คนทั่วไปในคงคุ้นเคยกับ “หาดบางแสน” ในภาพที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร่ม และเตียงผ้าใบริมหาด ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา จนอาจจะจินตนาการไม่ออกว่า บางแสนในวันเงียบสงบจะเป็นอย่างไร หลายคนคงนึกภาพบางแสนแสนสะอาดไม่ได้ด้วยซ้ำ

                อันที่จริงหาดบางแสนก็ผ่านยุคสมัยมาหลายช่วง ในอดีตชลบุรีเป็นเมืองท่าสำคัญ สมัยรัชกาลที่ 4 หาดบางแสนยังเป็นทะเลร้างๆ ถิ่นที่เป็นที่นิยมของเหล่าชนชั้นสูงนักท่องเที่ยวคือ อ่างหิน หรืออ่างศิลาในปัจจุบัน ส่วนหาดบางแสนถูกเนินเขาสามมุขและแหลมแท่นขวางอยู่ เป็นทะเลร้างห่างไกลผู้คน เดินทางไปไม่ถึง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ได้รับการบันทึกไว้มีเพียงชุมชนเขาสามมุข ที่มีบ้านเรือนอยู่ 3-4 หลังเท่านั้น

                หาดบางแสนมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ช่วงปี 2486-2488 ได้สร้างบ้านพักรับรองของรัฐบาลรับรองแขกบ้านเมือง จากนั้นยังสร้างบ้านพักข้าราชการอีก 13 หลัง ทั้งตัดถนนรอบเขาสามมุข เมื่อมีถนน ความเจริญก็เดินทางมาถึง และบางแสนก็เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ

Advertisement

Advertisement

                ในช่วงสมัยที่การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวยังไม่ดีมาก สมัยยังเด็กฉันเคยไปบางแสนในช่วงที่บางแสนเป็นมีขยะล้น สกปรก เกลื่อนไปด้วยพลาสติก เศษแก้ว ขวด กระป๋อง สลับไปกับร้านค้าที่ไม่เป็นระเบียบ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของบางแสนยุคนั้นคือจักรยานที่ขี่พร้อมกันหลายคน ใครไปบาแสนต้องได้ทำลองขี่แน่ๆ แต่คนที่ชื่นชอบชายหาดสวยๆ มักไปพัทยาแทน

                กระทั่งตั้งแต่ช่วงปี 2536 เทศบาลตำบลบางแสนมีแผนพัฒนานำร่องให้เขาสามมุขเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ และพัฒนาเรื่อยมายังการจัดการหาดบางแสน ให้ผู้ประกอบการทั้งหลายค้าขายอย่างมีระเบียบ ทั้งยังดำเนินการเก็บขยะดูแลชายหาดให้สะอาดชวนท่องเที่ยว หลายเป็นหาดบางแสนที่สวยงาม พร้อมกับพัฒนาด้านสิ่งก่อสร้าง มีศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยว มีห้องน้ำสะอาด มีเสียงตามสายดูแลประชาสัมพันธ์และยังมีการดูแลเรื่องการจอดรถด้วย

Advertisement

Advertisement

                กระนั้น บางแสนที่คุ้นตาของเราคือ บางแสนที่มีร่มสีสดใสกางตลอดแนวหาด เรียงรายด้วยเตียงผ้าใบกับร้านค้า ตั้งแต่บางแสนยาวมาถึงบางแสนล่าง ช่วงหาดวอนนภาร้านค้าที่หาดบางตาลง แต่อีกฝั่งถนนก็เต็มไปด้วยร้านอาหารชวนนั่งตลอดแนว

                กระทั่งเกิดเหตุการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้เกิดโรคโควิด 19 เทศบาลตำบลแสนสุขถึงกับถึงกับประกาศปิดหาดรวมทั้งปิดถนนเส้นชายหาดทั้งหมด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค กระทั่งต้นเดือนเมษายนมีการผ่อนปรนกฎ ให้นักท่องเที่ยวใช้ถนนเลียบบางแสนได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้เข้าไปในส่วนของชายหาด

Advertisement

Advertisement

บางแสนวันนี้

                ถนนเลียบบางแสนยังไม่เปิดให้เข้า แต่ด้านถนนฝั่งหาดวอนนภานั้นเปิดทางเข้า เราสามารถเลี้ยวรถเข้าไปเส้นทางเลียบชายหาดวอนนภพาได้  ฝั่งชายหาดนั้นห้ามคนเข้า ทางเทศบาลใช้เชือกกั้นห้ามคนเข้า ดูไปคล้ายกับเขตอาชญากรรมในหนังเลยทีเดียว แต่แม้ไม่มีโอกาสลงไปสัมผัสน้ำทะเลก็ไม่ผิดหวัง เพราะภาพนั้นสวยงามกว่าบางแสนอุดมร่มริมหาดที่เราเคยเห็นมากนัก หาดสงบเงียบ ไม่มีคน ต้นมะพร้าวเป็นอิสระจากร่มและเตียงผ้าใบ เรียงเป็นแถวสวยงาม อาจถึงกับรำพึงรำพันว่า “นี่มันไมอามี่ชัดๆ!"

