velo     ในปัจจุบันมีประชากรเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการบริการด้านต่างๆที่สะดวกมากขึ้น ทำให้หลายๆบริษัทต้องคิดไอเดียใหม่ๆขึ้นมา บริษัท Velo นั้นเป็นผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน Blockchain ที่มีฐานอยู่ในประเทศไทย โดยโครงการ Velo นี้เป็นโครงการของคุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ทายาทของ CP ที่ได้คิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานข้ามชาติที่ต้องการโอนเงินระหว่างประเทศ

migrant      แรงงานข้ามชาตินั้นมีมากกว่า 21 ล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในประเทศไทยมีจำนวนแรงงานข้ามชาติประมาณ 5 ล้านคน โดยอ้างอิงจาก Word Bank โดยมีการเปิดเผยว่าค่าปริการการโอนเงินข้ามประเทศในประเทศไทยนั้นอยู่ที่ประมาณ 15% ซึ่งสูงกว่าราคาปกติของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งอยู่ที่ 9% โดย Velo นั้นมีแผนที่จะเก็บค่าธรรมเนียมเพียงแค่ 1% เท่านั้น และในการใช้เทคโนโลยี Blockchain จะทำให้ทำธุรกรรมได้ทันทีไม่ต้องรอเวลาเหมือนปกติที่ต้องรอเวลาประมาณ 5 วัน

Advertisement

Advertisement

Velo2       โครงการ Velo นี้มีเพื่อที่จะให้การโอนเงินระหว่างประเทศของคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยนั้นมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูกและการดำเนินธุรกรรมทำได้รวดเร็ว โดยตัวเหรียญ Velo นั้นสร้างขึ้นสำหรับนำมาค้ำประกันเพื่อสร้างเหรียญ stablecoin แต่หากพาทเนอร์จะนำไปใช้กับร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-eleven ก็สามารถทำได้ โดย Velo นั้นให้สัมภาษณ์ว่า

velocrupto

ตัวเหรียญของ Velo นั้นมีไว้สำหรับการนำไปค้ำประกัน (Collateralized) เพื่อสร้าง stable-valued credit หรือ  stablecoin ขึ้นมา ดังนั้นหากพาร์ทเนอร์ของเราต้องการจะนำ credit นี้ไปใช้กับระบบที่เค้ามีในเครืออยู่แล้วเช่น 7/11 ก็สามารถทำได้ครับ

       ซึ่งหากในอนาคตโครงการ Velo นี้ประสบความสำเร็จเราอาจได้เห็นเหรียญ Cryptocurrency ที่สามารถใช้ได้ใน 7-eleven แห่งประเทศไทย  โดยเกิดจากฝีมือคนไทย ทำให้คนไทยมีสิทธิที่จะเข้าถึงเหรียญชนิดนี้ได้ง่ายและก่อนคนต่างชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวแต่หากมีการนำเหรียญมาใช้ในร้านสะดวกซื้อจะสามารถใช้ได้อย่างไรละ โดยทาง Velo ได้บอกว่า

Advertisement

Advertisement

การที่ประเทศไทยมีร้านสะดวกซื้อที่ทั่วถึงและมากกว่าจำนวนสาขาธนาคาร (ที่กำลังลดลง) ทำให้เราเปิดโอกาสให้กับผู้คนสามารถทั้งโอนเงินข้ามประเทศได้อย่างสะดวกสบายและรับเงิน โดยใช้ร้านสะดวกซื้อเหล่านี้เป็นเสมือนจุด Cash In/Out point

       เรามาลุ้นกันดีกว่าว่าคนไทยเราจะสามารถทำโครงการนี้สำเร็จได้หรือไม่ หากสำเร็จก็ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจและยังทำให้คนไทยได้เข้าถึงเหรียญ Cryptocurrency ได้ด้วย

Advertisement

Advertisement

 

ภาพปกจาก : ผู้เขียน

รูปที่1 ขอบคุณรูปจาก : Worldspectrum

รูปที่2 ขอบคุณรูปจาก : Worldspectrum

รูปที่3 ขอบคุณรูปจาก : Andrea Piacquadio

รูปที่4 ขอบคุณรูปจาก : David McBee

ขอบคุณข้อมูลจาก Fortune