เวลาเป็นสิวทีไรผู้เขียนก็อดใจไม่ได้เป็นอันต้องรีบกำจัดทันทีเมื่อมีโอกาส เพราะเวลาหัวสิวสุกมือมันก็พาลไปบีบโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าไม่อยากให้ใบหน้าของผู้เขียนต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสิวสุก ๆ พวกนั้นอีกต่อไปแล้ว และแน่นอนค่ะว่า กว่าจะผ่านกระบวนการบีบ เค้น เจ้าสิวหัวหนองนี้ออกให้หมดจดได้ต้องใช้ทั้งเวลาและน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในระดับหนึ่งเลยล่ะค่ะ ไม่ใช่แค่น้ำตาคลอเท่านั้น ยิ่งตอนที่ยังไม่รู้จักกับเจลแต้มสิว ยิ่งไม่มีโอกาสได้ปล่อยให้สิวมันยุบและแห้งไปเองตามธรรมชาติเลย ต้องบีบเท่านั้น บีบทุกเม็ดค่ะ และเป็นที่รู้กันว่าหลังจากเราบีบเจ้าสิวหัวหนองออกจนหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันก็ยังทิ้งร่องรอยอารยธรรมเอาไว้ให้เราดูต่างหน้า นั่นคือแผลสิวนั่นเองค่ะ โบ๋บ้าง ไม่โบ๋บ้างแล้วแต่ขนาดของสิว ซึ่งเราก็ต้องมไอเทมดี ๆ มาช่วยรักษาดูแลแผลสิวนั้นค่ะ ซึ่งก็คือของที่ผู้เขียนจะนำมารีวิวในวันนี้นั่นเองค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยยย

Advertisement

Advertisement

ผงพิเศษตราร่มชูชีพ ปริมาณ 3 กรัม ราคา 10 บาทภาพถ่ายโดยผู้เขียน

ภาพถ่ายโดยผู้เขียน


ผงพิเศษตัวนี้ผู้เขียนใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มัธยมปลาย เนื่องจากพี่สาวของผู้เขียนมักจะใช้ในการรักษาแผลสิวอยู่บ่อย ๆ เป็นภาพที่ผู้เขียนเห็นจนชินตา และเมื่อถึงคราวที่ผู้เขียนเริ่มเป็นสิว (ประมาณช่วง ม.4) พี่สาวก็เลยแนะนำให้ใช้ผงพิเศษตัวนี้ผสมน้ำเล็กน้อย แต้มลงบริเวณแผลสิวที่บีบหนองออกจนหมดแล้ว เหมือนที่พี่สาวของผู้เขียนทำอยู่เป็นประจำ ซึ่งมันก็ได้ผลดีทีเดียวค่ะ ตัวยานี้จะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง ทั้งแผลปกติและแผลสิวค่ะ ใช้ได้เหมือนกัน ซึ่งก่อนจะแต้มผงพิเศษเราก็ต้องทำการอาบน้ำ ล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นจึงใช้ผงพิเศษที่ผสมน้ำแล้วแต้มลงบนแผลสิว ทำอย่างนี้ทั้งเช้าและเย็นเลยค่ะ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เป็นสิว แต่มักจะเป็นอยู่บ่อย ๆ ที่ซองเขาบอกว่าก่อนนอนสามารถละลายผงพิเศษทาบาง ๆ ที่ใบหน้าเพื่อกำจัดเชื่อแบคทีเรียตัวการของสิวที่หลงเหลืออยู่ตามรูขุมขนให้หมดไปได้ เพื่อที่จะทำให้สิวจากแบคทีเรียไม่ขึ้นบนใบหน้าของเราค่ะภาพถ่ายโดยผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

ภาพถ่ายโดยผู้เขียน


ด้วยความที่เป็นซองเล็ก ๆ น่ารักกรุบกริบ ผู้เขียนก็จะใช้วิธีฉีกมุมขวาบนของซองเป็นบริเวณเล็ก ๆ เพราะตอนที่เราใช้แต้มสิวที่ขึ้นไม่กี่เม็ด มันทำให้ปริมาณที่ต้องเทออกมานั้นน้อยมาก ๆ ถ้าฉีกใหญ่ไปมันก็จะทะลักออกมามากเกินไป เสียของไปโดยเปล่าประโยชน์ค่ะ เพราะผู้เขียนเองก็ไม่ได้ใช้พอกหน้าด้วย แต้มแต่แผลสิวเท่านั้นค่ะ อีกอย่างมุมซองที่เราฉีกเล็ก ๆ ก็เพื่อจะได้ง่ายต่อการพับมุมเก็บรักษาผงพิเศษที่เหลือในซองนั่นเองค่ะ ขอบอกว่าเห็นซองเล็ก ๆ ขนาด 3 กรัมนี้ ผู้เขียนใช้ได้นานเป็นปี ๆ เลยนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้สิวไม่ค่อยขึ้นบนใบหน้าแล้วค่ะ 4-5 เดือนถึงจะขึ้นทีภาพถ่ายโดยผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

ภาพถ่ายโดยผู้เขียน


แม้ซองจะดูโบราณ ๆ หน่อย แต่กลิ่นเป็นมิตรมากค่ะ เท่าที่จำได้กลิ่นจะน้อยมาก ๆ  แต่ตอนนี้ผู้เขียนไม่ค่อยได้กลิ่นนางเลย อาจเป็นเพราะซองนี้ผู้เขียนเปิดใช้มานานหลายเดือนแล้ว แต่ขอรับประกันค่ะว่ากลิ่นไม่เหม็นแน่นอน ตัวผงที่บรรจุอยู่ภายในจะเป็นเนื้อที่ละเอียดมาก ๆ มีสีเนื้อออกเหลือง ๆ ถ้าแต้มแผลสิวแบบไม่ผสมน้ำผู้เขียนรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเกาะแผลเลยค่ะ ผ่านไปสักพักน้ำเหลืองก็ซึมออกมากลบผงพิเศษที่เราแต้มไว้ไปจนหมด จากนั้นมาก็เลยเป็นอันต้องผสมน้ำนิดหน่อยก่อนใช้ค่ะภาพโดยผู้เขียนภาพโดยผู้เขียน


จากนั้นก็โบกไปเต็มที่เลย ถ้าหน้าเราไม่ไปถูกับหมอนหรือผ้าห่ม ผงพิเศษก็จะอยู่บนแผลสิวของเราไปจนเช้าเลยค่ะ แต่ก็มีหลายครั้งที่ตื่นมาแล้วสิวยังเป็นหนองอยู่เล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็ต้องทำความสะอาดหน้าแล้วบีบมันออกมาอีกครั้ง แล้วก็โบกผงพิเศษปิดแผลไปอีกทีค่ะ ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าแผลสิวจะเริ่มแห้งค่ะ พอมันแห้งดีแล้วขั้นตอนต่อไปที่ห้ามลืมเด็ดขาดในการรักษารอยสิวก็คือ เจลแต้มรอยสิวพระเอกตัวสุดท้ายของเราในกระบวนการรักษาสิวนั่นเองค่ะ 

คะแนนความประทับใจ 9/10

สำหรับผู้อ่านท่านใดที่ชอบบีบสิวเหมือนผู้เขียนควรมีตัวช่วยดี ๆ อย่างนี้ไว้ข้างกายค่ะ ราคาถูกแต่คุณภาพคับซอง สามารถหาซื้อกันได้ง่าย ๆ ตามร้านขายยาทั่วไปใกล้บ้านท่านเลยค่าา