ป้ายห้ามเข้าหาด

                มีป้าย “ปิดชายหาดทุกกรณี” ติดประกาศเป็นระยะ ฝั่งชายหาดปลอดผู้คน อีกฝั่งของถนน(ฝั่งตรงข้ามหาด) ร้านค้าที่เรียงรายนั้นส่วนใหญ่ปิดบริการ แม้กระทั่งเซเวนเอเลเว่นที่มีอยู่หลายร้านก็ยังปิด

                กระนั้นการขับรถเลียบทะเลไปเรื่อยๆ ก็นับเป็นความสุขอย่างยิ่ง เพราะภาพชายหาดแสนสะอาด โล่งตาแบบนี้คงไม่เห็นได้ง่ายๆ ลองย้อนไปในอดีต แม้หาดอาจจะสวยบริสุทธิ์แต่ก็ไม่มีถนนเลียบหาดขับขี่สบายแบบนี้แน่ๆ

เลียบหาด

                สุดหาดวอนนภา เป็นชุมชนชาวประมง ราชการเรียกว่า "ชุมชนหาดวอนนภา" มองเห็นสะพานปลาเป็นจุดสังเกต ทางเทศบาลได้พัฒนาเป็นจุดท่องเที่ยวด้วยการสร้างลานกิจกรรม มีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก และจุดชมวิวที่สะดวกสบาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ทว่าในช่วงไวรัสระบาด จุดท่องเที่ยวนี้ยังคงปิดอยู่ แต่ที่ยังมีชีวิตชีวาอยู่ก็เป็นกลุ่มชาวบ้านที่กำลังช่วยกันดึงปลาออกจากแห บางส่วนล้อมวงคุยกัน และมีอีกสองคนที่วางปลาขายอยู่ที่ริมทาง

ชาวประมง

             
ชาวประมงเรือประมงริมหาด

จุดตรงนี้ไม่ชาวประมงยังคงใช้ชีวิตปกติ เมื่อเรือกลับจากหาปลาก็ขึ้นฝั่ง นำปลาออกมาขาย แม้นักท่องเที่ยวจะลดลงมาก แต่ยังมีชาวชุมชนคนแถวนี้มาซื้อของสดๆ จากทะเลอยู่

 

สะพานปลา

น้ำลดและเรือประมงน้ำกำลังลง เห็นทะเลไกลออกไป  มีเรือจอดเกยหาดอยู่หลายลำ บรรยากาศสวยงามน่าตื่นตามาก ชีวิตชีวาของชาวท้องถิ่นยังคงดำเนินไปเช่นเคย

เลยสะพานปลาไป สุดของสุดหาด มีร้านของชำเล็กๆ หนึ่งร้าน มีข้าวของจำเป็นอาทิ น้ำ ขนม  ที่เป็นจุดซื้อของของชาวประมง  ทั้งมีอาหารตามสั่งด้วย เป็นร้านอาหารริมทะเลแห่งเดียวของหาดบางแสนที่ยังเปิดอยู่ อาหารตามสั่งง่ายๆ ที่มีปลาหมึกสดจากทะเลให้กิน

แม้จะเงียบเหงาเหลือเกินที่หาดบางแสน

แต่ชีวิตก็ยังดำเนินกันต่อไป และเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เราคงมี “New Normal” สำหรับใช้ชีวิตในโลกที่ยังไว้ใจไวรัสไม่ได้

แต่ไวรัสในครั้งนี้ก็พิสูจน์ให้เราได้เห็นว่าธรรมชาติของเรา -บางแสนของเรา ถ้าไม่มีคนสักคนทำให้มันสกปรก ถ้าเราช่วยกันดูแล บางแสนของเราก็สวยงามมากๆ อย่างที่ไม่แพ้ที่ไหนในโลกเลยทีเดียว
               


เครดิตภาพ ภาพถ่ายทั้งหมดโดย ลิปสติกสีลิลิธ