พูดถึงศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย ทุกปีที่มีการไหว้เทศกาลตรุษจีนของที่บ้าน จะมีการเปลี่ยนตุ้กตาในศาลทั้งหมด ย้อนกลับไปสมัยเด็ก เราเป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบเล่นตุ้กตาอยู่แล้ว ก็จะเอาไปหยิบมาเล่นบ่อยๆ พอเล่นเสร็จบางทีเราก็ลืมเก็บเข้าที่คืน ของที่เราชอบเอามาเล่น จะมีตุ้กตาช้าง ม้า และนางรำ บ้านย่าเป็นบ้านไม้2ชั้น เป็นบ้านสมัยโบราณที่มีระแนงไม้เปิดปิดดูได้ว่ามีใครมาหา มีอยู่คืนนึงช่วงประมาณตี4ลุกมาเข้าห้องน้ำ เราได้ยินเสียงแมวขู่อยู่หน้าบ้าน เราเลยเปิดระเเนงดู เห็นเงาเป็นเหมือนหมาแต่ยืนนิ่งๆอยู่ เราก็เรียก “ไอ้เบิร์ด” ชื่อหมาที่เราเลี้ยงไว้ แล้วมันก็วิ่งมาซึ่งไม่ใช่ตัวที่ยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยความง่วงจึงกลับไปนอน เช้ามาอาบน้ำแต่งตัวจะไปโรงเรียน เราก็เดินไปดูตรงที่เราเห็นเงาคล้ายหมา สิ่งที่เจอคือตุ้กตาม้า เราเล่นไว้แล้วไม่ได้เก็บคืน ก็เดินเอาไปเก็บ ตอนนั้นไม่ได้กลัวอะไร คิดว่าไม่มีอะไรหรอก พอหยุดเสาร์อาทิตย์เราก็เอามาเล่นอีก แต่รอบนี้เราเอามาเล่นในบ้าน เอามาแค่ตุ้กตานางรำ เช้ามืดวันจันทร์ ย่าเราจะตื่นทำกับข้าวตั้งแต่ตี5 ด้วยที่บ้านอยู่ไกลโรงเรียน และต้องนั่งรถรับส่งเป็นบ้านแรกที่รถผ่าน ต้องออกไปรอรถตอน6.30น. ย่าก็เริ่มปลุกเราคนแรกเพราะพี่คนโต พอเราลุกขึ้นเราเห็นเงาคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้นอกมุ้งไม่ไกลจากมุ้งมากนัก เห็นเป็นคนนุ้งผ้าถุง บนหัวมีหมวกเเหลม ด้วยที่มองผ่านมุ้ง ก็ไม่ชัดขนาดเห็นหน้า เราคิดว่าย่า เพราะย่าใส่ผ้าถุงเหมือนกัน เราก็เรียก“ย่า มานั่งทำไรตรงนี้” เรียกอยู่พักนึง ย่าก็ตะโกนมาจากข้างล่างว่า “ลุกได้เเล้วลูก เดี๋ยวไปไม่ทันรถ” ตอนนั้นเราตกใจใจตกไปที่ตาตุ่ม กลั้นใจเปิดมุ้งออกมา บนเก้าอี้ไม่มีใครนั่งอยู่เลย ตอนนั้นคิดว่าตาฝาด พอคืนที่สอง เราเอาเก้าอี้ไม้ย้ายไปที่หัวบรรไดก่อนจะนอน คืนนี้เราก็ตื่นเองเพราะปวดฉี่ พอตื่นมาย่าก็ไม่อยู่แล้วแกลุกขึ้นไปทำกับข้าวเหมือนปกติ เราเลยตื่นจะอาบน้ำ เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวทั้งที่ยังง่วงอยู่เดินจะถึงบรรได เราเห็นเงาเหมือนเดิม แต่รอบนี้เราอยู่นอกมุ้ง แสงไฟจากชั้นล่างส่องมาพอเห็นเป็นรูปร่างที่ชัดมากขึ้น เราหรี่ตาเพ่งเพราะคิดว่าเป็นคนแน่ๆ ต้องใช่ย่าเพราะเห็นผ้าถุงชัดเจน เราก็เรียก “ย่าๆ” ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่ที่น่าตกใจคือเสียงย่ากำลังทำกับข้าวเสียงตะหลิวกับกะทะกำลังกระทบกันอยู่ข้างล่าง ตอนนั้นคือวิ่งเข้ามุ้งพร้อมกับปลุกน้องชายที่นอนอยู่อีกมุ้งนึง พอมองออกไปเราเห็นเงานั้นมายืนอยู่หน้ามุ้ง ด้วยความที่ปวดฉี่บวกกับความกลัว เราเลยฉี่ราดในที่นอน ตะโกนเรียก “ย่าช่วยด้วยมีคนอยู่บนบ้าน” เรียกจากชั้นบนกว่าย่าจะขึ้นมา ย่าบอกได้ยินแล้วกำลังเดินขึ้นมาแต่สำหรับเราตอนนั้นมันนานมากที่ต้องเผชิญหน้ากับเงานั้น พอย่ามาเปิดไฟ ย่าก็หาว่าเราฉี่รดที่นอนเลยแต่งเรื่องขึ้นมา ก็ไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน เราก็ยังไม่เอะใจ เย็นนั้นกลับมาเราก็ป่วย มีไข้ ปวดหัวตั้งแต่ที่โรงเรียน มาเป็นหนักช่วงหัวค่ำ แล้วคืนนั้นเราก็ฝันถึงนางรำ มันน่ากลัวมาก ในความฝันเค้ามายืนอยู่ตรงชั้นล่างใต้บรรได พอเช้าเราก็เล่าให้ย่าฟัง พร้อมกับพาย่ามาที่ใต้บรรได สิ่งที่เราเห็นคือตุ้กตานางรำ เราเอามาเล่นแล้วคงทำหล่นไว้จนลืมเอาไปเก็บ หลังจากย่ารู้ ย่าให้เราเอาไปคืนพร้อมกับจุดธูปให้ไหว้ขอขมา พอตกเย็นอาการป่วยของเราก็หายเป็นปลิดทิ้ง นับจากนั้นจนถึงปัจุบัน เราเจอศาลที่ไหนจะยกมือไหว้ตลอด ไม่กล้าที่จะเอามาเล่นอีกเลย เราเพิ่งรู้ว่าตุ้กตาทุกตัวในศาลมีวิญญานอยู่จริงๆ ... 

Advertisement

Advertisement