เคยได้ยินเรื่องของเด็กทารกที่มีแม่ซื้อใช่มั้ยคะ แต่เรื่องของเราต่างตรงที่ เรามีเพื่อนที่หลายๆคนในครอบครัวเรียกว่า ”เพื่อนในจินตนาการ” ย้อนไปหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นอายุ 7 ขวบ บ้านคุณตาอยู่หลังวัด ช่วงปิดเทอมเราจะไปอยู่บ้านคุณตา เพราะแม่กับพ่อทำงาน บ้านสมัยก่อนจะไม่มีรั้ว และปลูกไม่ไกลกันมาก ส่วนมากจะเครือญาติกัน บ้านตรงนั้นมี 4 หลัง ทุกหลังจะมีแต่คนแก่ๆอยู่ ลูกหลานอยู่ในตัวเมือง หรือไม่ก็ไปสร้างครอบครัวที่จังหวัดอื่น แต่เรามีเพื่อนคนนึงชื่อ เอ เอเป็นเพื่อนผู้ชาย อายุน้อยกว่าเราดูจากตัวเล็กกว่า บ้านสมัยก่อนจะมีเล้าหมู เล้าไก่ และยุ้งข้าว ยุ้งข้าวคือที่เล่นประจำของเรา จำได้ว่าตอนเจอเอครั้งแรกที่หลังวัดจึงชวนมากเล่นที่บ้านป้าเหลียว ป้าเหลียวเป็นหลานของคุณตา เล่นแบบนี้ทุกวัน แต่เอไม่เคยเข้าไปเล่นที่บ้านตาของเราเลย เอบอกตาเราดุเข้าไปไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่ 2 ปี ปิดเทอม 4 รอบ เราเล่นกับเอทุกปิดเทอม

Advertisement

Advertisement

 

จนเราเล่าให้แม่ฟังว่าเพื่อนเราก็อยากมาโรงเรียนเหมือนกัน เล่าเรื่องของเอให้ฟัง แม่เราก็ถามคนแถวนั้นว่าเด็กคนนี้คือลูกเค้าเหล่าใครที่ไหน ปรากฎว่าไม่มีใครรู้จักเด็กผู้ชายชื่อเอเลยสักคน ความกังวลก็เกิดขึ้นกับแม่ แต่ญาติคนอื่นๆกลับมองว่า เด็กๆมีเพื่อนในจิตนาการเป็นเรื่องที่ปกติ พอปีที่ 3 ปิดเทอม แม่เลยส่งเราไปบ้านย่า เพื่อให้เจอเพื่อนจริงๆดูบ้าง

 

เราก็ได้เพื่อนใหม่เป็นผู้หญิงเล่นตามประสาเด็กผู้หญิง เล่นขายของ แคระขนมครกด้วยดิน พอเทอม 2 ปิดเทอม คุณตาขอให้เรากลับมาอยู่กับท่าน ท่านเหงา พอมาถึงก็เจอเอยืนรอที่หลังวัด เราก็ชี้ให้แม่ดู “นี้ไงเอ เพื่อนหนู” แม่กลับมองไม่เห็นใคร พอเราออกไปเล่นกับเอ เราเล่าให้เอฟังว่าปิดเทอมก่อนหน้าเรามีเพื่อนอีกคนที่บ้านย่า เอโกรธมาก จะไม่เล่นกับเราแล้ว ตอนนั้นเราร้องไห้เดินกลับบ้าน หลังจากนั้นเอก็หายไป 3 วัน จนเอมาเรียกเราช่วงเย็นน่าจะสัก 5 โมง เราเล่นในยุ้งข้าว ตอนนั้นดีใจมากที่เอหายโกรธ เราก็ไปเล่นกันที่บ้านป้าเหลียวเหมือนเคย แต่ครั้งนี้เอพาเราไปปีนต้นไม้ขึ้นไปสูงมาก แล้วเราจำได้อีกทีคือเราตกลงมามึนหัวมากตกลงมาน่าจะเกือบ 3 เมตร เจ็บที่แขนแล้วก็คาง เราเอามือจับที่คางบีบไว้ เรารู้สึกว่าต้องบีบถ้าปล่อยเหมือนเนื้อมันจะปริออกเหมือนโดนกรีด แขนซ้ายเราบิดผิดรูป ป้าเหลียวเห็นจึงร้องตะโกนเรียกตา ว่าหลานตกต้นมะม่วง ตาเรารีบโทรหาแม่ แม่เราขับรถจากพานทองพาไปโรงพยาบาล คางเราเเตกเย็บ 4 เข็ม แขนหักจนต้องใส่เฝือก เราก็เล่าให้แม่กับตาฟัง ตาก็ให้เราใส่พระตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากใส่พระแล้วเราก็ไม่เคยเจอเออีกเลย เราก็ยังจำได้เเม่นจนถึงทุกวันนี้ถึงจะผ่านมานานแค่ไหน เราก็เชื่อว่าเอไม่ใช่เพื่อนในจิตนาการ..

Advertisement

Advertisement