ที่​ จ.ชลบุรี ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา หลัง 3 แกนนำ นปช.ล้มประชุมอาเซียน ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเพื่อรับสารภาพ พร้อมแจ้งไม่ได้รับหมายศาลครั้งแรกเพื่อให้วินิจฉัยบทลงโทษใหม่ ศาลนัดวันที่ 3 ธ.ค.

ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้
https://scdn.line-apps.com/n/line_add_friends/btn/en.png

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/S__1622025-1.jpg

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 ต.ค. ที่ ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา ศาลฎีกาคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัล คลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนพพร นามเชียงใต้, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสมญศฆ์ พรมภา, นายนิสิต สินธุไพร, นายสำเริง ประจำเรือ, นายศักดา นพสิทธิ์, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวัลลภ ยังตรง และนายพิเชฐ สุขจินดาทอง ทั้งนี้ได้พักคดี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากหลบหนี ขณะที่นายธรชัย ศักดิ์มังกร และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ที่พวกจำเลยนำ พากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียน ที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท โดยได้แจ้งข้อหาประกอบด้วย 1.ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม 2.ข้อหาร่วมกันเดินแถวเป็นขบวนและกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร 3.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอา ณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน 4.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้นและ 5.ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 358, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 108, 114, 148 ต่อมาศาลชั้น ต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้ง 12 คน เป็นเวลา 4 ปีโดยไม่รอลงอาญาและยกฟ้อง 1 คนจนวันที่ 11 กันยานที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว แต่ปรากฏว่าจำเลยมาเพียงคนเดียวจึงได้อ่านคำพิพากษาของ นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10

Advertisement

Advertisement

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/S__1622047.jpg

โดยวันนี้มีจำเลย 3 คนที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษา คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้รับหมายเรียกศาลและศาลได้มีการอ่านคำพิพากษาไปแล้ว คือจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา และก็ได้เตรียมใจในการรับโทษ เพราะตามกระบวนการยุติธรรม หากมีคำพิพากษาไปแล้วแม้จำเลยจะเดินทางมารับฟังหรือไม่ก็ต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยมีนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.และทนายความร่วมเดินทางมารับฟังด้วย แต่จำเลยทั้ง 3 ได้ทำหนังสือยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมจากปฏิเสธเป็นขอรับสารภาพ และยื่นคำร้องประกอบขอให้ศาลลงโทษเบา เนื่องจากไม่ได้รับหมายศาลครั้งแรก เพื่อให้ศาลวินิจฉัยบทลงโทษใหม่ ศาลจังหวัดพัทยาจึงส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยนั้น

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/2254388.jpg

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช.ที่เดินทางมาให้กำลังใจกับจำเลยทั้ง 3 ราย ได้ออกมาเปิดเผยว่าจากการเข้าร่วมรับฟังในศาลนั้น ทางศาลได้แจ้งให้ทราบว่าจะเลื่อนการอ่านคำวินิจฉัยของศาลฎีกาตามคำร้องของจำเลยทั้ง 3 ใหม่ เป็นวันที่ 3 ธันวาคมนี้ นเวลา 10.00 น. หลังจากที่จำเลยและทนายความได้ยื่นคำร้องและแจ้งว่าไม่ได้รับหมายเรียกในครั้งแรก ดังนั้นในกรณีที่มีข่าวออกไปว่าทั้ง 3 รายถูกจำคุกตามคำพิพากษาไปแล้วนั้นยังไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด