รีวิวท่องเที่ยวพัทยา ฉบับเด็กมือใหม่

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารีวิวประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัดนะครับ จะเป็นอย่างไรบ้าง ผมต้องขอบอกก่อนว่า ผมเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานีนะครับ ส่วนตัวผมไม่เคยเที่ยวที่ไหนมาก่อน ครอบครัวของผมอยู่ในฐานะปานกลาง ไม่มีเวลาออกไปเที่ยวเป็นครอบครัวบ่อยนัก นับว่าในชีวิตนี้ผมนับครั้งได้เลยละกัน น้อยมากที่จะออกไปเที่ยวกับครอบครัวครับ ผมเลยหาโอกาสที่จะไปเที่ยวในช่วงใกล้ ๆ ปิดเทอม ชีวิตของวัยรุ่นก็อยากจะหาโอกาสไปพบสิ่งใหม่ ๆ บ้าง ไม่ใช่อยู่ในในบ้าน ไปโรงเรียนแล้วกลับบ้าน

          การที่เราจะไปเที่ยวได้นั้น ต้องมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น เงิน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเดินทางได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เราควรไปเที่ยวเมื่อเราพร้อมก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบมากนัก เรายังต้องเจอกับอะไรหลาย ๆ อย่าง ผมขอแนะนำว่าไปตอนพร้อมจะดีกว่า ตั้งใจเรียนสูง ๆ ทำงาน มีเงินเยอะ ๆ ค่อยไปเที่ยว จะทำให้มีความสะดวก กว่าการไปเที่ยวแบบไม่มีตังค์ครับ โดยการไปเที่ยวของผมนั้นจะน่าสนใจแค่ไหน ลองมาดูกันเลยครับ

Advertisement

Advertisement

 

เดินทางรูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

           อย่างที่ว่าผมเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี แต่การเดินทางของผม เดินทางจาก ศรีสะเกษ - พัทยา ผมเริ่มต้นจากเดินทางจากบ้านของผม ซึ่งบ้านของผมก็ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองอุบลราชธานี บ้านของผมอยู่ต่างอำเภอ ก็คืออำเภอเดชอุดมนั่นเอง ผมเดินทางจาก การนั่งรถตู้ประจำทาง โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 50 บาท ไปลงที่สถานีรถไฟจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ที่อำเภอวารินชำราบ และซื้อตั๋วรถไฟ เพื่อจะเดินทางไปจังหวัดศรีสะเกษ โดยค่าตั๋วราคา 13 บาท ซึ่งประหยัดกว่าการเดินทางโดยรถอื่น ๆ แต่ต้องนั่งรอรอบรถไฟเป็นเวลานาน ผมเดินทางในช่วงค่ำ ๆ ถึงนั่นประมาณ 18.00 น. แต่รอบรถไฟของผมคือ 19.30 น. ต้องใช้เวลาในการนั่งรออีกชั่วโมงครึ่ง แต่ก็ไม่เป็นไร ผมต้องนั่งรอ บรรยากาศในการนั่งรถไฟมันดีมาก โดยการสูดรับบรรยากาศด้านข้าง ที่มีต้นไม้บริเวณข้าง ๆ รางรถไฟ เป็นการนั่งรถไฟที่สนุกมากครับ โดยการนั่งรถไฟจากอุบลราชธานี ถึงจังหวัดศรีสะเกษนั้นใช้เวลาประมาณ 50 นาที หรือประมาณ หนึ่งชั่วโมง แต่ก็ประมาณนี้แหละ ระยะทางจากจังหวัดอุบลราชธานี - จังหวัดศรีสะเกษ มีระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร จึงใช้เวลาพอสมควรในการเดินทาง

Advertisement

Advertisement

          พอถึงจังหวัดศรีสะเกษนั้นผมก็ใช้เวลาทานข้าว ประมาณ 30 นาที บริเวณใกล้ ๆ สถานีรถไฟจังหวัดศรีสะเกษนั้น จะมีตลาดที่เรารู้จักกันคือ ตลาดโต้รุ่งศรีสะเกษ มีของกินต่าง ๆ มากมาย เช่น ไก่ย่างส้มตำ แจ่วฮ้อน ขนมไทย แมลงทอด อาหารแกงทั่วไป เครื่องดื่มต่าง ๆ ถือว่าเป็นตลาดที่น่าแวะซื้อของเลยก็ว่าได้ 

