หากกล่าวถึงจังหวัดระยองแล้ว  หลายคนคงนึกถึง  กวีเอกชื่อดังสุนทรภู่  คงนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวของทะเลอันสวยงาม และคงนึกถึง บทกลอนชื่อดังพระอภัยมณีและผีเสื้อสมุทร 

                      แต่จะมีสักกี่คน ที่จะรับรู้ได้ว่าในอำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดนี้นั้น ได้ถือกำเนิดพระเกจิชื่อดังเปรียบเสมือนเทพเจ้า ประจำจังหวัดระยอง โดยอิทธิฤทธิ์ความศักดิ์สิทธิ์ กิจวัตร ที่เป็นที่น่าเคารพเลื่อมใส จากพระบ้านป่าที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นพระเกจิชื่อดัง กลายเป็นเทพเจ้าของจังหวัดระยอง วันนี้ผู้เขียนจะพาผู้อ่านไปรู้จักวัดละหารไร่และความเป็นมาของวัดและหลวงปู่ทิมกัน

รูปหลวงปู่ทิม อิสริโก                    พระสงฆ์ผู้แก่กล้าวิทยาคมแห่งภาคตะวันออก คนทั่วระยอง กล่าวขานเป็นที่รู้จัก และทุกคนในจังหวัดยกย่องให้ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออก พระสงฆ์รูปนี้มีนามว่า "หลวงปู่ทิมอิสริโก"

Advertisement

Advertisement

                     หลวงปู่ทิมเกิดที่บ้านทุ่งตาบุตรหมู่ที่ 2 ตำบลละหาร อำเภอบ้านค่ายจังหวัดระยองชื่อเดิมคือทิมนามสกุลงามศรีเกิดเมื่อวันศุกร์เดือน 7 ปีเถาะ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2422 เป็นบุตรของนายแจ้ งามสีและนางอินทร์ งามสีมีพี่น้องทั้งหมด 3 คนรวมหลวงปู่ทิมเป็นคนที่ 2 สมัยเมื่อท่านยังเด็กฉันชอบเที่ยวล่าสัตว์ ด้วยความคึกคะนองของความเป็นวัยรุ่นโดยนำเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้นำมา กินกันในครอบครัว แต่เมื่อ อายุได้ 17 ปีพ่อของท่านได้นำไปฝากไว้กับหลวงพ่อสิงห์ที่วัดเพื่อให้เล่าเรียนหนังสือเป็นเวลา 1 ปีจะมีความรู้ความสามารถอ่านออกเขียนได้ พ่อของท่านจึงได้พาไปกราบนมัสการหลวงพ่อสิงห์เพื่อขออนุญาตนำบุตรชายกลับมาอยู่ที่บ้านอีกครั้ง หลวงปู่ทิมในวัยเด็กให้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ ทำงาน ตามกำลังที่มีตามนิสัยของความกตัญญูเป็นพื้นฐานที่หลวงปู่มีกระทั่งอายุครบ 19 ปีหลวงปู่ทิมถูกคัดเลือกเข้าเป็นทหารและได้เข้ามาประจำการอยู่ในกรุงเทพฯนานถึง 4 ปีกว่าจึงได้ปลดประจำการแล้วย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านหลังจากนั้นบิดาของท่านจึงได้จัดงานอุปสมบทให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ในทันที 

Advertisement

Advertisement

                 หลวงปู่ทิมอุปสมบทในวันที่ 7 มิถุนายนพ.ศ .2449 ตรงกับวันเสาร์ขึ้น 7 ค่ำเดือน 6 ปีมะแมโดยมีพระครูขาววัดพลับเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์เป็นพระอนุสาวนาจารย์และมีพระอาจารย์เกดเป็นพระกรรมวาจาจารย์ที่ วัดละหารไร่ ท่านได้ฉายาว่า "อิสริโก "

                 หลังจากที่บวชเป็นพระภิกษุแล้วท่านได้อยู่กับพระอาจารย์ที่วัดจนครบ 1 พรรษาหรือ 3 เดือน หลังจากนั้นท่านได้ขออนุญาตกราบพระอาจารย์เพื่อออกธุดงค์ไปในหลายจังหวัด เพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเป็นเวลา 3 ปีเต็มเมื่อใกล้เข้าพรรษาท่านได้เดินทางถึงจังหวัดชลบุรีและจำพรรษาอยู่ที่วัดนามะตูมเป็นเวลา 2 พรรษาท่านได้ศึกษาวิทยาคมกับพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้แก่โยมเริ่มโยมรอด นะโยมสาย เป็น 3 ฆราวาสแรกที่หลวงปู่ทิมเรียนวิชาอาคมด้วยเพราะ 3 คนนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้และเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเป็นอย่างมาก 

Advertisement

Advertisement

              นอกจากนั้นหลวงปู่ทิมยังได้รับตำรามาจากหลวงปู่สังข์เฒ่าเจ้าอาวาสวัดเก๋งจีนในสมัยนั้นซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆของหลวงปู่ทิมและยังเป็นผู้ก่อตั้งวัดละหารไร่ด้วยหลวงปู่สังข์ถ้าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อกันว่าน้ำลายของท่านเมื่อตกลงไปตรงไหนแล้ว พื้นแผ่นดินตรงนั้นจะแตกระแหงทันทีเมื่อทางจังหวัดทราบถึงความเก่งกล้าของหลวงปู่สังข์เฒ่าจึงได้นิมนต์ท่านมาอยู่ที่วัดเก๋งจีนและท่านได้เริ่มสร้างพระเนื้อชินตะกั่วขึ้นมาหลายพิมพ์ด้วยกันโดยนำไปบรรจุกรุไว้ที่วัดและวิหารความศักดิ์สิทธิ์เล่าปากต่อปากจากชาวบ้านมากมาย ทั้งนี้หลวงปู่สังข์เฒ่าและมอบตำราที่ท่านเขียนไว้เอง ให้กับหลวงปู่ทิมซึ่งเป็นหลานของท่านมาใช้ศึกษาในเวลาต่อมา 

