โทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีประจำวันของชีวิตมนุษย์ไปเสียแล้ว

และบางทีอาจเป็นวิถีประจำวันส่วนหนึ่งของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยก็ได้ ...

 

ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่สนิทกันเป็นอย่างมาก เรามักจะแชร์ประสบการณ์และความคิดต่อกันและกันเสมอ

เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยภายในภาคกลางแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับอยู่แล้ว

ประกอบกับเธอเองก็มีประสบการณ์การเจอสิ่งลี้ลับมาพอสมควร

แต่เธอก็ไม่เคยเล่าเรื่องใด ๆ ให้ฉันฟัง เพราะเธอไม่เจอสิ่งลี้ลับมานานแล้ว

 

เช้าวันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมา และพบข้อความยาวเป็นหางว่าวจากเธอ

เธอเล่าว่า ................

เมื่อคืนนี้เพื่อนร่วมห้องของเธอออกไปเที่ยวผับบาร์ตามประสาเด็กวัยมหาวิทยาลัย จึงไม่ได้นอนที่ห้องด้วย

เตียงของเธออยู่ตรงข้ามกับประตูห้องพักพอดี ห้องพักหญิงล้วนของเธอมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก เพราะเป็นหอในมหาวิทยาลัยที่ราคาค่อนข้างถูก

Advertisement

Advertisement

เธอนั่งหาอะไรทำและเล่นโทรศัพท์มือถือไปเรื่อย ๆ ฆ่าเวลา รอเวลาที่จะง่วงนอนและหลับใหล

แต่จู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น 

"ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง"

เธอสะดุ้งเพราะเสียงเคาะประตู แต่คิดว่าเพื่อนร่วมห้องอาจจะกลับมาเอาของ

แม้เธอจะแปลกใจว่าเพื่อนจะเคาะประตูเพื่ออะไร แต่เธอก็รีบไปเปิดประตูก่อน เพราะกลัวเพื่อนจะรอ

เธอแง้มประตูดูก่อนเพียงเล็กน้อย เพื่อความปลอดภัย 

ซึ่งเธอสบายใจได้ว่าปลอดภัยจากโจรหรือมนุษย์ด้วยกันอย่างแน่นอน เพราะเธอไม่เห็นใครอยู่หน้าประตูเลย ...

เธอกลับมานั่งกึ่งนอนที่เตียงเช่นเดิม พร้อมกับความแปลกใจ เธอพยายามคิดว่าอาจมีคนเล่นพิเรนทร์เฉย ๆ จึงปล่อยไป

แต่ยังเบาใจได้ไม่ถึงนาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง"

เธอเริ่มกล้า ๆ กลัว ๆ ในการที่จะเปิด แต่เธอก็พยายามลากตัวเองไปหน้าประตูก่อน เผื่อจะเป็นเพื่อนร่วมห้องของเธอจริง ๆ 

Advertisement

Advertisement

เธอชั่งใจอยู่นานสองนาน และตัดสินใจดูว่าใครยืนอยู่ที่หน้าประตูตรงช่องตาแมว

เป็นอีกคร้งที่ไม่เห็นใครเลย ....................

เธอรีบวิ่งกลับมาที่เตียง และไม่ละสายตาไปจากประตูบานนั้น

เพียงชั่วอึดใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีก แต่ครั้งนี้มันดังติดต่อกันยาวนานเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

"ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง"

เธอนอนคลุมโปงด้วยความกลัวอย่างถึงขีดสุด จนกระทั่งเสียงเคาะประตูเงียบไป

 

"กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง"

เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น ! เธอสบถออกมาด้วยถ้อยคำหยาบคายมากมาย เพราะความตกใจ

แต่เธอไม่ได้ตั้งเวลาปลุกเวลานี้ไว้นะ ... เธอตั้งเวลาปลุกไว้ตอนเช้า เพราะเป็นเวลาเรียนตามตารางเรียนของเธอ 

Advertisement

Advertisement

แล้วเหตุใดกัน เสียงนาฬิกาปลุกถึงดังในเวลายามวิกาลจะเที่ยงคืนกว่าเช่นนี้ ....................

เธอรีบคว้าโทรศัพท์ที่เสียงดังออกมาปิดการปลุก และเข้าหน้าแอพนาฬิกาปลุกเพื่อปิดการปลุกทุก ๆ อย่าง เพราะกลัวมันจะส่งเสียงโดยไร้สาเหตุอีกครั้ง

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพียงเวลาไม่ถึงสิบนาที ขณะที่เธอยังขวัญเสียอยู่มาก

"กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง"

เธอเริ่มกล้า ๆ กลัว ๆ ในการจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์นั้น แต่สุดท้ายด้วยความที่ทนฟังเสียงปลุกไม่ได้อีกต่อไป

เธอใจแข็งคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา และกดปิดเครื่องมันไป พร้อมกับโยนไปไว้บนพื้นปลายเตียง เพราะไม่อยากเห็นมันอีกในเวลานี้

เธอนั่งมองโทรศัพท์ด้วยหัวใจที่เต้นแรงมาก เพราะถ้าครั้งนี้มันยังดังขึ้นอีก เธอก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตคืนนี้ในห้องนี้ได้อย่างไรแล้ว ...

"กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง"

มันดังขึ้นอีกครั้ง ! .. ครั้งนี้เธอตัดสินใจวิ่งออกไปจากห้องของเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่โทรศัพท์ดังขึ้นมา 

 

เธอลงไปหาคุณป้าเฝ้าหอข้างล่าง และนั่งอยู่ตรงโต๊ะใกล้ ๆ คุณป้าอย่างขวัญผวา

พร้อมบอกคุณป้าว่าขอนอนที่นี่ในคืนนี้ 

คุณป้ายามดูไม่แปลกใจอะไร ไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ

เสมือนเป็นเรื่องปกติที่เคยเกิดขึ้นในหอพกแห่งนี้ และตอบตกลงให้เธอนอนตรงนั้นในคืนนี้

แต่สุดท้ายพอมีสติมากขึ้น เธอก็โทรหาเพื่อนคนอื่น ๆ และขอนอนด้วยในคืนนี้ ซึ่งโชคดีที่เพื่อนเธอยังไม่นอน และจะเดินมารับไปนอนด้วย

คุณป้าก็ใจดีอยู่ใกล้เธอไม่ห่างไปไหนตลอดเวลา จนกระทั่งเพื่อนเดินมาหาเธอถึงที่ และพาเธอไปนอนยังหอนอกที่ไกลออกไป

 

แม้เธอจะมีที่นอนใหม่ในคืนนี้ แต่ก็เป็นคืนที่เธอนอนไม่หลับเอาเสียเลย จวบจนเช้า 

ณ เวลานั้นที่เธอส่งข้อความยาวเป็นหางว่าวมาหาฉัน เธอก็ยังคงไม่ได้นอนเลย เพราะขวัญผวาทั้งคืน

ฉันที่เป็นคนอ่านก็พลอยขวัญผวาไปด้วย และได้แต่ภาวนาให้ชีวิตมหาวิทยาลัยของตนเองไม่เจอแบบเพื่อนก็แล้วกัน ...

 

....................................................................................