“ค่ายอาสา” ถือเป็นกิจกรรมแสนประทับใจในความทรงจำของใครหลายคน ตัวข้าพเจ้าเองเป็นหนึ่งในคนจำนวนนั้น แล้วเจ้าค่ายอาสานี่มันสนุกสนานอย่างไรหรือ มาสิ... จะเล่าให้ฟัง

          เรื่องมันเริ่มจากปิดเทอมฤดูร้อนตอนปีหนึ่ง ที่ภาควิชาศิลปะกรรมมีการจัดกิจกรรมค่ายอาสาเพื่อพัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารขึ้น ข้าพเจ้าเป็นเด็กบ้านนอกที่ไม่รู้จักกิจกรรมแบบนี้สักนิด แต่เมื่ออาจารย์และเพื่อน ๆ ออกปากชวน ข้าพเจ้าจึงลงชื่อตามเขาไปแบบงง ๆ

          ถึงวันเดินทาง พวกเรามารวมตัวพร้อมกันที่มหาวิทยาลัย โดยสารรถบัสคันเก่าบุโรทั่ง นั่งโกรกลมแห่งฤดูร้อนไปจนถึงตัวเมืองจังหวัดตราดราวบ่ายแก่ แวะหาซื้ออาหารและของใช้จำเป็นกันสักพักจึงออกเดินทางต่อสู่โรงเรียนที่หมาย

          ผ่านสวน ผ่านป่า ผ่านนา ผ่านไร่ มองหาชุมชนหรือบ้านคนไม่มีเลย จนมาถึงโรงเรียนเกือบค่ำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือขนข้าวขนของเตรียมหาห้องนอนกันในคืนนี้ พวกเรากลุ่มผู้หญิงเลือกนอนในห้องเรียนอนุบาล ไม่มีใครเลือกนอนในห้องพยาบาลแม้ในนั้นจะมีเตียงนุ่มพร้อมหมอนผ้าห่ม ...มันน่ากลัวไปนิด ...แต่ยังมีที่น่ากลัวกว่านั้นอีก คือห้องอาบน้ำของพวกเราตั้งอยู่ข้างเมรุเผาศพ เรามีวัดตั้งอยู่ด้านหลังของโรงเรียนด้วย

Advertisement

Advertisement

          ทางโรงเรียนได้เตรียมอาหารชุดใหญ่ไว้รอรับพวกเรา ข้าพเจ้าเดินไปดูมาแล้ว น่ากินและหม้อใหญ่มาก ถึงกระนั้นใครจะกินก็กินไปก่อนเลย ข้าพเจ้าขอลาชวนเพื่อนไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนฟ้ามืดดีน่าจะกว่า

ไม่ต้องกลัวอดนะฮะ

          เมื่อจัดการข้าวปลาอาหารและธุระส่วนตัวกันเรียบร้อย อาจารย์ก็เรียกพวกเราประชุมเรื่องแผนงานในอีกสี่วันข้างหน้า จัดแบ่งกลุ่มและหน้าที่ตามอาคารแต่ละจุด เริ่มสำรวจพื้นที่ ทำความสะอาด

Advertisement

Advertisement

          การทาสีอาคารเก่าไม่ใช่ว่าเอาสีมาเปิดแล้วจะทาได้เลย ในคืนนั้นพวกเราต้องขัดผนังเอาสีเก่าที่ร่อนลอกออกให้หมดก่อน เสร็จแล้วจึงเข้านอนรอถึงพรุ่งนี้เช้าผนังแห้งจึงเริ่มทาสีรองพื้น และด้วยเหตุว่าพวกเราเป็นนักศึกษาศิลปะกรรม ครั้นจะทาสีเรียบ ๆ แล้วจบไปก็ใช่ที่ ย่อมต้องมีการเพิ่มสีสันวาดภาพประกอบฝากไว้เป็นธรรมดา

ขัดผนังเสร็จ ทาสีขาวพื้น ลงสีแบรคกราวจำพวกท้องฟ้า กอหญ้า และร่างภาพหลัก

          นักศึกษาชายส่วนหนึ่งแยกตัวไปขัดสนิมเหล็กเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ทาสีน้ำมันกลางแดด แห้งช้า ทายาก ลำบากลำบนกันไป แต่ไม่มีใครนึกบ่น 

          ห้าวันนั้นแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลไร้สัญญาณโทรศัพท์ แต่ที่นี่รายล้อมไปด้วยสวนผลไม้เมืองร้อนแห่งภาคตะวันออก พวกเรามีเงาะกินเป็นเข่งทุกวัน มีทุเรียน มังคุด ลองกอง มีแกงหมูชะมวงชื่อดัง มีปลาทอดกินเป็นตัวๆ เพราะชาวบ้านพากันขนมาให้ เขารู้ว่าพวกเรามา แม้เราจะไม่เคยเห็นพวกเขาเลย บริเวณโรงเรียนนั้นนอกจากวัดและต้นไม้ พวกเราไม่เห็นสิ่งปลูกสร้างอื่นใดเลยจริงๆ

Advertisement

Advertisement

ต่อโต๊ะขึ้นไปวาดจนถึงเพดาน

          วันที่ห้าในโรงเรียนกลางสวนเงาะ งานต่าง ๆ เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย เตรียมตัวกลับบ้าน พวกเราเก็บของและเดินเล่นถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันสนุกสนาน วันคืนที่ผ่านมาทั้งหนักและเหนื่อย นอนดึกทุกคืน ตื่นเช้าทุกวัน ห้องอาบน้ำข้างเมรุเราก็สามารถไปอาบน้ำยามดึกดื่นได้อย่างสบายใจแล้ว

          นั่นคือประสบการณ์ครั้งแรกแห่งค่ายอาสากลางป่าใหญ่ของข้าพเจ้า จุดเริ่มต้นของการเป็นมนุษย์ค่าย เป็นแล้วเลิกไม่ได้จริง ๆ

เพื่อน ๆ ล่ะคะ เคยออกค่ายอาสากันบ้างหรือยัง ?

ผลงานของพวกเรา

 

 

 

เช็คลิส สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียม

สบู่ (แนะนำเป็นสบู่เหลว)

แชมพู

แปรง+ยาสีฟัน

แป้งหอมๆ เผื่อเกิดอาการคัน

ยาสามัญประจำตัว ยามอม ยาหม่อง 

ผ้าเช็ดตัว-เช็ดผม

ผ้าห่ม หากคุณเป็นคนขี้หนาว

หมอน หรือจะนอนหนุนกระเป๋าก็ไม่ว่ากัน

เสื้อผ้า เน้นชุดชั้นใน

กางเกงนอน ใส่ซ้ำได้

กางเกงใส่ประจำวัน นับดี ๆ มีการใส่ซ้ำได้

เสื้อ เลือกเป็นเสื้อสบายๆ ใส่นอน แล้วใส่ทำงานต่อวันถัดไปได้ หากอากาศหนาวเพิ่มเสื้อคลุมอีกสักตัว

หรือหากท่านขยันซัก สามารถพกผงซักฟอกไปด้วยได้นะคะ

ทั้งหมดที่ว่ามา มีเป็นของตัวเองดีที่สุดนะคะ เอาไว้ใช้ทริปต่อไปได้อีกค่ะ ไม่ต้องห่วง

แล้วเยอะขนาดนี้ กระเป๋าแบบไหนถึงใส่พอ เลือกกระเป๋าช้อปปิ้งสำเพ็งสิคะ แล้วท่านจะไม่ต้องหอบหิ้วกระเป๋ารุงรังอีกต่อไป ฮาาา