Advertisement

Advertisement

อยู่บนรถรูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ 

          ผมเดินทางจากสถานีรถไฟจังหวัดศรีสะเกษเพื่อไป บขส. ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ผมใช้วิธีการเดิน เพราะเป็นวิธีที่ผมสะดวกที่สุด เพราะในส่วนตัว ผมชอบการเดินอยู่แล้ว ผมจึงเดินเพื่อไปขึ้นรถ อยู่ที่บขส. โดยตั๋วรถที่จะเดินทางไปพัทยา ผมนั่งรถนครชัยแอร์ไป ค่าตั๋วจะอยู่ประมาณ 400 - 500 บาท แต่ถ้าอยากประหยัดงบในการเที่ยว ผมแนะนำว่าให้นั่งรถไฟไปก็ได้ แต่มันต้องต่อหลายที่หน่อย ผมจึงเลือกนั่งรถทัวร์เอาดีกว่า เพราะสะดวกต่อการเดินทาง และผมมีเงินติดกระเป๋าอยู่นิดหน่อย จึงเลือกเดินทางโดยรถทัวร์ เวลาที่รถทัวร์ออก ก็คือ 4 ทุ่ม หรือ 22.00น. โดยรถทัวร์ที่ผมนั่งไปนั้น จะมีบริการข้าวกล่อง 1 กล่อง น้ำเปล่า ขนม ทีวีเล็ก ๆ ส่วนตัว หูฟัง เพื่อที่จะทำให้เราดูหนังได้อย่างผ่อนคลายก่อนถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

รูปภาพยามเช้ารูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ 

          รถทัวร์ใช้เวลาเดินทางถึง บริษัทนครชัยแอร์พัทยาประมาณ 6 โมงกว่า ๆ ผมจึงรีบล้างหน้าแปรงฟันเพื่อเดินทางต่อไปที่หาดพัทยา แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า ผมพึ่งเคยมาเที่ยวพัทยาครั้งแรก ผมจึงไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปทางไหน ผมจึงใช้ GPS ในการเป็นตัวช่วย โดยเป้าหมายของผมคือไปท่าเรือ ผมจึงเดินไปท่าเรือโดยทันที แต่ระยะทางนั้นไม่ใกล้เอาสะเลย โดยระยะทางจาก บริษัทนครชัยแอร์ - ท่าเรือประมาณ 7-8 กิโลเมตร แต่ผมก็จังตัดสินใจที่จะเดิน โดยผมเดินไปหาดพัทยาก่อนถึง ในระหว่างตอนที่เดินนั้นมันก็ยังเช้า ๆ อยู่ ผมเลยได้ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เพราะการเดินในยามเช้านั้น เหมือนเป็นการออกกำลังกายและสูดเอาบรรยากาศที่ดีเข้าไปในปอดทำให้สดชื่นมาก ระยะทางถึงหาดพัทยาประมาณ 4 กิโลเมตร พอมาถึงหาดพัทยาแล้ว ผมเลยตัดสินใจเดินลงไปในหาด บรรยากาศสวยมาก ทั้งเย็นและมีนกเป็นจำนวนมากอาศัยอยู่ ทำให้ผมมีความสุขและไม่เหนื่อยเลยเมื่อเดินไปถึง แต่ผมแนะนำว่านั่งรถสองแถวเอาจะดีกว่า 

นั่งกินข้าว

รูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

           พอถึงหาดพัทยาแล้ว เวลาก็ประมาณ 8 โมงเช้า ท้องของผมมันก็เริ่มหิวแล้ว ผมจึงตัดสินใจเข้าร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 เป็นร้านสะดวกซื้อที่ง่ายต่อการที่เราจะไปหาอาหารเช้า เพื่อมารับประทานที่จะเพิ่มแรงของเรา ให้มีแรงเดินทางต่อไป โดยบรรยากาศการรับประทานนั้น ผมนั่งทานบริเวณข้างถนน ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางกันอย่างเยอะ และมีรถวิ่งผ่านไปมา ทำให้ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

