ปัญหาขยะกับท้องทะเล ณ ชายหาดบางแสน เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ต่างรับรู้กันดีและเห็นกันจนชินตา ซึ่งถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จะมีการสั่งแก้ปัญหาควบคุมป้องกัน หรือการทำโครงการรณรงค์ไม่ทิ้งขยะลงทะเลกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ดูเหมือนว่ายังไร้ผล เพราะความขาดจิตสำนึกของทั้งผู้ประกอบการและผู้คนที่มาเยือนหาดบางแสนที่แก้อย่างไรก็แก้ไม่หาย ทำให้ยังมีการทิ้งขยะบริเวณชายหาดกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขยะส่วนหนึ่งที่เราเห็นบนพื้นหาดทรายนั้นเป็นส่วนที่ไม่ถูกพัดลงหายไปกับทะเล แต่คาดว่ายังมีขยะอีกเป็นปริมาณมากที่คงถูกท้องทะเลกลืนจมลงก้นหาดทราย

Piles Of Garbage By The Shore

ภาพจาก pexels

และอย่างที่เราทราบกันดีว่า ขยะที่ลงสู่ก้นท้องทะเลนั้นมันย่อมไม่ย่อยสลายหายไปได้ง่าย ๆ แต่อาจมีขยะพลาสติกบางส่วนที่จะมีการแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือที่เราเรียกกันว่าไมโครพลาสติก แล้วมีโอกาสที่สัตว์ทะเลจะกินเศษพลาสติกเหล่านั้นไป และเมื่อมนุษย์รับประทานสัตว์ทะเลเหล่านั้นสุดท้าย ขยะพลาสติกที่เราทิ้งลงทะเลไปก็จะย้อนกลับมาหาเราในที่สุดอยู่ดี

Advertisement

Advertisement

Person Holding Clear Plastic Bottle

ภาพจาก pexels

และล่าสุดเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ทางเทศบาลเมืองแสนสุข ภายใต้การดูแลของนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม ก็ได้มีการออกประกาศเรื่องมาตรการงดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยกำหนดให้เหล่าผู้ประกอบการ ผู้จำหน่ายสินค้า ผู้ให้บริการปรุงหรือประกอบอาหารให้งดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง อันได้แก่ กล่องใส่อาหาร ถุงหิ้ว หลอด แก้ว หรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำมาจากพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หากพบว่ามีการฝ่าฝืนคำสั่งตามที่ระบุไว้ในประกาศ ก็จะมีการลงโทษตั้งแต่การว่ากล่าวตักเตือน การจดบันทึกการกระทำผิด การสั่งปรับ พักใช้ใบอนุญาต ไปจนถึงการเพิกถอนยกเลิกใบอนุญาตกันเลยทีเดียว

Advertisement

Advertisement

โดยประกาศนี้จะครอบคลุมพื้นที่ในเขตบริเวณชายหาดบางแสน บริเวณหาดบางแสนล่าง (หาดวอนนภา) และบริเวณหล่มแท่น

Photo of Trash Lot on Shore

ภาพจาก pexels

ซึ่งประกาศมาตรการงดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งนี้ ได้มีการออกประกาศมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป และหลังจากที่ประกาศนี้ได้มีผลบังใช้ ก็ต้องมาติดตามกันต่อว่า ขยะในหาดบางแสนจะลดลงหรือหมดไปได้หรือไม่ และการใช้กฎหมายบังคับกับผู้ประกอบการ จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดยใช้พลาสติกของเหล่าผู้คนและนักท่องเที่ยวได้จริงหรือไม่ หรือว่าจะยังต้องหาวิธีการอื่นมาจัดการสร้างจิตสำนึกการทิ้งขยะลงทะเลกันต่อไป


ข้อมูลประกอบการเขียนบทความจาก

Advertisement

Advertisement