ที่จ.ชลบุรี ตำรวจท่องเที่ยวรวบกลุ่มชายไทยเมารุมทำร้ายร่ายกายนักท่องเที่ยวชาวคูเวต จนลมฟุบคาชายหาดพัทยา

ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้
https://scdn.line-apps.com/n/line_add_friends/btn/en.png

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/12542.jpg

จากกรณีมีเหตุ นักท่องเที่ยวชาวคูเวตถูกทำร้ายร่างกายบริเวณชายหาด ซ.พัทยา 7 ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ตาปูดบวม นั้นภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.๒ บก.ทท.๑,พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.๔ กก.๒ บก.ทท.๑ ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกสืบสวนหาข่าวผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุจนทราบว่า

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/DSC_0067-4.jpg

ผู้บาดเจ็บคือ MR.FAHAD A S ALYAQOUB อายุ 33 ปี สัญชาติ คูเวต พักอยู่กับเพื่อนสัญชาติเดียวกัน ชื่อ MR.FAISAL B R A ALGHANNAM อายุ 42 ปี สัญชาติ คูเวต ที่โรงแรมเบิร์ด อินน์ จึงได้เดินทางไปพบเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบแต่พบว่า MR.FAISAL B R A ALGHANNAM อยู่กับ น.ส.พัทธนันท์   น้อยนาง  อายุ ๒๙ ปี พูดจาวกไปวนมา ภายในห้องพักพบยาเสพติดพร้อมอุปกรณ์เสพจึงได้ดำเนินการจับกุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า “๑.ร่วมครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย,๒.ร่วมครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย,๓.ร่วมครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท ๒ (ยาอี) โดยผิดกฎหมาย และ ๔.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย”นำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองพัทยาดำเนินการตาม กม.ต่อไป

Advertisement

Advertisement

ในส่วนของผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย MR.FAHAD A S ALYAQOUB สัญชาติ คูเวต เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ที่ทำร้ายร่างกายได้ 2 คน คือ นายพงษ์ศักดิ์ หรือติงลี่ กระซิบ อายุ 33 ปี นายต้อม อินเปลือย อายุ 39 ปี

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/2019-11-06_19-58-27.png

พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. กล่าวว่า เมื่อวันที่ ๕ พ.ย.๖๒ เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ น. MR.FAHAD A S ALYAQOUB สัญชาติ คูเวต หนังสือเดินทางเลขที่ P06216216 (ผู้บาดเจ็บ) พร้อมด้วย MR.FAISAL B R A ALGHANNAM อายุ 42 ปี สัญชาติ คูเวต หนังสือเดินทางเลขที่ P06295231 ได้เดินบริเวณชายหาดพัทยาจนถึงที่เกิดเหตุ พบชายชาวไทย ๒ คน นั่งดื่มสุรา และได้เกิดมีปากเสียงกัน นายพงษ์ศักดิ์ หรือติงลี่ กระซิบและนายต้อม อินเปลือย จึงได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย MR.FAHAD A S ALYAQOUB(ผู้บาดเจ็บ) และ MR.FAISAL B R A ALGHANNAM ซึ่ง MR.FAISAL B R A ALGHANNAM ได้วิ่งหลบหนีไปได้ โดยขณะทำร้ายผู้ก่อเหตุทั้งสองได้ร่วมกันเตะ ต่อย เข้าที่ใบหน้าของ MR.FAHAD A S ALYAQOUB (ผู้บาดเจ็บ) จนล้มฟุบไปที่พื้นทราย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุทั้งสองจะแยกย้ายกันหลบหนีไป

Advertisement

Advertisement

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/2019-11-06_19-56-53.png

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองเนื่องจากทั้งคู่อยู่ในอาการมึนเมาพูดจาวกไปวนมา ไม่สามารถควบคุมสติของตนเองได้ เบื้องต้นได้จับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทั้งคู่ว่า “เสพสุราหรือของเมาอย่างอื่นจนเป็นเหตุให้ตนประพฤติตนวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ขณะอยู่บนถนนสาธารณะหรือสาธารณสถาน” ต่อมาเมื่อผู้ก่อเหตุทั้งสองสามารถพูดจาสื่อสารรู้เรื่องทั้งคู่จึงยอมรับสารภาพว่าทั้งคู่ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวจริง พงส.สภ.เมืองพัทยาผู้รับผิดชอบจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลทั้งสองว่า “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” และดำเนินการตาม กม.ต่อไป

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/2019-11-06_19-57-22.png

พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากที่ได้ลงมาควบคุมดูแลการท่องเที่ยวในเรื่องการบูรณาราวมกันกับหน่วยงานใกล้เคียง ทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไม่ซ้ำกัน กระจายกำลังแบ่งพื้นที่ตรวจทำให้การทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนคดีชิงทรัพย์เกาหลีนั้นในการสืบสวนขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอนคาดว่ายังอยู่ในประเทศไทยสั่งกำชับตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศตามแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆเช่นภูเก็ต เชียงใหม่