           หลังจากรับประทานอาหารเสร็จผมก็เลยรีบเดินทางต่อไปยังท่าเรือเพื่อจะเดินทางไปเกาะล้านต่อ โดยการเดินทางของผมนั้นได้พบเจอกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมาย แต่สิ่งที่ผมแปลกใจนั้นก็คือ ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเยอะมาก เรียงรายติดกัน ผมพึ่งเคยมาเที่ยวครั้งแรก และจึงได้รู้ ผมมุ่งหน้าตรงไปที่ท่าเรือและได้ผ่านถนน Walking Street ผมพึ่งเคยเห็นครั้งแรก ปกติเห็นแต่ในทีวี มีร้านอาหารและร้านเหล้าเยอะมาก 

วอกกิ้งพัทยาเรือ

   รูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ      

          พอถึงท่าเรือในระหว่างที่รอเรือผมก็ถือโอกาสพักเหนื่อยไปด้วย แต่ผมขอเตือนทุกคนไว้นะครับ นั่งรถสองแถวเอาจะดีกว่า สะดวกกว่า แค่ยอมเสียเงินไม่ถึงร้อย ก็จะถึงที่หมายได้ไว แต่ผมชอบแหวกจากคนอื่น เป็นการมาเที่ยวที่ไม่ต้องเร่งรีบอะไร เดินเล่นกินลม แต่ก็เหนื่อยไม่ใช่ย่อย การที่ผมได้มาเที่ยวเช่นนี้เป็นการที่ทำให้ชีวิตมีรสชาติมากยิ่งขึ้น ดีกว่าจะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ในวันหยุด 


          มองไปที่เรือ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยเยอะมาก ที่ไป - กลับเกาะล้าน เกาะล้าน ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในพัทยา โดยมีนักท่องเที่ยวมากมายเลยทีเดียว โดยสถานที่ที่ผมไปนั้นผมดูข้อมูลการท่องเที่ยว มาจาก Facebook โดยมีคนแชร์เยอะแยะมากมาย สำหรับแพ็คเกจผม มีที่พักให้ 2 วัน 1 คืน อาหารเช้า และ อาหารเที่ยงฟรี รถมอเตอร์ไซค์ให้เช่าฟรี พร้อมเติมน้ำมันให้เต็มถัง และมีการตกหมึก และ ดำน้ำดูประการังอีกด้วย ผมเริ่มต้นจากการเดินทางโดยเรือไปเกาะล้าน การขึ้นเรือครั้งแรกก็จะเวียนหัวนิดหน่อย ทำให้การขึ้นเรือนั้นไม่สนุกมากนัก ผมแนะนำว่าถ้าพกยาแก้เมาเรือไว้จะดีมาก ถ้ามีโอกาสได้ขึ้นเรือ โดยเวลาในการนั่งเรือไปถึงเกาะล้านนั้น ใช้เวลา 20 - 30 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสม ในการที่เราจะนั่งดูทะเลสีครามที่สวยงาม ตื่นเต้นที่สุดก็คือ การมีเรืออีกลำ ที่ขนส่งผู้โดยสารแล่นผ่านนี่แหละ 

เรือหาดหาด

รูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ   

            พอถึงเกาะล้านแล้วจะมีคนมารอรับที่หาดหน้าบ้าน ตรงที่จอดเรือเลย จะมีการมอบกุญแจห้องและมีคนพาไปรีสอทที่เราจองไว้ โดยแพ็คเกจของผม จะราคาประมาณ คนละ 1,200 บาท ถือว่าคุ้มมาก ๆ ทั้งพักห้องพัก มีอาหารให้ฟรีเช้าเที่ยง มีรถมอเตอร์ไซค์ และยังมีบริการพาไปตกหมึกในตอนกลางคืนอีกด้วย 

