...สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อต้นอ้อ วันนี้ฉันมีเรื่องเล่าที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน มีแค่ฉันกับกลุ่มเพื่อนฉันเท่านั้นที่รู้ กับเรื่อง ".. โรงแรมผีเฮี้ยน.. "ที่มันยังคงติดตาและยังจำมันได้ดีเสมอ…

     ในวันนั้น ฉันและเพื่อนอีก 6 คนของฉัน มี ทราย นัตตี้ เมย์ ฝน หนึ่ง นิว เราได้นัดกันไปเคาท์ดาวน์ที่จังหวัดชลบุรี ที่หาดชายบางแสน ซึ่งเป็นที่ท่องเที่ยวที่หนึ่ง ที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักแน่นอน..

     ก่อนพวกเราจะไปเคาท์ดาวน์กัน ได้ไปเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบางแสนเท่าไหร่นัก เป็นโรงแรม 20 ชั้น และห้องก็ไม่แพงมากเท่าไหร่ 

     เราได้ห้อง 1808 ชั้นที่ 18 ซึ่งวิวสวยมากๆ เหลือห้องนี้ห้องเดียวเลยด้วยตอนที่เราจอง แถมเจ้าของโรงแรมยังลดราคาให้ตั้ง 30 % โชคดีสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะ...

     .. เราทุกคนเอากระเป๋าสัมพาระไปเก็บ และรีบดิ่งไปที่งานเคาท์ดาวน์ที่บางแสนทันที...ภาพฉลองปีใหม่ที่ทะเล

Advertisement

Advertisement

 

     หลังจากที่เราสนุกสนานเฮฮา กับการเคาท์ดาวน์ที่นั่นแล้ว จนตอนนั้นก็เป็นเวลาตี 1 ต่างคนก็ต่างมึนเมากันพอสมควร แต่มี ทราย เพื่อนของฉันคนนี้ ที่ไม่ดื่มเหล้า เพราะตกลงกันไว้ว่า จะเป็นคนขับรถให้เราทุกคน….

ทราย : " ป่ะ !! พวกเรา..กลับไปโรงแรมกัน..ดึกแล้ว.."

นัตตี้ : " เออๆ เราหาซื้ออะไร ไปต่อกันที่ห้องดีไหม… "

เมย์ : " เอา ๆ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง คืนนี้จัดเต็มกันไปเลย …"

     พวกเราแวะซื้อของกิน และเครื่องดื่มที่ 7-11 ก่อนจะกลับโรงแรม ซื้อมาเยอะพอสมควรเลยล่ะ

     เมื่อถึงโรงแรม ทุกคนก็ไม่รอช้า รีบขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องกันทันที

     หลังจากที่ตั้งวงดื่มและเมาท์มอยกันมาซักพัก ฝนก็นึกอะไร ๆ สนุก ๆ ขึ้นมา

ฝน : "..เห้ย !! เรามาเล่าเรื่องผีๆกันเหอะ…."

Advertisement

Advertisement

หนึ่ง : " ไม่เอา ฉันกลัว…"

     หนึ่งส่ายหัวและปฎิเสธทันที

นิว : " เอาน่า !! นานๆที น่าสนุกดีออก .."

ภาพจุดเทียน

 

     ฉันและทุกคนพยักหน้า และตื่นเต้นกันมากๆ ฝนเดินไปปิดไฟในห้อง เพื่อบิ้วอารมณ์ นัตตี้จุดเทียนเล่มหนึ่ง ซึ่งเอามาจากลิ้นชักตู้ที่อยู่ในห้อง ที่ไปเจอมาโดยบังเอิญ 

     เราจะสลับเล่ากันไปคนละเรื่อง ๆ บางคนก็เล่าจากเรื่องที่ตัวเองเจอมาจริงๆ บางคนก็แต่ง แต่ละเรื่องนี่..น่ากลัวสุดๆ จนเล่ากันครบหมดทุกคน….ภาพจันทร์กลางคืน

 

"...ฟิ้ววว...ฟิ้วววววว…"

     จู่ ๆ ก็มีลมพัดมาจากหน้าต่าง ลมมันช่างเย็นยะเยือก..จนขนแขนทุกคนลุกชัน… ผ้าม่านที่หน้าต่างปลิวไปมาตามลมละลิ่ว เสียงกระดิ่งที่ห้อยตรงหน้าต่างกระทบกัน จนมีเสียงกริ๊ง. กริ๊ง.. กริ๊ง.. และบรรยากาศตอนนี้ วังเวง น่ากลัวแปลกๆ

ฝน : " บรรยากาศหลอนชะมัด ว่าไหมพวกแก ? "

นิว : " เออ..น่ากลัวอ่ะ.."

