เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประสบกับตัวฉันเองตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กอนุบาล และก็ทำให้ฉันกลัวศาลพระภูมิเจ้าที่ประจำบ้านมาตั้งแต่นั้น เพราะรู้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์ที่ให้คุณและให้โทษได้เสมอ

ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด ของเล่นที่หาง่ายและราคาถูกที่สุดก็คือ การเล่นดินเล่นทราย  พี่ชายข้างบ้านที่แก่กว่าฉันสามปีมักจะเดินมาเล่นกับฉันในตอนเย็นหลังจากกลับจากโรงเรียน บริเวณที่เราชอบไปเล่นด้วยกันคือกองทรายข้างศาลเจ้าที่ของบ้านฉันเอง

จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าวันนั้นเราสองพี่น้องเล่นก่อกองทรายแข่งกัน ใครประดับได้สวยกว่าของคนนั้นชนะ พี่ชายใช้ก้อนหินมาเรียงประดับ ส่วนฉันเก็บดอกไม้มาแต่งกองทรายของตนเอง  วันนั้นใครชนะไม่รู้...แต่หลังจากวันนั้นฉันกลายเป็นเด็กที่เดินไม่ได้

ที่บ้านพาฉันไปโรงพยาบาล ปรากฎว่าขาของฉันปกติดี ญาติบางคนบอกว่าฉันขี้เกียจไปโรงเรียน แต่สาบานเถอะว่าฉันลุกขึ้นยืนไม่ได้เลย เมื่อพึ่งหมอแผนปัจจุบันไม่ได้ ปู่ย่าก็พาฉันไปหาหมอชาวบ้านที่เป็นหมอพ่นเป่า ท่านอายุราว 70 ปี ดูมีความรู้ทางวิชาอาคม ปู่อุ้มฉันไปนอนที่ชานบ้านของท่าน และบอกเล่าอาการของฉันว่าอยู่ดีๆ ก็เดินไม่ได้อย่างไม่มีสาเหตุ

Advertisement

Advertisement

พ่อหมอถามฉันว่า “หนูไปเก็บมาลัยเจ้าที่มาเล่นหรือเปล่า” ฉันบอกว่า “เปล่า” ตอนนั้นฉันคงเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่า “มาลัย”คืออะไร แต่พ่อหมอท่านมั่นใจว่าฉันน่าจะทำอะไรที่ล่วงเกินศาลเจ้าที่แน่ๆ จึงให้ปู่ไปสังเกตุดูบริเวณนั้นใหม่ และก็จริงดังท่านว่า ปู่เจอมาลัยดอกไม้ที่ฉันดึงบางชั้นมาแต่งกองทรายเล่น 

พ่อหมอบอกวิธีแก้ คือ ให้ปู่พาฉันนั่งเก้าอี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก จัดหาพวงมาลัยชุดใหม่มาถวาย และขอขมาลาโทษต่อเจ้าศาลเจ้าที่

วันรุ่งขึ้นฉันกลับมาเดินได้อีกครั้ง ทุกคนดีใจมาก รวมถึงตัวฉันเองด้วย ทุกวันนี้เวลาจะทำอะไรที่ต้องเกี่ยวข้อง หรือ เซ่นไหว้ศาลเจ้าที่ ฉันจะระวังและสำรวมเสมอ ทุกวันนี้ถ้าใครมาถามว่าเชื่อเรื่องภูติผีเทวดาหรือเปล่า ก็คงรีบบอกว่าเชื่อ

Advertisement

Advertisement

เอ่อ…ความจริงไม่ใช่แค่เชื่อ ก็เจอมากับตัวแล้วต่างหากล่ะ!

 

ขอบคุณภาพโดย MeiEl จาก Pixabay