เนื่องจากสถานการณ์โควิค -​19​  ที่ส่งผลกระทบในทุกภาคส่วน​ของเศษฐกิจโลก​ ทำให้การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศต้องหยุดชะงัก​ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้า​ได้รับปัญหาค่อนข้างหนักที่สุด​ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประสบกับการโดนยกเลิกออเดอร์ของลูกค้าต่างประเทศ​ ส่งผลในทางการบริหารทุนทรัพย์ตามมา​โดยทางบริษัทนั้นเองก็หามาตการต่างที่จะทำให้วงการได้อยู่รอด​ ในเมื่อเป็นเเบบนี้ผลกระทบที่หนักอีกก็คือแรงงานในสายการผลิต​ ซึ่งมีการเปลี่ยนการจัดระบบเพื่อความอยู่รอดของทางฝ่ายนายจ้างนั้น​ จำเป็นต้องลดพนักงานในสายการผลิตลง​ โดยระบบจัดการนั้นจะพยายามให้พนักงานได้รับผลกระทบในส่วนนี้น้อยที่สุด​ และเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของบริษัทในรูปแบบที่เหมาะสมกับการลดพนักงานลงในครั้งนี้การส่งออกรถยนต์​ ภาพประกอบ​จาก​ : https://cdn.pixabay.com/photo/2019/07/22/14/00/zeebrugge-4355191_1280.jpg



                     โครงการสมัครใจลาออก

การลาออก​ ภาพประกอบ​จาก​ : https://cdn.pixabay.com/photo/2014/08/26/19/20/document-428334_1280.jpgการจัดตั้งโครง​านสมัครใจลาออก​ การที่เจอ​สถานการณ์แบบนี้ทำให้ทางบริษัทเกิด​ "สภาพคล่อง" ​ ทางการเงินกับการส่งออกสินค้าไม่ได้​ จึงได้ตั้งโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการจัดการงบประมาณให้อยู่ในสภาพที่ลงตัวที่สุด​ ​พูดง่าย​ ๆ​ ก็คือไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้​ โดยต้องการพนักงานคนที่สมัครใจเท่านั้น​ จะมีค่าตอบแทนกับพนักงานดังกล่าวในความเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด​ และจะพิจารณาตามกฎเกณฑ์ของพนักงาน​ และมีสวัสดิการหลังการลาออกเป็นการอุ้มชูกันในอีกระยะหนึ่ง​ ห​รือเรียกว่า​ ตัดบัวยังเหลือใย​ ทั้งหมดนี้จึงเป็นการหาทางออกที่ดีที่สุด​แล้ว​ สำหรับการลดจำนวนสายการผลิตลง​ โดยที่เกิดผลเสียกับตัวพนักงานน้อยที่สุดสำหรับค่าตอบแทนในการสมัครใจลาออกนั้น​ จะแบ่งเป็นหมวดหมู่​ และเป็นไปตาม​   กฏเกณฑ์ที่ลงตัว​กับพนักงานที่ลาออกในครั้ง​นี้​ คือการแบ่งตาม​ อายุคน  อายุงาน​ ตำแหน่ง​ เป็นต้น​ ผู้เขียนจะตัวอย่างของบริษัทที่ผู้เขียนทำงานอยู่มาให้ผู้อ่านทุกท่านรู้กัน​ เป็นเพียงตัวอย่างนะครับ​

Advertisement

Advertisement

ค่าตอบแทน​ ภาพประกอบ​โดย​ : https://pixabay.com/th/illustrations/99-541430/ในส่วนค่าตอบแทนในแต่ละบริษัทจะไม่เท่ากันนะครับ​ ผู้เขียนจึงได้ยกตัวอย่างของโรงงานที่ผู้เขียนทำงานอยู่​ปัจจุบันที่ได้ตั้งโครงการนี้ขึ้น  ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

พนักงานประจำที่มีอายุงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีอายุน้อยกว่าหรือเทียบเท่า 54 ปีบริบูรณ์ ส่วนพนักงานที่จะเกษียณอายุในปี 2563 จะไม่มีสิทธินะครับ โดยให้เงินช่วยเหลือตามแต่ละช่วงอายุ พนักงาน และอายุการทำงาน 8-35 เดือน

พนักงานอายุ 27-39 ปี ทำงานตั้งแต่ 1-2 ปี ได้รับเงินช่วยเหลือ 8 เดือน(ผู้เขียนตรงตามข้อหัวนี้เลยย)​ 

อายุงาน 3-5 ปี ได้รับเงินช่วยเหลือ 11 เดือน จนถึงกลุ่มที่อายุงาน 20-24 ปี ได้เงินช่วยเหลือ 25 เดือนพนักงานอายุ 40-44 ปี ทำงานตั้งแต่ 1-2 ปี ได้เงินช่วยเหลือ 9 เดือน จนถึงอายุงาน

Advertisement

Advertisement

25 ปีขึ้นไป ได้เงินช่วยเหลือ 30 เดือน 

พนักงานที่อายุ 45-50 ปี ทำงานตั้งแต่ 1-2 ปี ได้เงินช่วยเหลือ 12 เดือน จนถึงอายุงาน 25 ปีขึ้นไป ได้เงินช่วยเหลือ 33 เดือน พนักงานอายุ 51-54 ปี ทำงานตั้งแต่ 1-2 ปี ได้เงินช่วยเหลือ 17 เดือน จนถึงอายุงาน 25 ปีขึ้นไป ได้เงินช่วยเหลือ 35 เดือน 

        ทั้งหมดที่ผู้เขียนได้เเชร์ไปนี้ จะเห็นได้ว่าผลกระทบทางด้านเศษฐกิจของโลกเคลื่อนตัวได้ช้าลงถึงขั้นชะงัก​ กับสถานการณ์โรคโควิค -​19นี้​ ทำให้ทุก​ ๆ​ ส่วนย่อมได้รับผลกระทบเหมือนกันทั้งกลุ่มผู้ว่าจ้างก็ต้องหาทางเอารอดตัวเช่นกันโดยตั้งโครงการออกมาแบบนี้ละครับ​ อย่างน้อยคนที่ออกก็ได้ค่าตอบแทนเป็นทุนชีวิตต่อไป​ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับทั้งสองฝ่าย​ หวังว่าผู้อ่านทุกท่านได้รับรู้ถึงผลกระทบของกลุ่มผู้ว่าจ้างและผู้ใช้เเรงงานกับสถานการณ์โควิค -​19​นี้แล้วนะครับ​ ผู้เขียนในนามกลุ่มผู้ใช้เเรงงานคนหนึ่งจึงได้นำประสบการณ์โรงงานตัวเองมาแชร์ให้ทุกรับรู้เป็นข่าวสารครับ​  สวัสดีครับ


ภาพประกอบจาก​ pixabay 

ภาพหน้าปก/​ภาพประกอบ​ 1​ /ภาพประกอบ​ 2​ / ภาพประกอบ​ 3​