บรรยากาศยามเย็นริมทะเลและเสียงลมพัดคลื่นกระทบฝั่ง ทำให้ผมรู้สึกเพลิดเพลินจนไม่อยากลุกจากม้านั่งที่วางเรียงไว้ตามชายฝั่ง ให้ผู้คนในหมู่บ้านได้มานั่งผ่อนคลายกันตอนเย็นๆ ดูเหมือนหมู่บ้านแห่งนี้จะไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่มากนักเพราะไม่ค่อยเห็นมีคนมานั่งเล่นเท่าไร มีเพียงอาม่าอากงสองคนมายืนออกกำลังกายสักพักก็กลับเข้าบ้านไป ด้วยผมมีธุระแถวนี้จึงได้มาขอพักบ้านเพื่อนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้สองสามวัน และเพื่อนก็เต็มใจให้ผมเข้ามาพักด้วยความยินดี ตัวผมเองก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสมาเที่ยวทะเลเท่าไรนัก พอมาถึงผมก็มานั่งเล่นริมทะเลจนเพลินไปกับวิทิวทัศน์ที่ยิ่งดูยิ่งสบายตา บ้านแต่ละหลังในหมู่บ้านแห่งนี้ดูแล้วน่าจะเป็นบ้านคนมีฐานะดี เพราะแต่ละหลังช่างใหญ่โตและสวยงาม แต่ก็มีบ้านหลังหนึ่งอยู่ติดกับริมทะเลที่ดูแล้วทรุดโทรมกว่าบ้านหลังอื่น และผมก็เห็นชายหญิงวัยกลางคนเดินไปเดินมาในบ้านสองสามคน ก็พยายามมองว่าเขาทำอะไรกันจนท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วก็ยังไม่ยอมเปิดไฟในบ้านเพื่อให้แสงสว่าง แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะอารมณ์ยังเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่นานๆที จะได้มาสัมผัส

Advertisement

Advertisement

บ้านร้างริมทะเล


          พอท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้วเริ่มมองอะไรไม่ค่อยเห็นผมจึงเดินกลับมาที่บ้านเพื่อน แล้วมานั่งคุยกันตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน ผมกับเพื่อนคุยกันไม่นานมากนักเพื่อนก็ขอตัวไปอาบน้ำนอนเพราะต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า ผมเองก็รู้สึกเพลียเหมือนกันที่ขับรถมาทั้งวัน วันรุ่งขึ้นผมก็รีบตื่นแต่เช้าไปทำธุระแล้วรีบกลับมาที่บ้านเพื่อนเพราะติดใจในบรรยากาศริมทะเลจึงรีบกลับมาเพื่อที่จะไปนั่งเล่นริมทะเลเหมือนเดิม และวันนี้ผมซื้อเบ็ดตกปลามาด้วย วางแผนไว้ว่าจะมานั่งตกปลาทะเลเล่นเพลินๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านเวลาเกือบห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาที่อากาศกำลังดี ผมก็เดินถือคันเบ็ดตรงไปที่ทะเลทันที ผมพยายามเดินหาทำเลเหมาะๆ สำหรับนั่งตกปลาจนเดินเข้าไปใกล้บ้านหลังใหญ่ที่อยู่ใกล้ริมฝั่งทะเลอโดยไม่รู้ตัว ก็เจอทำเลเหมาะๆ สำหรับตกปลาแล้วผมก็เหวี่ยงเบ็ดลงไปในทะเลทันที ผมนั่งตกจนฟ้าเริ่มมืดก็ยังไม่มีวี่แววว่าปลากจะมาติดเบ็ดแต่ก็ยังนั่งตกไปเรื่อยๆ ขณะที่นั่งตกปลาอยู่นั้นผมก็ได้ยินเสียงคนคุยกันเสียงดังออกมาจากบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ติดริมทะเล จึงหันไปมองก็เห็นเหมือนคนกำลังยืนทะเลาะกันอยู่ในบ้านสักพักก็เงียบไป ผมเริ่มรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีอะไรแปลกๆ เพราะปกติเวลามีคนอยู่ในบ้านก็น่าจะเปิดไฟบ้าง และผมก็ได้ยินเสียงคนคุยเสียงดังอยู่ในบ้าน เห็นเงาคนเดินไปเดินมาในบ้านเป็นระยะ จนมืดมากแล้วปลาไม่ติดเบ็ดสักทีผมจึงถอดใจเก็บเบ็ดแล้วเดินกลับบ้าน แต่ด้วยความสงสัยจึงลองเดินผ่านไปใกล้ๆ  พอยิ่งเข้ามาใกล้ๆ บ้านหลังนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจเพราะสภาพบ้านก็ไม่น่าจะมีคนอยู่ ทั้งทรุดโทรม ทั้งหน้าต่างประตูก็ดูเหมือนจะพัง ทางเดินเข้าบ้านก็ดูรกมีต้นหญ้าขึ้นเต็มจนแทบมองไม่เห็นทางเข้า แถมยังปิดไฟอยู่กันมืดๆ ทั้งที่เพิ่งจะหัวค่ำอยู่ ผมพยายามชะโงกมองไปทางช่องหน้าต่างด้วยความสอดรู้สอดเห็น ก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีร่างผู้ชายโผล่มายืนตรงหน้าต่างแต่มองเห็นหน้าไม่ชัดเนื่องจากมืดมาก ผม่จึงรีบเดินจ้ำกลับไปที่บ้านเพื่อน

