เขาคิชฌกูฏ เป็นการแสวงบุญที่รู้จักกันดีในเรื่องของการต้องเดินขึ้นเขาเพื่อไปขอพร ในช่วงทุกๆ ต้นปีจะมีงานเปิดเขาให้ผู้แสวงบุญได้ขึ้นไปขอพร เรื่องขอพรนั้นเป็นของคู่กันกับคนไทยที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเรามาแต่ช้านาน ดังนั้นพอถึงเวลากำหนดเปิดงานจะมีผู้มาแสวงบุญกันอย่างคับคั่ง วันนี้ผมจะมานำเสนอการขึ้นเขาคิชฌกูฏในเวลากลางคืน ที่แสนจะเย็นสบายไม่ร้อนแถมวิวดีไม่แพ้กลางวันเลยครับ 

รอยพระพุทธบาท

  งานนัสการรอยพระพุทธบาทพลวงบนเขาคิชฌกูฏ นั้นเป็นประเพณีศักดิ์สิทธ์ที่คนไทยเคารพนับถืออย่างมาก ทุกปีจะเปิดขึ้นให้ได้มาแสวงบุญกัน 3 เดือนเท่านั้น ส่วนสถานที่จัดงานจะมี 2 วัดที่มีบริการรถรับส่งขึ้นเขา วัดแรกก็คือวัดพลวงคนจะเยอะมากครับเพราะเป็นวัดต้นทางขึ้น อีกวัดก็คือวัดกระทิงโดยรวมแล้วคนก็เยอะแต่ไม่เท่าวัดพลวงครับ  ใครชอบแบบไหนเลือกตามสบายเลยครับมาถึงวัดก็ซื้อตั๋วขึ้นรถกันเลย ตัวผมมาถึงประมาณ 3 ทุ่มขึ้นรถที่วัดกระทิงเพราะคนไม่เยอะเท่าไร ค่าตั๋วรถคนละ 200 บาทรวมขึ้นลง พอรถมาส่งเราข้างบนเราก็ต้องเดินเท้าขึ้นเขาเพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทและขอพร บอกเลยว่าเหนื่อยมากคับกว่าจะถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาถึงได้เห็นความสวยงดงามข้างบนความเหนื่อยก็หายไปเองครับ จากนั้นเราก็เข้าขอพรกันได้เลย

Advertisement

Advertisement

มุมนี้สวยไม่เบาครับมองจากจุดชมวิวสวยมาก

  ขอพรเสร็จเดินมาถึงจุดชมวิวก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน แวะถ่ายรูปตรงจุดชมวิวมองลงมาจะเห็นตรงที่ขอพรสวยมากครับ อากาศไม่ร้อนแถมเรายังเห็นวิวสวยๆ ในยามกลางคืนเป็นอะไรที่อิ่มบุญอิ่มใจมาก พักให้หายเหนื่อยแล้วเราก็เดินต่อไปจุดไฮไลท์สุดท้ายก็คือจุดผ้าแดง เป็นจุดสุดท้ายที่เราต้องไปเขียนพรที่จะขอใส่ลงในผ้าแดง แล้วนำไปผูกกับต้นไม้ก็ถือว่าเป็นอันขอพรเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นก็เดินทางกลับลงมาเวลาเกือบตี 3 สำหรับงานนม้สการรอยพระพุทธบาทมีตั้งแต่ 25 มกราคม - 24 มีนาคม 2563 สำหรับใครที่ยังไม่เคยมาช่วงกลางคืนผมแนะนำเลยครับ วิวสวยมากครับอากาศเย็นสบายเดินชิลๆ แนะนำให้พกน้ำดื่มกับอาหารขึ้นไปกินด้วยนะข้างบนเขาไม่มีขาย  

Advertisement

Advertisement

จุดสุดท้ายพิชิตผ้าแดงเครดิตภาพผู้เขียน