Advertisement

Advertisement

หนึ่ง : " เปิดไฟเหอะ ฉันกลัวฉี่จะราดแล้วเนี่ย…"

     หนึ่งกลัวสุดขีด จนตัวสั่นและกอดฉันไว้แน่น จากนั้นนิวลุกขึ้น เดินตรงไปเพื่อเปิดไฟ

" ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก "

     แต่ทว่าเปิดอย่างไรก็เปิดไม่ติดซะงั้น

นิว : " ไฟน่าจะดับป่ะเนี่ย !! เปิดไม่ติดเลย.."

" ซ่าาา..ซ่า… "

     จู่ ๆ เสียงก๊อกน้ำในห้องน้ำก็ไหลขึ้น ตอนนี้ทุกคนเริ่มมองหน้ากัน และต่างก็รู้สึกไม่ค่อยดีกันแล้ว

"...ฟิ้ววว...ฟิ้วววววว…"

     เสียงลมพัดมาจากหน้าต่าง ทุกคนลูบแขน ขนลุกชัน ฉันตัดสินใจหันไปมองที่หน้าต่าง สิ่งที่ฉันเห็นคือ ผู้หญิงผมประบ่า ใส่ชุดนอนสีขาว ยืนอยู่ที่หน้าต่าง ฉันอึ้ง และช็อคกับสิ่งที่เห็นตรงหน้ามาก 

หนึ่ง : " ต้นอ้อ ! เป็นไรไปนิ่งเชียว.."

     ฉันหันไปมองหน้าหนึ่ง และหันกลับมาชี้ไปที่หน้าต่าง เพื่อให้หนึ่งมองไปที่หน้าต่าง 

หนึ่ง : " อะไรหรอ อย่าบอกนะว่าเห็น….ผีน่ะ ! "

เมย์ : " ผีเผลอบ้าบออะไร เมาแล้วเลอะเลือนนะเราน่ะ " 

     เมย์ผู้ที่ไม่เชื่อว่าผีมีจริง มองหน้าฉันและหนึ่ง พร้อมส่ายหัว

เมย์ : " นิว แกเปิดไฟอีกทีสิ ถ้าไม่ติดจะได้ลงไปบอกพนักงานข้างล่าง "

     นิวกดสวิทต์ไฟอีกครั้ง " พรึ่บ !! "

นิว : " ไฟติดแล้ว !!."

เมย์ : " เออ..งั้นนอนกันได้แล้ว มันไม่มีอะไรหรอก เมาจนหลอนกันไปเองทั้งนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้เราต้องไปเที่ยวต่ออีก นอนกันเหอะ.."

     เมย์ ทราย และนิว นอนกันบนเตียง ส่วนหนึ่ง นัตตี้ ฝนกับฉันนอนกันที่พื้น เพราะไม่มีเตียงเสริม 

     ฉันนอนใกล้กับหน้าต่าง และในหัวของฉัน ก็คิดถึงแต่สิ่งที่ฉันเห็น ฉันกลัวและเอาแต่นอนคลุมโปงอยู่อย่างนั้น จนนอนไม่หลับยันเช้า

     เช้าแล้ว ทุกคนผลัดกันอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเที่ยวกันต่อ

     และฉันยังคงมองไปที่หน้าต่างบานนั้นอยู่ตลอด เพราะฉันเชื่อว่า สิ่งที่ฉันเห็น ฉันไม่ได้ตาฝาด และฉันมีสติดี

เมย์ : " ต้นอ้อ ยังไม่เลิกคิดเรื่องนั้นอีกหรอ แกตาฝาดนะเว้ย เลิกคิดได้แล้ว .."

ทราย : " ใช่ ถ้าเป็นผีจริง พวกเราทุกคนต้องเห็นเหมือนกันสิ .."

หนึ่ง : " แล้วที่ก็อกน้ำมันไหลเมื่อคืนล่ะ มันก็น่าคิดนะ.."

เมย์ : " มันแค่บังเอิญ...ต้องมีซักคนที่ปิดน้ำไม่สนิทมากกว่า เลอะเทอะไปใหญ่แล้ว.."