             พอถึงที่พักผมก็รีบเก็บของและนำกุญแจเสียบรถมอเตอร์ไซค์เพื่อจะขี่รถไปหาดต่าง ๆ ในเกาะล้าน มีหาดมากมาย ชื่อแตกต่างกันไป ผมก็จำไม่ค่อยได้ มีหาดตายาย หาดตาเทียน หาดตาแหวน และอีกมากมาย หลังจากนั้นผมก็ขี่มอเตอร์ไซค์ถ่ายรูปเล่นอย่างสบายใจ น้ำใสมาก ๆ ครับ บนเกาะล้าน อยากให้ทุกคนได้ไปเห็นจริง ๆ

หาดอาหารตกหมึกปลาหมึกปลาหมึก

รูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

            พอถึงช่วงเย็น ๆ ประมาณ 16.00 น. แดดอ่อน ๆ ผมก็ได้ไปเล่นนำที่หาดทราย คนเยอะมาก ๆ น้ำก็ใส ดื่มน้ำไปหลายอึกเลยทีเดียว ใครที่เคยเล่นน้ำ ก็ต้องเคยดื่มนำ้ไปอย่างแน่นอนผมรับประกันได้

            หลังจากกลับมาจากเล่นน้ำผมรับประทานอาหาร โดยมีอาหารคือ ปลาทอด ต้มยำ และยำทะเล อาหารก็อร่อยพอใช้ได้เลยทีเดียว พอทานข้าวเสร็จ เวลา 20.00 น. ก็ได้ออกไปตกหมึกอยากจะบอกว่าบรรยากาศดีมาก ๆ แต่ตกปลาหมึกไม่ได้สักตัว ในภาพผมยืมของเจ้าของเรือที่ตกได้ ที่เรือมีเบ็ดให้ แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในแพ็คเกจค่าบริการตกหมึก จะอยู่ที่ 350 บาทในช่วงนั้น แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าขึ้นหรือยัง จะมีปลาทอดให้เราทานและมีเครื่องดื่ม น้ำอัดลมฟรี ให้เราทาน ถ้ามีใครตกหมึกได้ ก็จะนำมากินด้วยกัน แต่ส่วนมากเจ้าของเรือจะตกได้   มันต้องอาศัยเทคนิคหรือความชำนาญในการจับหมึก ซึ่งนักท่องเที่ยวธรรมดา เป็นไปได้ยากที่จะตกหมึกได้ แต่ในตอนสุดท้ายที่จะกลับ จะมีการใช้แหจับปลาหมึก เขาเรียกอะไรผมก็จำไม่ค่อยได้ แต่ได้ปลาหมึกเยอะอยู่ และนำมากินก่อนกลับที่พักบอกเลยว่าสนุกมาก พอกลับมาถึงที่พักแล้วก็อาบน้ำนอนอย่างสบายใจ

อาหารเช้ารูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

          พอตื่นขึ้นก็อาบน้ำแต่งตัวรีบลุกมาทานอาหารเช้า โดยอาหารเช้าจะเสิร์ฟในเวลา 07.00 - 09.00 น. อาหารเช้าจะมีเป็นข้าวต้มบุฟเฟต์ที่สามารถตักทานได้ตลอด และมีขนมปังปิ้งให้ปิ้งทานเอง และมีกาแฟโอวัลตินให้ชงกินเองอีกด้วย พอทานเสร็จแล้วผมก็รีบไปซื้อของฝากและพร้อมที่จะกลับพัทยา ในระหว่างได้ซื้อของผมมีโอกาสได้เข้าไปในเซเว่น จะสังเกตว่าราคาของในเซเว่นที่เกาะล้าน แพงกว่าปกติ 3-5 บาท เพราะว่าต้องมีการส่งสินค้ามาขายยังเกาะ ของในเกาะล้านจึงแพงกว่าปกติ และจะมีรถขนน้ำจืดวิ่งเต็มไปหมด เพราะบนเกาะไม่มีน้ำจืด ต้องขนส่งน้ำจืดมาเช่นกัน

