ย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับตัวของฉันเอง และก็ต้องบอกไว้ก่อนว่า เรื่องที่จะเล่าต่อจากนี้ไปอยากให้เพื่อนๆ ได้ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินความจริง แต่สำหรับดิฉันแล้ว มันน่ากลัวมากๆ เหตุการณ์วันนั้นยังคงตราตรึงใจฉันตราปเท่าทุกวันนี้ และทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ทีไร ก็มักจะทำให้ขนลุกทุกที

เรื่องราวมีอยู่ว่า ตอนนั้นฉันเรียนอยู่ปี 3 ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในจังหวัดชลบุรี พอดีช่วงนั้นปิดเทอมใหญ่ ฉันตัดสินใจกลับมาบ้านที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อหางานพาร์ทไทม์ทำ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องค่าใช้จ่ายให้พ่อกับแม่ และแล้วฉันก็ได้เข้ามาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง เป็นนิคมอุตฯ เล็กๆ มีโรงงานไม่ถึง 10 แห่ง

ๅ

ขอบคูณรูปภาพ https://writer.dek-d.com/10403/writer/viewlongc.php?id=1218141&chapter=17

Advertisement

Advertisement

ฉันได้เข้าทำงานในโรงงานเล็กๆ มีพนักงานทั้งหมดรวมแล้วไม่ถึง 100 คน ตอนนั้นฉันก็เป็นเพียงแค่พนักงานธรรมดาเท่านั้น โดยที่นี่ผลิตเกี่ยวกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บอกตามตรงว่าสภาพของโรงงานค่อนข้างทรุดโทรม เก่ามาก เนื่องจากก่อตั้งมามากกว่า 20 ปี แล้ว บนพื้นที่ท่ามกลางป่าเขา สนิมที่เกาะอยู่ตามรั้ว บ่งบอกถึงความขลังของที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี และแล้วเรื่องราวมความหลอนก็เกิดขึ้นกับตัวฉัน

วันหนึ่งเวลาประมาณ 20.30 น. ฉันก็เลิกงานเหมือนปกติเช่นทุกวัน ซึ่งในทุกๆ วันฉันจะขับรถมอเตอร์ไซค์มาทำงาน โดยระยะทางจากบ้านและโรงงานใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่วันนั้นรถมอเตอร์ไซค์ฉันดันเสีย ฉันเลยขออาศัยมากับพี่สาวข้างบ้านที่ทำงานในโรงงานเดียวกัน นามสมมติชื่อว่า พี่กวาง พี่กวางอยู่ตำแหน่งบัญชีมีรถเก๋งอยู่หนึ่งคัน และวันนั้นฉันต้องรอกลับบ้านพร้อมพี่กวาง แต่ปัญหาคือที่กวางเลิกงานไม่ตรงเวลา ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอพี่กวางอยู่บริเวณป้อมรปภ. หน้าโรงงาน จู่ๆ พี่กวางก็ไลน์มาบอกว่า วันนี้จะเลิกช้าหน่อยเพราะว่าต้องรีบปิดงบให้เสร็จ เนื่องจากใกล้จิ้นเดือนแล้ว พี่กวางบอกให้ฉันรอที่ป้อม รปภ. ประมาณครึ่งชั่วโมง

Advertisement

Advertisement

1

 

ขอบคุณรูปภาพ https://gamingroom.co/review-araya/006-5/

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พี่กวางก็ยังไม่ออกมาจากออฟฟิศ ฉันนั่งรอจนเผลอหลับไปหลายรอบ รอแล้วรอเล่า แกก็ยังไม่ออกมา จนเวลาปาไปเกือบ 4 ทุ่ม ฉันจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปบนออฟฟิศที่อยู่ชั้นสองของอาคาร เพื่อจะไปดูว่าพี่กวางเสร็จหรืงยัง โดยกะว่าถ้าพี่แกยังไม่เสร็จ ฉันจะให้พ่อมารับเพราะไม่อยากไปกดดันพี่กวาง ใจจริงก็แอบเกรงใจพี่เขาอยู่เหมือนกันเพราะเราเป็นแค่คนที่ขออาศัยมาด้วย กลัวจะไปทำให้พี่เขาลำบากใจ

Advertisement

Advertisement

ตอนนี้พนักงานก็กลับบ้านไปกันหมดแล้วไม่มีใครอยู่เลยสักคน บรรยากาศทางขึ้นไปบนออฟฟิศค่อนข้างมืด มีไฟเปิดอยู่แค่ไม่กี่ดวง และฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าโรงงานนี้จะประหยัดไฟไปถึงไหน แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวขึ้นบันไดทางขึ้น จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนลงมา เธอใส่เสื้อยืดของพนักงาน ส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงสีดำ ผมยาว ใบหน้าขาวจนซีดเผือก ตอนนั้นฉันก็ยังแอบขำในใจว่าสงสัยเธอคงรองพื้นผิดเบอร์ แหม...หน้าลอยเชียว (ฮ่าๆๆ) แต่เธอเป็นใครกัน ฉันไม่คุ้นหน้าเธอเลย หรือจะเป็นพวกสาวออฟฟิศที่วันๆ เอาแต่นั่งทำงานหน้าคอม ก็คงไม่แปลกที่ฉันจะไม่คุ้นหน้า

