ฉะเชิงเทรา – แย่งน้ำทำนา ชาวบ้านรอยต่อ 4 อำเภอหวิดยิงกันดับที่แปดริ้ว ขณะผู้นำชุมชนพร้อมด้วยหน่วยงานชลประทานในพื้นที่ รุดเข้าเจราจาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนจนสถานการณ์คลี่คลาย สุดท้ายทั้งสองฝ่ายอ้างบอกแค่ตะโกนส่งเสียงคุยกันดังข้ามทุ่งเท่านั้น ไม่ได้มีการเตรียมก่อเหตุทะเลาะวิวาทแย่งน้ำเติมลงนากันแต่อย่างใด

 

วันที่ 21 ม.ค. 63 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ ไปยังที่บริเวณบนสะพานข้ามปากคลองจม หรือคลองระบายน้ำ ร-1 ท่าเรือ ของกรมชลประทาน ที่เชื่อมต่อระบายน้ำในช่วงฤดูฝนจากคลองบึงกระจับ ในเขตพื้นที่ ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผ่านมายังพื้นที่ ม.5 ต.เมืองใหม่ อ.ราชสาส์น มาลงสู่คลองท่าเรือ ในพื้นที่ ม.2 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว ก่อนเข้าสู่พื้นที่ ต.เสม็ดเหนือ ต.ท่าทองหลาง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

Advertisement

Advertisement

คลองจม

หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่า ชาวบ้านทางตอนบนริมคลองจม กำลังจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวริมคลองท่าเรือ ซึ่งอยู่ทางตอนล่าง จนถึงขั้นมีการท้าทายที่จะใช้อาวุธปืนยิงกันในทุ่งนาเพื่อแย่งชิงกันสูบน้ำเข้าสู่แปลงนาข้าว หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมานั้น ได้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งได้นำรถแบคโฮเข้ามาขุดดินตั้งคันสร้างเป็นทำนบ

ปิดทางน้ำ

ปิดกั้นปากคลองจม เพื่อไม่ให้น้ำจากดโครงการชลประทานที่ไหลมาจากฝายคลองท่าลาด พื้นที่ทางตอนบนให้ไหลลงไปยังในคลองท่าเรือพื้นที่ทางตอนล่าง จนทำให้เกิดการโต้เถียงแย่งชิงน้ำกันในการทำนา ก่อนที่ในวันนี้จะมีกลุ่มผู้นำชุมชน ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรีสมยศ อินทร์สุวรรณ นายก อบต.ท่าทองหลาง นายชัยพร อุไร นายก อบต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า นางขวัญเรือน วิหกเหิร ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.เมืองใหม่ อ.ราชสาส์น นายทองหล่อ เฉยสวัสดิ์ ประธานกลุ่มบริหารการใช้น้ำเสม็ดเหนือ-ท่าเรือ

Advertisement

Advertisement

ผู้นำชุมชนลงเจรจา

พร้อมด้วยชาวบ้านจากทั้งสองฝ่าย โดยมี นายชญาน์ทัต สิทธิวิชชาพร หัวหน้าฝ่ายโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 คลองท่าลาด (สบ.3) มาร่วมเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านทั้งสองฝ่ายรวม 4 อำเภอ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข หลังการพูดคุยเจรจาจนมีความเข้าใจระหว่างกัน ชาวบ้านทั้ง 2 กลุ่ม ที่อยู่เหนือน้ำและปลายน้ำ จึงได้ข้อสรุปว่า

นายชญาน์ทัต สิทธิวิชชาพร

ให้ชาวบ้านกลุ่มที่เข้าไปสร้างทำนบกั้นปิดขวางทางน้ำนั้น ยอมที่จะทำการรื้อถอนเปิดทางน้ำให้ไหลล้นผ่านปากคลองจม ลงสู่คลองท่าเรือได้ โดยขอให้มีการชะลอน้ำไว้บ้าง เพื่อไม่ให้น้ำไหลผ่านเลยไปลงสู่คลองท่าเรือทั้งหมด จนชาวนาทางตอนบนไม่สามารถที่จะสูบน้ำเข้าสู่แปลงนาได้ ในระยะ 2-3 วันนี้ และทางชลประทาน สบ.3 จะทำการส่งน้ำเพิ่มเข้ามาให้อีกระยะหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาให้ระดับน้ำในลำคลองสูงขึ้นด้วย