ที่พักเซ็นทรัลขายของรูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

         พอถึงเวลาก็เดินทางกลับไปยังพัทยา ผมก็กลับโดยเรือเหมือนเดิมไปลงท่าเรือ โดยมีค่าบริการ 30-40 บาทต่อคน ผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน บอกเลยว่าเกาะล้านสนุกมาก ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวเกาะล้าน พอกลับมาถึงพัทยาผมก็เดินทางหาที่พักในพัทยา โดยผมเลือกพัก โรงแรม Bed Time เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ในซอย ห้องพักจะอยู่ราคาคืนละ 700 - 800 บาท โดยเช็คอินออก 12.00 น. ของวันถัดไป ผมเลยตัดสินใจพักที่นี่

          พอถึงห้องพักเก็บของแล้วเรียบร้อยผมก็เลยตัดสินใจไปเดินที่ เซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยา เป็นเซ็นทรัลที่ใหญ่มาก ๆ โดยเดินไปทีแรกก็ต้องตกใจ เพราะมีร้านขายเนื้อจระเข้ด้วย ตกใจสุด ๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็น

ตลาดน้ำตลาดน้ำตลาดน้ำรูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

          ก่อนกลับผมได้มีโอกาสที่เที่ยวตลาดน้ำสี่ภาคด้วย โดยนั่งรถสองแถวไป ผมไม่เดินเหมือนทุกครั้งหรอกเพราะมันไกลมาก โดยคนไทยจะไม่มีค่าเข้าชม ในตลาดน้ำสี่ภาคจะขายของฝากเป็นจำนวนมาก ทั้งของกิน และที่ประทับใจที่สุดคือเวทีมวยกลางน้ำ เป็นการชกมวยที่เฮฮามาก ๆ มีการขายของกินสี่ภาคและสามารถล่องเรือชมบรรยากาศในคลองน้ำได้อีกด้วย ประทับใจสุด ๆ

กลับบ้านรูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

          ผมก็ได้มารีวิวการท่องเที่ยวที่แสนธรรมดาของผมนะครับ หวังว่าจะเป็นแนวทาง เพื่อที่จะเป็นความรู้สำหรับคนที่ไปเที่ยวนะครับ สำหรับค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวครั้งนี้
ค่ารถตู้ 50 บาท
ค่ารถไฟ 13 บาท
ค่าอาหาร รวมทั้งทริป 5 วัน ประมาณ 1,000 บาท
ค่ารถทัวร์ ไป-กลับ 450*2 = 900 บาท
ค่าแพ็คเกจ 1,200 บาท
ค่าโรงแรม 700 บาท 
ค่ารถในพัทยา 40 บาท
ค่าของฝาก 200 บาท
ค่ารถกลับอำเภอเดชอุดม 50 บาท
**รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 4,153 บาท **

ตอนกลับบ้านผมตัดสินใจที่จะซื้อตั๋วมาลงจังหวัดอุบลราชธานีครับ เพราะจะได้กลับบ้านเลย เป็นอย่างไรบ้างสำหรับการเดินทางครั้งนี้

ภาพภาพภาพรูปภาพถ่ายโดย : เจ้าของบทความ

          เป็นการเดินทางครั้งแรกของผมโดยไม่มีข้อมูลอะไรมาก่อน เป็นการเดินทางที่ไม่รู้เรื่องมาก ๆ แต่ก็สนุกดีครับ บรรยากาศใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไป อยากให้ทุกคนได้ไปลองสัมผัสบรรยากาศเช่นนี้ดู แต่ต้องมีความพร้อมก่อนนะครับ ไปเที่ยวกันเยอะ ๆ นะครับ 


          เป็น 5 วันที่สนุกและท้าทายมาก ๆ ผมอยากให้ทุกคนได้ลองไปเที่ยวดู ใครมีประสบการณ์การเที่ยวแบบนี้ลองเอามาแชร์กันได้นะครับ อยากให้ทุกคนได้ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติมาก แต่ช่วงนี้ก็ต้องหยุดพักที่บ้านก่อน เพราะว่าไวรัสโคโรนาระบาด อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะครับ 

ภาพหน้าปกถ่ายโดย : เจ้าของบทความ