ทราย : " พอๆ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ไปเที่ยวกันเถอะ "

     ฉันและหนึ่งมองหน้ากัน เเละเชื่อว่ามันไม่ปกติ 

     วันนี้พวกเราไปเที่ยวที่ฟาร์มแกะแห่งหนึ่ง มีทั้งการแสดงของสัตว์แสนรู้ และนั่งกินสเต็กจานอร่อยที่นั่นกันทั้งวัน 

     จนเวลา 18.00 น. เราก็เดินทางกลับโรงแรม 

     เมื่อถึงโรงแรม ทุกคนก็ทิ้งตัวนอนกันทันที ทุกคนเหน็ดเหนื่อยมากกับการเดินทาง และเมื่อคืนเอง ก็ได้นอนกันไม่เต็มที่

     ซักพักฉันก็ลุกขึ้นไปห้องน้ำ เพื่อจะอาบน้ำ ในระหว่างที่ฉันอาบน้ำนั้น ฉันเห็นเงาผ่านผ้าม่านในห้องน้ำ เลยคิดว่าเพื่อนฉันคงเดินเข้ามา เพราะปกติทุกคน จะไม่ล็อคประตูห้องน้ำ เผื่อใครจะเข้ามาฉี่ 

     แต่ทว่า…. เงานั้นยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนเลย… ฉันเริ่มรู้สึกแปลกๆ และจู่ๆ ก็มีลม...เย็นยะเยือกเหมือนเมื่อคืนนั้น... พัดมาโดนตัวฉัน... ขนแขนของฉันลุกชัน หัวใจฉันเต้นแรงแทบหลุดออกมาจากอก เหงื่อเริ่มตก หน้าซีดจนรู้สึกชาไปทั้งหน้า เพราะรู้ว่าสิ่งที่เห็น ต้องไม่ใช่คนแน่ๆ….

     ฉันยืนมองเงานั้นอยู่นาน เงานั้นไม่มีท่าทีขยับไปไหนเลยซักนิด ฉันค่อยๆใส่ผ้าคลุม และรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ค่อยๆเปิดผ้าม่านช้าๆ รูปผีผ่านม่าน

 

" อ๊าาาาาาาาาาาาาา…."

     ฉันกรีดร้องเสียงดัง และเป็นลมไป เพราะภาพที่เห็นตรงหน้านั้น น่ากลัวจนฉันช็อคหมดสติไปเลย 

     ฉันเห็นผู้หญิงยืนก้มหน้าและยื่นมือมาที่ฉัน เธอใส่ชุดสีขาว ผมประบ่า 

     ใช่ !! ทุกคนคงทายถูกแล้วว่า คงเป็นคนเดียวกัน ที่ฉันเห็นเมื่อคืน…

ทราย : " ต้นอ้อ ..ต้นอ้อ.."

     ทรายสกิดฉันให้ตื่น เมื่อฉันลืมตาขึ้น ฉันเห็นเพื่อนๆของฉันยืนล้อมและมองหน้าฉันด้วยความสงสัย

เมย์ : " เป็นอะไรไปหรอต้นอ้อ ? .."

     เมื่อฉันนึกถึงสิ่งที่ฉันเห็น ก็ตัวสั่น หน้าซีดจนชา และจับมือทรายไว้แน่น

ฉัน : " ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว จริงๆนะ ฉันว่าห้องนี้มันมีแน่ๆ "

ทราย : " ไม่ต้องพูดแล้ว ลุกขึ้นไปแต่งตัวเหอะ "

     ทุกคนมองหน้ากัน และเริ่มจะรู้สึกเชื่อคำพูดของฉัน 

     หลังจากที่ทุกคนอาบน้ำกันเสร็จ ฉันและเพื่อนทุกคนก็ลงไป 7-11 เพื่อหาอะไรกิน เหลือแต่เมย์ที่ไม่หิว และนอนเล่นอยู่บนห้องคนเดียว

     หลังจากที่ซื้ออะไรกันเสร็จแล้ว พวกเราก็ขึ้นมาที่ห้อง เมื่อเดินออกมาจากในลิฟท์ จู่ๆ ก็มีเงาสีขาวยืนอยู่หน้าห้อง ทุกคนเห็นเต็มสองตา และหันมามองหน้ากัน ทุกคนต่างหน้าซีดเป็นไข่ต้มกันเลยทีเดียว ขาสั่นจนก้าวไม่ออก ได้แต่ยืนอึ้งกับสิ่งที่เห็น

