เปิดฟังข่าวช่องไหนก็มีแต่คนบ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดี
ค้าขายไม่คล่อง เงินในกระเป๋าเริ่มหดหาย
เลขในบัญชีไม่ขยับ น่าเห็นใจครับ แต่บ่นไปก็เท่านั้น
เรามาหาวิธีการป้องกันให้ตัวเราไม่ถลำลึก
ไปมากกว่านี้ดีกว่า

วันนี้ผมอยากจะมาแบ่งปันวิธียับยั้งชั่งใจ
ก่อนที่จะควักเงินออกจากกระเป๋า
เป็น 3 ข้อง่ายๆแต่ทรงพลังยิ่งนัก
เป็นเกราะป้องกันชั้นดีในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

 

#1
อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่งซื้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาดูใหม่

หยุด​​​​​​

ข้อนี้เป็นกุศโลบายและเป็นจิตวิทยาที่แยบยลมากครับ
คุณเคยเป็นไหมล่ะ ตอนที่เดินไปหยุดอยู่หน้าร้าน
เห็นเสื้อสวยๆอยากได้ กางเกงยีนส์ตัวนี้น่าโดน
หรือบางทีสไลด์มือถือปื้ดๆเห็นโปรโมชั่นโดนใจ
อยากจะกดจ่ายตังค์ซะเดี๋ยวนี้

ลองเบรคไว้สักแป๊บครับ !!!
แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมาดูใหม่
เพราะอะไรรู้ไหมครับ
อธิบายตามหลักจิตวิทยา ณ ตอนนั้น

Advertisement

Advertisement

คุณกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์ครอบงำ
ความอยากกำลังตีแผ่โอบล้อมคุณอยู่

ลองทิ้งไว้สักวันสองวันค่อยกลับมาดูใหม่
ถ้าคุณพบว่าตัวเองยังอยากได้อยู่
และมันไม่หนักหนาเงินในกระเป๋ามากนัก
ก็ลองพิจารณาดูครับ จะซื้อหรือไม่ซื้อดี

แต่ถ้าคุณพบว่าความอยากได้มลายหายไปแล้ว
รู้สึกเฉยๆแล้ว ยินดีด้วยครับ
แสดงว่า ณ ตอนนั้นคุณแค่มีอารมณ์อยากได้เฉยๆ
แต่ยังไม่ได้ต้องการมันจริงๆ
วิธีนี้ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้มากโขเลยนะครับ ลองไปทำดู

 

#2
พร้อมจะโยนของเก่าทิ้งไหม

ลังเล

เป็นหนึ่งในวิธีที่วัดใจอย่างมาก ประเด็นคือแบบนี้ครับ คุณเคยสังเกตตัวเองไหมเวลาคุณจะซื้อของใหม่สักชิ้นด้วยความรู้สึกว่า ของฉันมันตกรุ่นไปละหมดสภาพแล้ว
เพื่อนเขามีของใหม่กัน ฉันต้องตามเทรนบ้าง
ผมอยากให้คุณลองถามตัวเองแบบนี้ครับ
ห้ามโกหกนะ

สมมติคุณเล็งกระเป๋าใบใหม่ไว้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ถ้าใบใหม่มาสำคัญขนาดนั้น

Advertisement

Advertisement

มันต้องใช้จริงๆ คุณกล้าโยนใบเก่าทิ้งตอนนี้เลยไหมล่ะ

ข้อนี้เป็นจิตวิทยาที่เฉียบมากครับ
เพราะถ้าเกิดว่าตอนนั้นคุณตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
คุณจะฉุกคิดได้ และเห็นความสำคัญกับของที่ยังมีค่าอยู่
ยิ่งเป็นของที่มี story มีความทรงจำ แฟนซื้อให้
ของขวัญวันเกิด เก็บตังค์ซื้อมากับมือ
ความผูกพันตรงนั้นมันจะทำให้คุณไม่กล้าฟุ่มเฟือย

ลองดูครับ อย่าเพิ่งรีบให้ผมก็ได้
ถ้าอยากได้ของใหม่จริง
โยนของเก่าทิ้งตอนนี้เลยสิ กล้าไหม ?

 

#3
มันไม่มีอะไรใช้แทนได้แล้วหรอ

เยอะ

คนเฒ่าคนแก่สอนกันมานานแล้วครับ
ถ้าของมันยังใช้ได้อยู่ก็ใช้ไปก่อน 
อันนี้ผมขอพูดในกรณีที่การเงินคุณไม่ได้คล่องมือมากนะ แต่ถ้าคุณเงินล้นมือก็แล้วไป

คือของบางอย่างถ้ามันใช้ได้อยู่ ไม่ได้สาหัสอะไรมาก มันก็ยังไม่สมควรถูกโละทิ้ง
ให้มันได้ทำหน้าที่สมกับที่มันเกิดมาหน่อย

Advertisement

Advertisement

กว่าจะได้กางเกงยีนส์ 1 ตัว
คุณรู้ไหมครับกระบวนการผลิตสาหัสขนาดไหน
กระเป๋า 1 ใบกว่าจะเย็บออกมาได้
คนงานเสียเหงื่อไปหยด

อ่ะแต่ถ้าสุดท้ายมันไม่ไหวจริงๆ รับไม่ได้
ไม่อยากทนกับของเดิมอีกแล้ว 
ลองคิดแบบนี้ไหมครับ
แล้วมันมีอะไรอีกบ้างล่ะที่สามารถใช้แทนกันได้ ?

ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ ที่บ้านผมเอง
สายยางที่ไว้ใช้ฉีดน้ำรดต้นไม้มันแตก
ตอนแรกก็ว่าจะซื้อใหม่ แต่คิดไปคิดมานึกขึ้นได้ว่า
ในบ้านยังมีสายยางอีกเส้นนึงไม่เก่ามากนักแค่ขนาดมันเล็กกว่าหน่อย
แต่พอมาเสียบกับก๊อกแล้วลองฉีดดู

มันก็ใช้ได้เหมือนกัน  ไม่ต้องซื้อใหม่

วันนั้นผมประหยัดตังค์ไปได้ 400 กว่าบาทเลยนะ
 

......

แล้วทั้งหมดนี้คือ 3 วิธียับยั้งชั่งใจ
ไม่ให้คุณจ่ายเงินจนหมดตัว
ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ถ้าเงินในกระเป๋าคุณ
ยังไม่คล่องมากนัก วิธีเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันให้คุณได้ครับ 😀

ขอบคุณภาพสวยๆจาก pixabay

ประภาส  เอี่ยมสอาด