี้มีแต่ได้กับได้เลยหละคุณ… ที่ๆ อยากจะจะพาไปเที่ยวในวันนี้ ก็คือ วัดไชยศรี เมืองขอนแก่น จะพาไปชมสถาปัตยกรรมสวยๆ พาไปดูประเพณีเก่าแก่ของชาวอิสาน ถ้าพร้อมแล้ว ออกเดินทางกันเลย

วัดไชยศรี ตั้งอยู่ที่ ต. สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี และยังเป็นวัดที่ชาวอิสานให้ความเคารบนับถือ ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่น่าสนใจอย่าง สิม หรือ พระอุโบสถ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์ในภาคอิสาน

สิม มาจากคำว่า สีมา หรือ สิมมา หรือพัทธสีมา โดยเป็นคำที่ชาวอิสานใช้เรียก โบสถ์ สิมที่วัดไชยศรี มีอายุกว่าร้อยปี เดิมมุงหลังคาด้วยแผ่นไม้ มีปีกยื่นออกมาสองข้างแบบสถาปัตยกรรมอีสานดั้งเดิม ต่อมาหลังคาทรุดโทรมจึงมีการบูรณะและเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมแบบรัตนโกสินทร์

บริเวณผนังของสิม วัดไชยศรีมีจิตรกรรมผาผนังที่ชาวอิสานเรียกกันว่า ฮูปแต้ม อยู่ทั้งด้านนอกและด้านในผนังสิม โดยฮูปแต้มนั้นเกิดจากภูมิปัญญาของช่างฝีมือท้องถิ่น ที่ใช้สีโทนคราม เหลือง และขาว มาเขียนเป็นลวดลายต่างๆ บนผนังสิม

ฮูปแต้มที่วัดไชยศรีมีการเขียนลวดลายเป็นเรื่องราวหลากหลาย ด้านนอกเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับขุมนรกทั้ง 8 เรื่องพระเวสสันดร และนิทานพื้นบ้านอิสานเรื่องสังข์สินไชย มีการเขียนเล่าเรื่องราวอยู่บนผนังทั้ง 4 ด้าน จนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง นอกจากนี้ด้านในสิมยังมีการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติด้วยลายเส้นแปลกตาแต่น่าสนใจอยู่โดยรอบอีกด้วย

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่วัดไชยศรีมีพิธีกรรมที่น่าสนใจคือ พิธีเสียเคราะห์ ซึ่งชาวบ้านจะทำกันในวันสงกรานต์ของทุกๆ ปี คำว่าเสียเคราะห์นั่นคือ สะเดาะเคราห์นั่นเอง โดยชาวอิสานเชื่อว่าเป็นการนำเอาสิ่งไม่ดีออกจากครอบครัว ทำให้ครอบครัวประสพพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดทั้งปี

การทำพิธีเสียเคราะห์นั้นเริ่มจากการทำกระทง 9 ช่องจากกาบกล้วย โดยแต่ละช่องจะใส่ ข้าวดำ (ข้าวสุกมาคลุกกับน้ำผสมผงถ่าน) ข้าวแดง (ข้าวสุกคลุกกับน้ำสีแดง) อาหารคาวที่ทำจากเนื้อสัตว์ และอาหารหวานต่างๆ บุหรี่ เป็นต้น ที่ขอบและมุมกระทงกาบกล้วยประดับด้วยธงกระดาษสีต่างๆ ตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก

ช่วงเช้านอกจากการจัดเตรียมกรทงแล้ว ก็มีการทำบุญตักบาตร และการฟังเทศน์จากพระภิกษุ ช่วงบ่ายชาวบ้านก็จะนำกระทงไปจับจองพื้นที่โดยรอบสิม ร้อยสายสิญจน์เขากับกระทงของตัวเอง นั่งหันหน้าเข้าหากระทง จากนั้นพระ๓ิกษุกระจะทำพิธีกรรมในสิม จากนั้นหมอขวัญจะกล่าวคาถาเข้าสู่พิธีกรรมให้ชาวบ้านว่าตาม เมื่อจบกระบวนการชาวบ้านก็จะนำกระทงไปทิ้งไว้ที่ทางสามแพร่ง ป่าช้า หรือในพื้นที่ที่ไม่มีเข้าของถือเป็นอันเสร็จพิธีเสร็จพิธี

หลังจากเสร็จพิธีเสียเคราะห์ที่ทำให้สิ่งเลวร้ายออกไปแล้ว ทางวัดก็จะนำพระพุทธรูปที่เคารพนับถือ ออกมาให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนสรงน้ำพระเพื่อเป็นศิริมงคล ถือว่าได้บุญ ได้สะเดาะเคระห์ ได้ชมสถาปัตยกรรมสวย สงกรานต์ที่นี่ดีจริงๆ

สุดท้ายนี้ มาขอนแก่นแล้ว เราอยากให้คุณลองไปเที่ยวถนนข้าวเหนียว สัมผัสบรรยากาศสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ จึงจะถือได้ว่ามาสัมผัสสงกรานต์ขอนแก่นอย่างแท้จริง….