การกิน การอยู่ในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับมุนษย์ เพราะในแต่ละช่วงเวลาของร่างกายจะมีวงจรของระบบการทำงานในร่างกายซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการตื่นนอน การนอนหลับ หรือการหลั่งฮอร์โมน แม้แต่การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในร่างกาย ซึ่งอวัยวะเหล่านี้จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองแตกต่างกันไปตามเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ที่เรียกว่า นาฬิกาชีวิต

     นาฬิกาชีวิต คือ การที่ระบบในร่ายกายมีการทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบตามเวลาที่ถูกควบคุมด้วยอุณหภูมิและแสงแดด ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในการดำรงชีวิตในปัจจุบันพบว่ามีผลกระทบต่อระบบการทำงานของอวัยวะอย่างมากทำให้มีปัญหาต่อสุขภาพตามมา ดังนั้นวันนี้จะพามาดูแต่ละช่วงเวลาในระบบร่างกายว่ามีการทำงานอย่างไรบ้างและมีวิธีการกินและอยู่อย่างไรถึงจะทำให้นาฬิกาชีวิตของเราอยู่ดีสุขภาพดี

Advertisement

Advertisement

     ช่วงเวลา 03.00 - 05.00 น. เป็นช่วงเวลาของวันใหม่ อวัยวะที่เริ่มทำงานคือ ปอด เป็นอวัยวะที่สำคัญช่วยในระบบทางเดินหายใจ ในช่วงเวลานี้ควรตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์และสูดหายใจให้เต็มปอดเพื่อฟอกเลือดได้อย่างเต็มที่และพร้อมแจกจ่ายไปยังเซลล์ต่าง ๆ ให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ส่วนอาหารบำรุงปอด จะเป็นพวกที่มีสีขาวตามธรรมชาติ เช่น เห็ดหูหนู หัวไชเท้า เป็นต้น5

      ช่วงเวลา 05.00 - 07.00 น.  อวัยวะที่สำคัญได้แก่ ลำไส้ใหญ่ เป็นช่วงที่ต้องขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งลำไส้ใหญ่มีหน้าที่ดูดซึมสารอาหาร เพื่อไปสร้างเม็ดเลือดหากใครไม่ขับถ่ายในช่วงเวลานี้จะส่งผลให้ผิวหนังไม่กระจ่างใส มีจุดด่างดํา สิว เป็นต้น เพราะลำไส้ใหญ่ไม่มีพื้นที่ได้ดูดซึมสารอาหารได้ ดังนั้นควรล้างลำไส้ใหญ่ให้สะอาดด้วยการดื่มน้ำให้ได้วันละ 5 แก้ว หรือกินอาหารที่ล้างลำไส้ได้ดี คือ การดื่มโยเกิร์ตผสมนม มะนาวและน้ำผึ้ม เพื่อระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น1

Advertisement

Advertisement

      ช่วงเวลา 07.00 - 09.00 น. เป็นช่วงเวลาที่กระเพาะอาหารทำงานหนัก เนื่องจากกระเพาะจะควบคุมเรื่องของกล้ามเนื้อซึ่งการที่่กระเพาะไม่แข็งแรงจะมีอาการกระเพาะเสื่อมส่งผลให้การย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารไม่ดีทำให้ แก่เร็ว สมาธิสั้น และมีการตัดสินใจล่าช้า แต่เราสามารถแก้ได้ด้วยการกินอาหารเช้าเป็นประจำ2

     ช่วงเวลา 09.00 - 11.00 น. ช่วงเวลานี้เป็นช่วงของ ม้าม มีหน้าที่สร้างเม็ดเลือด น้ำเหลือง และภูมิคุ้มกัน ซึ่งคนเราจะมีเลือดหมุนเวียนในร่างกายอยู่ประมาน 6 ลิตร และช่วงเวลานี้ร่างกายจะกระปรี้กระเปร่าพร้อมทํางานและกิจกรรมต่างๆ จัดว่าช่วงเวลานี้ใครที่อยากผอมให้รีบทำกิจกรรมกันเลย หากใครที่นอนเวลานี้เป็นประจำจะเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้ ุ6

Advertisement

Advertisement

     ช่วงเวลา 11.00 - 13.00 น. หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานหนักในช่วงเวลานี้เพราะทําหน้าที่สูบฉีดเลือด และนำสารอาหารไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ซึ่งในช่วงเวลานี้ควรพักผ่อนสมองและอย่าเครียดเด็ดขาด

     ช่วงเวลา 13.00 - 15.00 น. อวัยวะที่สำคัญคือ ลำไส้เล็ก ซึ่งมีหน้าที่ในการย่อยอาหาร หลังจากที่ทานอาหารเที่ยงแล้ว สำไส้เล็กจะทำหน้าที่ย่อยและคัดแยกสารอาหารต่างๆ ซึ่งในช่วงเวลานี้ควรงดอาหารเพื่อให้ลำไส้เล็กได้ทำงานอย่างเต็มที่

     ช่วงเวลา 15.00 - 17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ มีหน้าที่สำคัญในการขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งเราควรดื่มน้ำเยอะๆและออกกำลังกายในช่วงเวลานี้ ห้ามกลั้นปัสสาวะเด็ดขาดเพราะจะทำให้เป็นนิ่วได้ 3

     ช่วงเวลา 17.00 - 19.00 น.  ในช่วงเวลานี้เป็นของ ไต ทำหน้าที่ในการกรองของเสียออกจากเลือด และรักษาสมดุลในร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นแจ่มใส

     ช่วงเวลา 19.00 - 21.00 น. เป็นการทำงานของเยื่อหุ้มหัวใจเป็นช่วงเวลาที่มีความสําคัญในการทํางานของระบบหมุนเวียนเลือด และส่งอาหาร ออกซิเจน เม็ดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในช่วงเวลานี้ไม่ควรทำงานหนักและพร้อมที่จะเข้านอน

     ช่วงเวลา 21.00 - 23.00 น. เป็นช่วงเวลาของการนอนหลับ เพราะอุณหภูมิในร่างกายจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ และร่างกายจะเริ่มหลั่งสารเมลาโทนินเพื่อการนอนหลับพักผ่อน

     ช่วงเวลา 23.00 - 01.00 น. เวลาของถุงน้ำดี ทำหน้าที่เก็บน้ำดีที่ได้จากตับและพร้อมส่งไปช่วยย่อยไขมันในลําไส้เล็ก จัดว่าเป็นถุงน้ำสำรองหากมีการดึงน้ำมากเกินไปจะทำให้ มีอาการปวดหัว นอนไม่หลับ 

     ช่วงเวลา 01.00 - 03.00 น. เป็นช่วงเวลาของการนอนหลับสนิท ตับ จะเริ่มทำงานหนักในช่วงนี้ ทำหน้าที่หลั่งสารที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคและกำจัดของเสียพร้อมลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้หน้าอ่อนกว่าไว ใครที่ไม่นอนในช่วงเวลานี้จะส่งผลให้มีอาการ เวียนหัว หงุดหงิด 4

     เป็นไงกันบ้างเห็นถึงความสำคัญของนาฬิกาชีวิตของเรากันบ้างไหม เพราะทุกช่วงเวลามีการทำงานของระบบในร่างกายเราตลอดเวลา ดังคำกล่าวที่ว่า กินให้เป็นเวลา นอนให้เป็นเวลา เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา อันนี้จริงแท้แน่นอนค่ะ เราควรมาปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตกัน เพื่อสุขภาพที่ดีและยั่งยืน

ขอบคุณภาพ: pixabay,pixnio,piqsels