ๅขอบคุณรูปภาพ http://xfile.teenee.com/ghost/3102.html

บอกตามตรงว่าบรรยากาศที่นี่ในตอนนี้ทำให้ฉันรู้สึกหลอนอย่างบอกไม่ถูก บันไดเก่าๆ บวกกับผนังโรงงานที่มีแต่จิ้งจกเกาะอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ยังดีที่ตอนนี้มีคนอยู่บ้าง ช่วยลดความกลัวของฉันได้เยอะเลย ก่อนที่เธอคนนั้นจะเดินลงบันไดผ่านหน้าฉันไป ฉันรีบพูดขึ้นว่า “พี่กวางอยู่ข้างบนไหมคะ” เธอหันมามองหน้าฉันทำสายตาว่างเปล่าเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่ฉันพูด ในใจตอนนี้บอกตามตรงว่าแอบหมั่นใส้เธอนิดๆ เธอคงจะคิดว่าฉันเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆ ส่วนเธอเป็นถึงสาวออฟฟิศ เหมือนเรามันอยู่คนละชั้นกันประมาณนั้น

“พี่กวางจะเลิกงานเมื่อไหร่ พอจะทราบไหมคะ” ฉันพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง แต่เธอกลับยังไม่ยอมพูดอะไรเลยสักคำ เอาแต่ยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินลงบันได ผ่านฉันไปอย่างช้าๆ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านฉันไป จู่ๆ ฉันก็มีลมพัดเย็นยะเยือกมาพร้อกับกลิ่นคาวเลือด และนั่นทำให้ฉันขนลัวลุกอย่างบอกไม่ถูก ฉันเหลียวหลังไปมองเธอคนนั้นด้วยความแปลกใจ และสงสัยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้หยิ่งจัง ถามอะไรก็ไม่ยอมพูดด้วยสักคำ ฉันมองเธอเดินจากไปเรื่อยๆ แต่แล้วเหตุการณ์สุดช็อค  !! ก็เกิดขึ้น ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ เธอคนนั้นหันมา ยิ้มสะแหยะให้ฉัน ก่อนที่เธอจะเดิน หายเข้าไปในฝาผนัง...!!!!

 

.

ขอบคุณรูปภาพ https://bit.ly/2NWBHSD

วินาทีนั้นฉันขาแข็งจนก้าวแทบไม่ออก อยากวิ่งและแหกปากร้องดังๆ ว่าผีหลอก....... แต่ก็ทำได้แค่เพียงยืนนิ่ง น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความกลัว ต๊อกๆ ต๊อกๆ เสียงฝีท้าวของใครบางคนกำลังเดินลงมาจากบันได โชคดีที่ไม่ใช่ผี แต่เป็นพี่กวาง นั่นเอง เมื่อฉันเห็นพี่กวางก็ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ จนพี่กวางตกใจ ถามว่าฉันเป็นอะไร ตอนนั้นฉันไม่มีกระจิตกระใจจะเล่าอะไรให้ใครฟังทั้งนั้น เพราะภาพที่เห็นต่อหน้าต่อตามันเป็นเรื่องยากที่จะมีใครเชื่อ

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไป ฉันตัดสินใจย้ายงานทันที และไม่คิดที่จะกลับเข้าไปทำงานในโรงงานแห่งนั้นอีก ฉันใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าที่จะเล่าเหตุการณ์วันนั้นให้พี่กวางฟัง พี่กวางถามว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง ฉันอธิบายรูปลักษณ์ทั้งหมดให้พี่กวางฟัง เท่านั้นแหละพี่กวางก็ขนลุกขึ้นมาทันที พี่กวางเอารูปผู้หญิงคนหนึ่งให้ฉันดู ซึ่งมันแปลกมากที่คนในรูปเป็นคนคนเดียวกันกับที่ฉันเห็นวันนั้น ก่อนจะมารู้ทีหลังว่าเธอชื่อ คุณช่อผกา เป็นผู้จัดการโรงงานคนก่อนหน้านี้ เธอมีโรคประจำตัวหลายอย่างรุมเร้า วันนั้นเธอทำงานอยู่ดึกประมาณ เกือบ 4 ทุ่ม จู่ๆ คุณช่อผกาก็เป็นลมในขณะกำลังเดินลงบันไดเพื่อจะกลับบ้าน ก่อนจะจบชีวิตด้วยการพลาดท่าตกบันได หัวไปกระแทกกับราวบันไดมสองไหลเลือกอาบ ทำให้เสียชีวิต...