Advertisement

Advertisement


          เมื่อเดินมาถึงบ้านเพื่อนก็เห็นเพื่อนนั่งดูทีวีรออยู่ผมก็ทักทายเพื่อนตามปกติ และก็พูดคุยกันเรื่อยเปื่อย นพเพื่อนของผมก็เล่าเรื่องของหมู่บ้านนี้ให้ฟังว่า ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกคนรวยซึ่งก็ตรงกับที่ผมคิด แล้วนพก็หลุดพูดขึันมาว่า " เห็นจะมีก็แต่บ้านหลังที่อยู่ติดริมทะเลนั่นแหล่ะที่เป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่ " พอได้ยินดังนั้นผมก็ร้อง ฮ๊ะ!!! ขึ้นมาทันที แล้วถามนพกลับไปว่า " เมื่อกี้มึงบอกว่าบ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่หรอ " นพก็ตอบกลับมาว่า " ก็ใช่นะสิ มึงไม่เห็นสภาพหรอโทรมแบบนั้นจะมีคนอยู่ได้ยังไง " ผมก็ตอ่บกลับไปอีกว่า " อ้าว ก็เมื่อวานกับวันนี้กูยังเห็นมีคนยืนคุยกันอยู่ในบ้านอยู่เรย วันนี้ก็ได้ยินเสียงคุยกันซะดังเรย " เพื่อนก็มองหน้าผมแล้วพูดว่า " มึงพูดจริงหรอว่ะ บ้านหลังนั้นมันล้างมาเป็นสิบๆ ปีแล้วนะตั้งแต่ก่อนกูมาอยู่อีก กูยังไม่เคยเห็นมีใครเดินเข้าไปเรย ทางเข้าบ้านก็รกไปหมด งูก็เยอะ " ผมก็ตอบกลับไปอีกว่า " กูเห็นจริงๆ วันนี้ตอนเดินกลับมากูลองเดินเข้าไปใกล้ๆ ยังเห็นมีลุงมายืนดูตรงหน้าต่างเลย " นพก็ตอบกลับมาว่า " กูว่ามึงน่าจะตาฝาดนะเพราะบ้านหลังนั้นมันไม่มีใครอยู่จริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ากูจะพามึงไปดูว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ " หลังจากนั้นผมกับนพก็แยกย้ายกันอาบน้ำนอน 


          เช้าวันรุ่ง่ขึ้นนพก็พาผมขับรถวนไปดูใกล้ๆ บ้านหลังนั้นว่าสภาพบ้านที่ทรุดโทรมขนาดนี้ไม่มีคนอยู่แน่นอน ซึ่งพอผมเห็นแบบชัดเจนแล้วก็ไม่น่าจะมีคนอยู่จริงๆ ก็หันมาพูดกับนพว่า " แต่กูเห็นมีคนอยู่ในบ้านจริงๆ นะ ตั้งแต่วันที่กูมาถึง แล้วยังมีเสียงคนคุยกันเสียงดังอีกด้วย " แต่นพก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ด้วยความที่ผมยังอดสงสัยไม่ได้ ระหว่างที่กำลังขับรถออกไปทำธุระผมจึงแวะที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้วถามลุง รปภ. ถึงเรื่องบ้านหลังที่อยู่ติดริมทะเล ก็ได้คำตอบจากลุง รปภ. ว่าบ้านหลังนั้นร้างมาเป็บสิบปีแล้ว เมื่อก่อนแถวนี้ยังไม่เจริญ มีโจรมาปล้นบ้านแล้วฆ่าคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นตายยกครัว ส่วนญาติของครอบครัวนี้ก็อยู่ที่กรุงเทพ ได้ประกาศขายบ้านตั้งแต่ตอนนั้นแต่ก็ยังขายไม่ได้ จึงทำให้ร้างและทรุดโทรมมาจนจึงทุกวันนี้  เมื่อผมได้ยินดังนั้นผมก็ไม่ไปนั่งเล่นริมทะเลอีกเลยและสิ่งที่ผมเห็นก็คงเป็นวิญญาณของเจ้าของบ้านที่โดนฆ่าตายแน่ๆ ..............................