บางครั้งสภาพอากาศบ้านเราก็เปลี่ยนแปลงบ่อยยิ่งกว่าอารมณ์ผู้หญิงก่อนมีประจำเดือนเสียอีก เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว บางทีหน้าร้อนฝนก็ดันตกเฉยเลย และแน่นอนว่าในวันที่ฝนตกย่อมเป็นอุปสรรคต่อการซักผ้ามาก ๆ หากในวันนั้นแสงแดดไม่แรงพอก็อาจส่งผลทำให้ผ้าไม่แห้งและเกิดกลิ่นอับได้ วันนี้เราจึงมีวิธีที่ช่วยให้ผ้าแห้งและลดกลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าในวันที่ฝนตกมาแบ่งปันกันค่ะ

 

1. ตื่นมาซักผ้าแต่เช้า

100เครดิตภาพ (192635 - Pixabay)

บางครั้งเราก็ไม่สามารถเดาได้เลยว่าในวันที่เราตั้งใจจะซักผ้านั้นฝนจะตกลงมาหรือเปล่า ไม่แน่ตอนเช้าอาจมีแดด แต่พอตกบ่ายฝนก็ตกลงมาซะงั้น ดังนั้นการที่เราเตรียมตัวซักผ้าแต่เช้าก็อาจได้แสงแดดในตอนเช้าช่วยให้ผ้าแห้งได้บ้าง ซึ่งหากเราซักผ้าตอนบ่ายก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผ้านั้นไม่แห้งเท่าที่ควร ไหนจะเรื่องฝนที่อาจจะตกจนยิงยาวไปถึงตอนเย็น หรือแสงแดดในตอนบ่ายที่ค่อย ๆ อ่อนลงเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นตื่นมาซักผ้าตอนเช้าจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

 


 

2. ใช้ราวตากผ้าแบบเคลื่อนที่ได้

200เครดิตภาพ (pikowal0 - Pixabay)

เปลี่ยนมาใช้ราวตากผ้าแบบเคลื่อนที่ได้แทนการตากผ้าบนราวที่มีการขึงเชือกติดไว้อยู่กับที่ ทั้งนี้ก็เพราะเวลาที่ฝนทำท่าจะตกเราจะได้เก็บผ้าได้ทัน โดยการเข็นราวตากผ้าเข้าบ้าน โดยที่ไม่ต้องออกมาเก็บหรือตากเสื้อผ้าแต่ละชิ้นใหม่หลาย ๆ รอบ ในการใช้ราวตากผ้าแบบเคลื่อนที่ได้หากแสงแดดเริ่มมีอีกครั้งก็เข็นราวออกมาตากได้เลย

 


 

3. ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรลดกลิ่นอับชื้น

300เครดิตภาพ (mohamed_hassan - Pixabay)

ในปัจจุบันมีน้ำยาปรับผ้านุ่มมากมายหลากหลายสูตรให้เราได้เลือกใช้ ทั้งยังมีสูตรเฉพาะสำหรับลดกลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าอีกด้วย โดยควรเลือกใช้สูตรที่มีกลิ่นหอมเข้มข้น โดยอาจเลือกเป็นสูตรที่ไว้ใช้ตากผ้าในที่ร่มก็ได้เช่นกัน เพียงแค่ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของยี่ห้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ และที่สำคัญก่อนซักด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มควรซักด้วยน้ำเปล่าก่อนหนึ่งรอบ เพื่อล้างคราบแฟ๊บและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไปให้สะอาดที่สุด จากนั้นจึงซักด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มในขั้นตอนสุดท้าย

Advertisement

Advertisement

 


 

4. ใช้พัดลมหรือไดร์เป่าผม

400เครดิตภาพ (StockSnap - Pixabay)

หากเป็นการซักผ้าในจำนวนไม่มาก เมื่อพบว่าผ้ายังไม่แห้งสนิทและมีความชื้นอยู่เราก็สามารถนำไปผึ่งพัดลมไว้ได้ หรือหากรีบใช้เสื้อผ้ามาก ๆ ก็อาจใช้ไดร์เป่าผมช่วยอีกแรงหนึ่ง โดยปรับระดับความร้อนที่ระดับสูงสุดแล้วใช้เป่าให้ทั่วเสื้อผ้าจนกว่าจะแห้งสนิท

 


4 วิธีที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นวิธีที่ผู้เขียนเองใช้อยู่เป็นประจำเช่นกัน ซึ่งก็ถือว่าช่วยเรื่องผ้าไม่แห้งและกลิ่นอับได้ดีระดับนึงเลยล่ะค่ะ ยิ่งช่วงนี้ฝนก็มีทีท่าว่าจะตกอยู่บ่อย ๆ ด้วย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกคนนะคะ

Advertisement

Advertisement


 เครดิตภาพหน้าปก (Free-Photos - Pixabay)