ที่จ.ชลบุรี จากพลเมืองดี กลายเป็นพลเมืองเลว หลังถูกโพสต์ลงเพจชื่อดัง รีดเงินผู้เสียหายโอนเงิน 2,000 บาทค่าน้ำมันรถไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเป็นพยานคลิป “หนุ่มเตะกระเป๋าเงิน” ยืนยัน อยากช่วยแค่แจ้งเบาะแสไม่ได้เรียกร้องเงิน

ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้
เพิ่มเพื่อน

พลเมืองดีอยากแจ้งเบาะแสคลิปฉาวเตะกระเป๋าเงิน สุดท้ายซวยเอง!!

จากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Aileen Bualakorn Phang” โดยภายในคลิปเผยให้เห็นสามีของตนกำลังลากกระเป๋าเดินทาง แต่พลาดทำกระเป๋าเงินตกพื้นขณะยืนต่อแถวเพื่อที่จะแลกเงินที่บริเวณซุปเปอร์ริช(สีส้ม) สาขาสุวรรณภูมิ จู่ๆมีชายที่ยืนข้างหน้าเห็นจึงเตะกระเป๋าเงินที่ตกอยู่ได้ก้มลงไปหยิบ จากนั้นรีบเดินหลบหนีไป  “สามีกับเราไปยืนรอแลกเงินที่ซุปเปอร์ริชสีส้ม สนามบินสุวรรณภูมิ (ชั้นเดียวกับแอร์พอร์ทลิ้ง) ผู้ชายคนนี้ยืนอยู่ข้างหน้า พอแฟนเราลากกระเป๋าไป กระเป๋าเงินเราได้กระเด็นหล่นลงพื้น แล้วผู้ชายคนที่สะพายเป้สีแดงนี้ก็หันกลับแล้วใช้เท้าเตะออกไปเลยคนเราสมัยนี้จิตใจสกปรกจริงๆ ผิดที่เราสะเพร่าไม่ระวัง แต่ต่อหน้าต่อตาคนมากมายคุณก็ไม่อายที่จะทำผิด เพียงแค่อยากได้ของคนอื่น”

Advertisement

Advertisement

พลเมืองดีอยากแจ้งเบาะแสคลิปฉาวเตะกระเป๋าเงิน สุดท้ายซวยเอง!!

ล่าสุดทางผู้เสียหายได้มีการโพสต์ในเพจชื่อดังในถึงเรื่องดังกล่าวโดยระบุอีกว่ามีพลเมืองเลวได้มีคนแจ้งเบาะแสให้ผู้เสียหายโอนเงิน 2,000 ค่าน้ำมันรถไปสนามบินสุวรรณภูมิแล้วไม่คืนเงิน  อ้างไม่พอใจผู้เสียหายที่ข่มขู่ว่าให้รีบไปให้ข้อมูลกับตำรวจไม่งั้นจะออกหมายจับ

พลเมืองดีอยากแจ้งเบาะแสคลิปฉาวเตะกระเป๋าเงิน สุดท้ายซวยเอง!!

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังคนที่ถูกระบุว่าเป็นพลเมืองเลวที่แจ้งเบาะแสคนร้ายที่เอากระเป๋าไป ทราบชื่อนาย วัฒ นามสมมุติ โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าสำหรับเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ตนเห็นโพสต์ดังกล่าวจึงแจ้งทางผู้เสียหายว่ารู้จักผู้ก่อเหตุจะหาชื่อให้จากนั้นได้หาชื่อผู้ก่อเหตุจนส่งชื่อจริงนามสกุลไปแต่เมื่อส่งไปให้ผู้เสียหายแล้ว ทางผู้เสียหายได้ขอให้ไปช่วยให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงพักเจ้าของพื้นที่ ซึ่งตนอยู่ที่พัทยา ทางผู้เสียหายจึงบอกให้ค่ารถจำนวน 2000 ในการเดินทาง

Advertisement

Advertisement

พลเมืองดีอยากแจ้งเบาะแสคลิปฉาวเตะกระเป๋าเงิน สุดท้ายซวยเอง!!

โดยมีการโอนมาก่อนเบื้องต้นจำนวน 300 บาท จากนั้นระหว่างเดินทางก็โอนมาอีก 1,700 บาท รวม 2,000 บาท ส่วนตนก็ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทางผู้เสียหายให้มา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับสายแจ้งว่าจะประสานพนักงานสอบสวนอีกทีหนึ่ง ตนก็แวะกินข้าวใกล้ๆแต่ทางผู้เสียหายก็โทรเร่งและมีบางคำข่มขู่ว่าถ้าไม่ไปให้ปากคำจะแจ้งความถึงการหลอกเอาเงินไป จนตนรำคาญก็บล็อคข้อความ

พลเมืองดีอยากแจ้งเบาะแสคลิปฉาวเตะกระเป๋าเงิน สุดท้ายซวยเอง!!

ทางผู้เสียหายก็ไปทักเพื่อนในเฟสบุ๊คแล้วให้ตนติดต่อกลับแต่เมื่อตนทราบก็เข้าไปคุยซึ่งทางผู้เสียหายพูดไม่ดีตนจึงตัดสินใจไม่เข้าให้ปากคำพร้อมขอเบอร์บัญชีเพื่อโอนเงินกลับ โดยผู้เสียหายได้ทักตลอดพร้อมข่มขู่ตนจึงไม่โอนเงินกลับจนทราบต่อมามีการนำตนไปโพสต์ในเพจชื่อดัง ตนจึงเข้าไปอ่านโดยมีคนว่าตนต่างๆนานาตนจึงเข้าชี้แจงและต้องการคำขอโทษจากผู้เสียหายและพร้อมโอนเงินคืนทันที ซึ่งเจตนาของตนคือแจ้งเบาะแสคนร้ายแจ้งชื่อแล้วแค่ทางผู้เสียหายอยากให้ตนเป็นพยานเพิ่มเติมและยินดีให้ค่าน้ำมันรถตนก็เดินทางไปแต่กลับใช้คำพูดที่ไม่ดีกับตนทั้งๆที่ตนแค่แจ้งเบาะแสไม่ได้เรียกร้องเงินแต่อย่างใด

Advertisement

Advertisement

ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้
เพิ่มเพื่อน