8 ปีที่แล้วซึ่งเป็นปีแห่งการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ที่เคารพคนหนึ่ง

          ฉันไม่คิดเลยว่าการไปร่วมงานศพของป้าในครั้งนั้นจะทำให้ฉันกลายเป็นคนกลัวผีจนต้องเปิดไฟนอนทุกคืน

ขณะฉันกำลังทำงาน DIY อย่างเพลิดเพลิน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันเห็นเบอร์ที่คุ้นเคยปรากฏหน้าจอก็รู้ว่าเป็นเบอร์ของพี่ปลาซึ่งเป็นลูกสาวของป้าประนอม ญาติผู้ใหญ่ฝั่งแม่

          “นิล แม่พี่ตายแล้ว”

          “ห๊า! พี่ปลาอย่าล้อนิลเล่นนะ”

          ฉันตกใจเมื่อพี่ปลาบอกว่าป้าประนอมตายแล้ว ฉันคิดว่าเธอล้อเล่น แต่พี่ปลายืนยันว่าป้าประนอมตายแล้วจริงๆ แกเป็นลมแล้วล้มหัวฟาดพื้น เส้นเลือดในสมองแตก ตอนนี้ตั้งศพไว้ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวเมืองของจังหวัดระยอง ฉันรู้ดังนั้นจึงรีบเก็บเสื้อผ้าเดินทางไปช่วยงานศพทันที

          ฉันนัดเจอนิดซึ่งเป็นน้องสาวที่วินรถตู้ เมื่อก่อนวินรถอยู่แถวๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อรถตู้ออกไปสู่ถนนเท่านั้นแหละ ฉันกับน้องนั่งใจหายใจคว่ำเพราะรถวิ่งเร็วมาก แต่ก็ถึงที่หมายโดยปลอดภัย

Advertisement

Advertisement

 

           พวกเรารวมตัวกันที่วัด มีญาติผู้ใหญ่และพี่ๆ น้องๆ อยู่ที่นั่นหลายคน รวมทั้งพี่ปลาซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของป้าประนอม

ฉันจุดธูปไหว้ศพป้าเสร็จแล้วก็สนทนากับบรรดาญาติๆ จึงรู้ว่าคืนนี้พวกเราจะนอนเฝ้าศพที่วัดกัน โดยพี่ปลาเอาเครื่องนอนมาให้ ส่วนอาหารการกินก็ทำกินกันที่วัดนั่นเลย

          ฉันกับน้องสาวอาบน้ำแต่หัววันและช่วยพี่ปลาดูแลแขกที่มาฟังสวดพระอภิธรรม ซึ่งมีคนมาเป็นจำนวนมากเพราะป้าประนอมเป็นคนกว้างขวางในละแวกนี้

          หลังจากการสวดพระอภิธรรมจบแล้ว พวกเราก็นำอาหารและเครื่องดื่มแจกแขกให้รับประทาน แต่พวกเรากินอะไรไม่ลงเพราะเสียใจต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของป้าประนอม โดยเฉพาะฉันผูกพันกับป้าประนอมมากเพราะแกเคยเลี้ยงฉันเมื่อตอนเป็นเด็ก

Advertisement

Advertisement

          ฉันได้แต่ภาวนาให้ป้าไปสู่สุขคติ อยู่ในภพภูมิที่ดี

          แขกคนสุดท้ายกลับไปแล้ว พวกเราปูที่นอน เตรียมที่จะนอนหลับพักผ่อน ฉันกับน้องสาวนอนติดกับประตูเหล็กที่มองออกไปข้างนอกเห็นสวนป่าด้านหลังวัดซึ่งเต็มไปด้วยหมอกของอากาศในช่วงฤดูหนาว

ป่าหลังวัดเวลากลางคืน     

          ฉันหลับไปสักพักก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเหมือนคนเอาอะไรบางอย่างเคาะเสา ฉันมองไปรอบๆ ตัว มีแต่ความมืด เมื่อมองไปที่โลงศพเห็นแสงสว่างจากเทียนไฟฟ้าแค่เพียงดวงเดียวเท่านั้น

          พลัน! เสียงเคาะเสาดังขึ้นอีก ฉันรู้ว่าไม่ใช่เสียงเคาะเสาหรอกค่ะ แต่เป็นเสียงเคาะโลงศพมากกว่า ตอนนั้นใจฉันเสียและกลัวผีจับใจ

ฉันไม่กล้ามองที่โลงศพ แต่หันไปมองสวนป่าหลังวัดซึ่งมีต้นไม้ใหญ่และปกคลุมไปด้วยหมอกของฤดูหนาว มันทั้งวังเวงและน่ากลัวมาก

Advertisement

Advertisement

          ฉันนอนตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว ทว่าฉันหันไปมองที่โลงศพของป้าประนอมก็เห็นใครบางคนก้าวออกจากด้านหลังพวงหรีดแล้วเดินช้าๆ ผ่านทุกคนที่นอนเรียงกัน

          กลิ่นธูปฟุ้งขณะคนๆ นั้นเดินผ่านฉันแล้วก็ออกไปนอกประตูเหล็กทั้งที่ประตูไม่ได้เปิด ฉันมองตามทั้งที่กลัวจนใจแทบขาด

          คนๆ นั้นหันหน้ามา ฉันสะดุ้ง ใจเต้นระรัวเพราะจำได้ว่าเป็นป้าประนอม

          แม้ว่าอยู่ท่ามกลางความมืด แต่ฉันจำป้าประนอมได้ แกมองฉันนิ่งๆ แล้วเดินไปยังสวนป่าแบบลอยๆ เท้าไม่ติดพื้น

          ฉันชักผ้าห่มคลุมจนมิดหัวแล้วสวดมนต์ตลอดเวลา คืนนั้นฉันนอนไม่หลับจนกระทั่งทุกคนตื่น ฉันไม่กล้าเข้าห้องน้ำคนเดียวจึงชวนน้องสาวไปด้วย

          “เมื่อคืนพี่นิลได้ยินเสียงอะไรไหม”

          นิดถามฉันขณะถือขันน้ำเตรียมจะแปรงฟัน

          “เสียงอะไร”

          “เสียงคนเคาะโลงศพ นิดไม่กล้าดู ได้แต่นอนคลุมโปงอย่างเดียว กลัวเจอป้าประนอม”

          ฉันส่ายหน้าไปมาเป็นการปฏิเสธ แต่ไม่กล้าบอกน้องสาวว่า ฉันได้ยินเสียงเคาะโลงและเห็นป้าประนอมอย่างจังๆ ถ้าฉันบอกน้องว่าเห็นป้าประนอม น้องจะต้องกลัวแล้วไม่อยู่ร่วมเผาศพ

          จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ฉันกลายเป็นคนกลัวผีจนไม่กล้าปิดไฟนอนตราบถึงทุกวันนี้!

          นิลราตรี