Advertisement

Advertisement

ศึกแย่งน้ำ

โดยนายณรงค์ นงค์จิตร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126/2 ม.13 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม กล่าวว่า สาเหตุที่กลุ่มชาวบ้านริมคลองจมได้เข้าไปสร้างทำนบปิดขวางทางน้ำนั้น เนื่องจากน้ำที่ได้รับการแบ่งปันมาจากโครงการชลประทานในช่วงระยะ 10 วันสุดท้ายของปีนี้ มีน้ำไหลผ่านลำคลองเข้ามาเพียงเล็กน้อย ลักษณะไหลรินต่ำว่าระดับของหัวกะโหลกท่อสูบน้ำ จนทำให้ชาวบ้านไม่สามารถที่จะสูบดึงน้ำเข้าสู่แปลงนาได้

มีการสร้างทำนบ

โดยการทดปิดปากคลองนั้น ก็เพื่อต้องการให้มีระดับน้ำในลำคลองสูงขึ้น เพื่อให้พอที่จะท่วมปากท่อสูบน้ำ จนชาวนาสามารถที่จะสูบน้ำได้บ้างเท่านั้น โดยเป็นการทำกันไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ “ส่วนที่มีข่าวว่ามีการแย่งชิงน้ำ จนถึงขั้นจะยิงกันตายนั้น ไม่เป็นความจริง” เพราะชาวนาส่วนใหญ่ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีทั้งนั้น เพียงแต่อาจจะมีการตะโกนส่งเสียงพูดคุยกันข้ามทุ่ง ดังไปหน่อยเท่านั้น นายณรงค์ ระบุ

ว่าที่ร้อยตรีสมยศ อินทร์สุวรรณ

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.สมยศ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนาใน ต.ท่าทองหลาง รวมพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ กำลังจะได้รับความเสียหาย เนื่องจากผืนนาขาดน้ำ ซึ่งล่าสุดได้เสียหายไปแล้วจำนวนกว่า 500 ไร่ ส่วนอีกประมาณ 1 พันไร่นั้น ยังคงต้องการน้ำหล่อเลี้ยง หากได้น้ำจากการเปิดทำนบลงไปบ้างก็จะทำให้นาข้าวในส่วนที่ยังยืนต้นรอน้ำอยู่นั้นรอดตายได้ผลผลิต

ขาดน้ำ

สำหรับนาข้าวจำนวน 500 ไร่ ที่เสียหายไปแล้วนั้น จำเป็นต้องประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ และขออนุมัติการเยียวยาช่วยเหลือจากทางจังหวัดต่อไป ว่าที่ ร.ต.สมยศ กล่าว

แย่งน้ำทำนา

ด้าน นายยุทธพงษ์ ช่ำชอง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/1 ม.6 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม กล่าวว่า ชาวบ้านริมคลองจม ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับ ต.เมืองใหม่ อ.ราชสาส์น และพื้นที่ ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว ที่ต้องการทดน้ำเติมเข้านานั้น มีอาชีพทำนากันเพียงอาชีพเดียว รวมเนื้อที่กว่า 1 หมื่นไร่ ในทุกปีน้ำไม่เคยแล้งอย่างนี้มาก่อนเลย

นายยุทธพงษ์ ช่ำชอง

หากจะทิ้งข้าวก็เสียดาย เนื่องจากกำลังตั้งท้องได้ผลผลิต อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากได้ลงมือหว่านไถกันมานาน ตามวงรอบของการทำนาปกติในทุกๆ ปี จนข้าวเริ่มตั้งท้องและใส่ปุ๋ยรอบที่ 2 แล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาไถหว่านนอกฤดูกาล ซึ่งหากยังไม่ได้ลงทุนอะไรมาก หรือยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยรอบที่ 2 ชาวนาก็สามารถที่จะตัดสินใจทิ้งต้นข้าวในนาได้ และหากปล่อยนาข้าวทิ้งไปตอนนี้ ชาวนาก็จะเสียหายอย่างหนัก จนแทบไม่ได้อะไรเลยตลอดทั้งปี

รอน้ำเติม

เนื่องจากกระบวนการทำนาของชาวนาจะผิดเพี้ยนไปจากปกติ ในทุกๆ ด้าน โดยหากนาข้าวที่ตั้งท้องเสียหายตอนนี้ ชาวนาก็จะไม่มีทุนที่จะทำนาในรอบต่อไป และหากทำนาในช่วงต้นฤดูฝนปลายเดือน เม.ย. ไม่ทัน หรือลงมือทำนาล่าช้าเลยไปจนถึงเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. ข้าวก็จะเก็บเกี่ยวไม่ทันฤดูน้ำท่วมอีก เนื่องจากทุ่งนาในบริเวณนี้จะกลายเป็นท้องทุ่งรับน้ำท่วมในทุกๆ ปี แล้วจะให้ชาวนาทำอะไรกิน จะเอารายได้จากตรงไหน และหากไปทำนาในช่วงปลายปีนี้ ก็อาจจะมาประสบปัญหาภัยแล้งอีกได้ นายยุทธพงษ์ กล่าว

แย่งชิงน้ำ