                  รูปหลวงปู่ทิม อิสริโก 

                ต่อมาหลวงปู่ทิมได้ชักชวนชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายให้ช่วยกันก่อสร้างพระอุโบสถขึ้นซึ่งใช้เวลาเพียงปีกว่าๆก็สร้างเสร็จพร้อมกับผูกพัทธสีมาเป็นที่เรียบร้อยหลังจากนั้นหลวงปู่ทิมก็ได้สร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้นอีก 1 หลัง มีความร่วมมือจากจังหวัดและอำเภอบ้านค่ายใช้เวลาก่อสร้างเพียง 8 เดือนก็แล้วเสร็จ สามารถเปิดให้นักเรียนเข้าศึกษาได้ทันทีอีกทั้งหลวงปู่ที่ไม่ได้ชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลายแห่งทุกอย่างก็สำเร็จไปได้ด้วยดีกระทั่งหลวงปู่ทิมมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักได้รับการยกย่องเป็นอย่างยิ่งในปีพ.ศ .2478 หลวงปู่ทิมได้แต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นประทวนและมี ทางการได้ส่งหมายและตราตั้งมาไว้ที่ทางเจ้าคณะจังหวัดในหลวงปู่ทิมกลับไม่ยอมรับและไม่ยอมบอกใครๆ เนื่องด้วยเป็นพระปฏิบัติไม่ยินดียินร้ายกับ สิ่งร่างกายใดๆทั้งสิ้น แต่สุดท้ายทางจังหวัดจึงได้มอบให้เจ้าคณะอำเภอนำไปถวายที่วัดละหารไร่เองท่านจึงได้จำยอมรับแบบเสียไม่ได้เป็นฉายาพระครูทิม แล้วได้เป็นพระคู่สวดจนมาถึงปีพ.ศ. 2497 ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้พระครูทิมอิสริโกเป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรซึ่งท่านก็ไม่ยอมรับอีกท่านบอกแต่ว่าท่านไม่ต้องการและไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น ใช้เวลาอยู่พักใหญ่จนทางเจ้าคณะอำเภอได้ส่งหนังสือไปที่วัดญาติโยมทั้งหลายได้ทราบข่าวจึงจำต้องจัดขบวนแห่มารับท่าน โดยมานิมนต์หลวงปู่ทิมให้มารับสัญญาบัตรพัดยศเป็นพระครูภาวนาภิรัตเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมพ.ศ .2507  กราบพระทำบุญ

               หลวงปู่ทิมเป็นพระที่สมถะไม่ยินดียินร้ายสนใจสิ่งรอบข้างมีจริยวัตรที่งดงามชัดเจนโดยเฉพาะอาหารของท่านที่ใช้ในแต่ละวันท่านจะฉันไปมังสวิรัติและฉันเพียงมื้อเดียวและท่านไม่เคยสังเกตุเลยตลอด 50 ปีแม้แต่น้ำชาหรือน้ำเปล่าท่านก็ฉันตามเวลาแต่เป็นที่น่าแปลกที่สุขภาพของท่านกับแข็งแรงสมบูรณ์พันธุ์ของท่านไม่เคยหักแม้แต่เสี้ยวเดียวแม้จะอายุครบ 100 ปีแล้วก็ตามท่านยังเดินไปไหนมาไหนเองได้ทำวัตรทุกวันไม่มีขาด กราบพระทำบุญสาธุ

            หลวงปู่ทิมมรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่๑๖ตุลาคมพุทธศักราช 2518 สิริอายุรวม 96 ปี 72 พรรษา สิ่งที่ท่านได้สร้างไว้ให้จังหวัดระยองและลูกหลานญาติโยม ถือว่าเป็นความทุ่มเทเมตตา นอกจากจะต่อยอดพุทธศาสนาแล้วท่านยังพ่อมาลีต่อคนในจังหวัดระยองพระญาติโยมลูกหลานต่างก็ได้มีโรงเรียนโรงพยาบาลตึกราบ้านช่องความเจริญก้าวหน้าเข้ามาสู่อำเภอบ้านค่ายก็เพราะบุญบารมีของท่านที่สร้างไว้โดยแท้ 

           กราบพระทำบุญ ใครที่ได้มีโอกาสแวะเวียนมาเที่ยวจังหวัดระยอง นอกจากท่านจะได้สัมผัสทะเลสวยบรรยากาศดีที่มีให้เลือกมากมายหลายหลายที่แล้ว ท่านยังได้พบกับประวัติศาสตร์ ที่สำคัญจากกวีเอกสุนทรภู่ ที่ได้สร้างเรื่องราวอันน่าจดจำอีกมากมายในจังหวัดระยองแห่งนี้ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ท่านลืมไม่ได้คือการแวะเวียนไปที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง แวะเวียนไปที่วัดละหารไร่ ในสมัยก่อนเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากในการคมนาคมกว่าจะถึงตัววัด แต่วันนี้ได้มีพระอริยสงฆ์สำคัญรูปหนึ่งของเมืองไทยและสำคัญที่สุดของจังหวัดระยอง ได้นำความเจริญเข้ามาสู่อำเภอบ้านค่าย วันนี้การเดินทางเข้าออกวัดเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย แล้วท่านจะพลาด แวะเวียนเข้าไปกราบเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออกได้อย่างไร รูปบูชาหลวงปู่ทิม