เรื่องนี้เป็นประสบการณ์สมัยตอนวัยรุ่นของเราเอง ด้วยที่มีเซ้นในไทยเองก็เจอบ่อย แต่ขอเขียนเรื่องที่น่ากลัวตามลำดับก่อน มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศมาเลเซีย เครื่องดีเลย์ถึงที่หมายเกือบ3ทุ่ม ไปกัน3คน พี่หมี พี่อ้น และเรา ด้วยที่มาถึงดึกแล้ว พี่ยาให้หาแท้กซี่ไปนอนที่โรงแรมใกล้สนามบินก่อน1คืน พรุ่งนี้จะมารับเข้าเมืองในตอนเช้า “พี่ยาคือคนไทยที่ได้ภรรยาเป็นคนมาเลเซีย เป็นเพื่อนสมัยเรียนที่รามกับพี่หมี พี่อ้น” หลังจากเรียกแท็กซี่และบอกชื่อโรงแรม พี่แท็กซี่ก็ได้พาเราขับรถออกมาจากสนามบิน ถนนบ้านเค้าเรียบมากมีไฟสว่างจนมองเห็นเงาต้นปาล์มทั้งสองฝั่งถนน ในใจก็ตื่นเต้นเพราะเป็นการเดินทางออกจากประเทศที่เราเกิดครั้งแรกในชีวิต พี่เเท็กซี่พอเห็นสาวๆมาสามคนก็ถามว่าโสดมั้ย ภาษาอังกฤษ เราเองพอฟังออกแต่พูดไม่ได้เลย “พี่อ้นตอบกลับแท็กซี่ว่าแต่งงานแล้ว” พี่แท็กซี่ก็หยุดการสนทนา พร้อมกับขับเราเร็วขึ้น ในรถเงียบสงัดได้ยินเสียงยางที่วิ่งบนถนนราดยางดังครืนๆ พี่แท็กซี่แกก็เรอออกมาดังมาก ตอนนั้นในใจคือ อีหยั๋งวะ อยากจะเปิดกระจกแต่ก็ไม่กล้าได้แต่มองหน้ากันทำตาปริบๆ พอถึงที่หมายเป็นโรงแรม5ชั้น ด้วยความที่มืดแล้วแต่ไฟสว่าง เห็นด้านนอกก็แลเก่าระดับนึง ตอนนั้นเวลา4ทุ่ม เราก็เข้าไปเช็คอิน นอนห้องเดียวกัน ในห้องเหม็นอับ มีตู้เย็นขนาดเล็ก ทีวีแบบเครื่องหนา แอร์เป็นช่องลม ผ้าม่านปิดประตูกระจกที่เปิดออกไปนอกระเบียงฝุ่นเยอะมาก เก้าอี้ไม้สองตัว บนโต้ะมีที่เขี่ยบุหรี่ ขอบมีรอยดำของการใช้งาน ด้วยความที่ตื่นเต้นเราก็ไม่ง่วงกัน เอาขนมปังมานั่งกิน มีเบียในตู้เย็นเราก็เปิดมากิน เล่นไผ่กัน จนตอนนั้นตีสองเห็นจะได้ เริ่มได้ยินเสียงฟังบัวในห้องน้ำดังขึ้น ทั้งที่เรามากันสามคน และทุกคนนั่งอยู่บนเตียง เราเลยคิดว่าเสียงจากห้องอื่นละมั้ง ก็พูดปลอบใจตัวเองกัน พอเสียงฝักบัวเงียบก็ได้ยินเสียงน้ำไหลคิดว่าน่าจะอ่างล้างหน้า พี่อ้นจึงเดินมาเปิดห้องน้ำดู ในห้องน้ำแห้งสนิท ยังไม่มีใครใช้ห้องอาบน้ำ เราเลยตัดสินใจนอนพักก่อน ด้วยความที่เรากลัวผีเราจึงเลือกนอนกลาง ให้พี่ๆนอนซ้ายขวา ไม่ปิดไฟ น้ำก็ไม่อาบนอนกันเลย ในช่วงที่สะลึมสะลือก็มีเสียงประตูห้องน้ำเปิด แอ้ด!!!! ตอนนั้นเราหลับตาไม่กล้ามอง พร้อมกับฝังบัวที่ดังขึ้น เหมือนคนเปิดน้ำทิ้งไว้ พี่หมีเริ่มสกิดเรา เราก็สกิดพี่อ้นต่อ “พี่อ้นบอกกูได้ยินแล้ว ทนหลับไปก่อนเดี๋ยวก็เช้าแล้ว” ตอนนั้นเราเอาแต่หลับตาไม่กล้าลืมเลยกลัวจะเห็นอะไรที่น่ากลัว เสียงอะไรจะดังเราก็ไม่ลืม จนรู้สึกว่ามีเสียงเท้ารอบเตียง ในห้องพื้นเป็นพรม แต่ได้ยินเหมือนคนเดินลงส้นเท้า เดินวนไปวนมารอบเตียง เราก็คว้ามือทั้งพี่หมี พี่อ้นนอนจับมือกันแน่น จนทนไม่ไหว เราลืมตาขึ้นเห็นเป็นเงาดำๆ เหมือนคนตัวใหญ่เดินวนไปวนมารอบเตียง เราก็หันไปมองพี่อ้น แกก็นอนมองเงานี้เหมือนกัน สักพักเงาก็หายไป เราลุกขึ้นดูนาฬิกา ตอนนั้นตี5 เราเก็บของ กะว่าจะเตรียมไปรอที่ฟร้อนข้างล่าง โทรหาพี่ยาเล่าให้แกฟัง แกก็รีบมารับ ตอนนั้นใจเราเสียมากรีบลงมาฟร้อน พี่อ้นก็ถามพนักงานว่าในห้องเคยมีคนตายมั้ย พนักงานก็บอกว่าไม่มี จนพี่ยามา พี่ยาพูดมาเลเซียได้จึงได้ไปถามอีกที ปรากฏว่าที่ห้องนั้นมีคนโดนฆ่าเพราะติดหนี้คาสิโน ยัดศพเอาไว้ใต้เตียง กว่าจะเจอศพก็อืดจนน้ำเหลืองไหลเหม็นพรม ที่สำคัญคือเรื่องเพิ่งเกิดก่อนหน้าเรามาพักไม่ถึงปี เราจึงถามพี่ยาว่าทำไมเค้าถึงให้เราไปพักละ ห้องตั้งเยอะ ”พี่ยาตอบว่าพนักงานคงคิดว่าเราเป็นคนไทยคงไม่เจอผีอิสลามหรอกมั้ง ที่เราเห็นเค้าไม่เรียกผี แต่เรียกว่ายิน” หลังจากนั้นเราก็ไปเที่ยวแบบกลัวโรงแรมกันเลย เราเลือกที่จะพักในตัวเมือง ราคาสูงเราก็ยอม...

Advertisement

Advertisement