     ซักพัก เงานั้นก็เลือนหายไป ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที

     หลังจากที่เข้ามาในห้อง ทุกคนต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น เมย์ยืนอยู่ตรงขอบระเบียง และดูเหมือนคนไม่ได้สติ ทุกคนต่างเรียกชื่อเมย์กันเสียงดัง แต่ทว่า….เมย์ไม่ได้สนใจอะไรเลย

     หนึ่งถอดสร้อยพระ ที่ตัวเองห้อยติดตัวอยู่ตลอดเวลา แล้ววิ่งไปสวมให้เมย์ทันที 

     เมย์ได้สติ มองเห็นตัวเองยืนอยู่ตรงขอบระเบียง ก็ตกใจมาก และรีบลงมาทันที

     เราทุกคนมองไปที่เมย์ด้วยใบหน้าซีดเซียว 

เมย์ : " เก็บของกัน ไป ไปจากที่นี่กันเถอะ "

ทราย : " แล้วเราจะไปพักที่ไหน โรงแรมแถวนี้มันเต็มไปหมดแล้วนะ "

เมย์ : " แล้ว...จะอยู่อย่างงี้เนี่ยหรอ.."

     พวกเราต่างค้นหาห้องว่างแถวๆนี้ ในมือถือ แต่ทว่าไม่มีที่ไหนว่างซักที่ 

     สุดท้ายพวกเราต้องจำใจนอนที่นี่อีกคืน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับบ้านกัน 

     พอเช้าปุ๊ป ทุกคนร้อนรนรีบวิ่งไปเก็บของ และเช็คเอาท์ ออกจากโรงแรมทันที

     ทุกคนเชื่อไหมว่า พวกเราต้องเจอกับ ไฟที่พยายามเปิดทั้งคืนก็ไม่ติดเลย และลมพัดเย็นยะเยือกทั้งคืน เสียงคนเดินไปเดินมาในห้อง เสียงก็อกน้ำไหลเป็นระยะๆ เสียงผู้หญิงร้องโหยหวนทั้งคืน ทุกคนนอนกอดกันที่พื้น ปวดฉี่แค่ไหน ก็ไม่มีใครกล้าลุกไปเข้าห้องน้ำ 

     พวกเรากลัวมาก แต่ก็ทำได้แค่นอนสวดมนต์กันงึมงำ แต่ยิ่งสวด เสียงผู้หญิงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนเราต้องหยุดสวดกัน ทำอะไรก็ไม่ได้ซักอย่างจนเช้า

     หลังจากที่ออกจากโรงแรม เราก็ขับรถผ่านวัดแห่งหนึ่ง เลยแวะทำบุญซักหน่อย 

     มีป้าขายพวงมาลัยคนหนึ่ง ป้าเอาแต่มองหน้าพวกเราอยู่ตลอด ด้วยความสงสัยทรายก็เลยเดินไปถาม

ทราย : " มีอะไรรึป่าวคะป้า เห็นมองพวกหนูมาตั้งนานแล้ว "

ป้า : " หนู..หนูทำบุญให้เขาเยอะๆหน่อยนะ "

ทราย : " ทำให้ใครคะป้า "

     ทรายถามออกไป ทั้งๆที่ในใจพอจะรู้ว่าหมายถึงใคร

ป้า : " ผู้หญิงใส่ชุดสีขาว เขานั่งมองหน้าพวกหนูตั้งนานแล้ว "

ทราย : " เขาตามพวกหนูมาหรอคะป้า "

     ทรายหันกลับไปมองหน้าทุกคน

ป้า : " เขาคงอยากได้บุญ ทำให้เขาเถอะ เขาตามเราไม่ได้หรอก เดี๋ยวเขาก็ต้องกลับไปที่ ที่ของเขา "

ทราย : " ขอบคุณค่ะป้า ฝากบอกเขาด้วยนะว่า เดี๋ยวทำบุญให้เดี๋ยวนี้เเหละ ไม่ต้องไปตามพวกหนู "

     ทรายยกมือไหว้ป้า และป้าก็ยิ้มให้เราทุกคน

จากวันนั้น จนวันนี้ พวกเราก็ไม่เคยลืมเรื่องนี้อีกเลย และยังคงทำบุญให้ผู้หญิงคนนั้น เมื่อมีโอกาสเสมอ