ช่วงเย็นวันที่ 10 เมษายน 2557 เราเตรียมตัวเดินทางจากฉะเชิงเทรากลับศรีสะเกษบ้านเกิดเพื่อเทศกาลสงกรานต์ น้าสาวและน้าเขยขับรถกระบะมารับเราที่บ้านลุง มีน้าสาว น้าเขย พี่บรีส และพี่ผู้ชายอีกคน เดินทางไปด้วยกัน น้าเขยเราเป็นคนขับ น้าสาวเรานั่งข้างคนขับ เรานั่งแคป พี่บรีสและพี่ผู้ชายอีกคนนั่งกระบะหลัง ตอนนี้มืดมากแล้วพวกเราออกเดินทางไปได้ถึงครึ่งทาง แวะเติมน้ำมันและเข้าห้องน้ำกัน หลังจากเสร็จธุระทุกคนก็กลับมาขึ้นรถตามปกติ หลังจากที่รถออกแล้วเรามองไปหลังกระบะ เห็นพี่บรีสและพี่ผู้ชายอีกคนนอนราบกับพื้นกระบะข้างกันโดยหันหัวและเท้าตรงข้ามกัน ผู้ชายคนนั้นใส่กางเกงขายาวสีขาว เสื้อแขนสั้นสีขาว และรองเท้าผ้าใบสีขาว แกห่มผ้าห่มด้วย ห่มแบบคลุมโปงปิดทั้งตัวด้วยผ้าห่มสีขาว ตอนที่ขึ้นรถเรายังไม่ทันได้มองหน้าแกเลย เลยกะว่าจะไปดูสักหน่อยเผื่อจะรู้จักกัน  ผ่านไปสักพักฝนก็ตก น้าเขยหยุดรถและพี่บรีสก็เข้ามาด้านใน มานั่งแคปกับเรา จากนั้นรถออกเราหันไปมองกระบะหลัง สงสัยว่าพี่อีกคนไม่กลัวเปียกหรอถึงไม่เข้ามา แต่ไม่เห็นพี่เขาแล้วเราจึงพูดขึ้นว่า " แล้วพี่อีกคนล่ะ ? เขาลงแล้วหรอ ? ออกจากปั๊มยังเห็นอยู่เลยที่นอนอยู่ข้างพี่บรีสอะ " ทุกคนในรถมองหน้ากันหมดแต่ไม่มีใครพูดอะไรปล่อยให้เรางงอยู่จนถึงบ้าน 

Advertisement

Advertisement

   ถึงบ้านแล้ว...เรายังคาใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจึงไปถามน้าสาวเราอีกครั้ง ว่าพี่คนนั้นคือใคร และเขาลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ น้าเราบอกว่าไม่มีใครแล้วเราคงตาฝาดไปเอง แต่เรามั่นใจว่าเราไม่ได้ตาฝาดแน่นอน

   ถึงวันที่เราต้องกลับฉะเชิงเทราแล้ว ขากลับนี้เรากลับกันสามคน เรา น้าสาว และน้าเขย กลับถนนเส้นเดิมตอนขามา พอผ่านจุดที่เราจอดตอนฝนตกเราก็เห็นพี่คนเดิม ที่จำได้เพราะเสื้อผ้าและรูปร่าง แกนั่งอยู่ข้างทาง เราเลยทักบอกน้าเรา น้าเราไม่ตอบสนองทำเหมือนไม่ได้ยินที่เราพูด ทุกอย่างดูปกติจนกระทั่งเรารู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา เราหันไปมองที่กระบะหลัง เห็นพี่คนนั้นเขามานั่งที่ท้ายกระบะ กำลังมองมาที่เราด้วยใบหน้าที่โชกเลือด ลูกตาหลุดออกจากเบ้าห้อยรุ่งริ่งอยู่ทั้ง 2 ข้าง เรามั่นใจแล้วล่ะว่าเจอดีเข้าแล้ว และชั่วกระพริบตาใบหน้านั้นลอยวูบเข้ามาชิดกระจกหลังแคปแทบจะติดกับหน้าเรา กรี๊ดดดดดด!!!! เราตกใจจนกรีดร้องออกมา น้าทั้ง 2 ตกใจ ถามว่าเป็นอะไร เราเลยบอกว่าผีหลอก ๆ ช่วยด้วย จากนั้นน้าเขยเราให้สร้อยพระมาใส่ และเราก็ไม่กล้าหันไปมองกระบะหลังอีกเลยจนถึงที่พัก

Advertisement

Advertisement

   พอถึงที่พัก น้าเราเล่าให้ลุงเราฟัง ( เราพักอยู่บ้านลุงค่ะ ) ลุงเราบอกว่า เราน่ะขวัญอ่อน ไปไหนให้พกพระไปด้วย ผู้ชายคนนั้นคงเป็นพี่ที่บ้านอยู่ตรงหน้าปากซอยบ้านลุง เพราะวันก่อนที่เราจะไปศรีสะเกษแกถูกรถสิบล้อทับตายตอนที่แกกำลังเดินทางจะไปปฏิบัติธรรมที่ศรีสะเกษแต่ยังไปไม่ถึง รถแกชนกับรถสิบล้อ แล้วแกกระเด็นออกจากตัวรถและถูกทับจนลูกตาถลนออกจากเบ้าทั้งสองข้างเลย เพื่อนลุงที่เป็นกู้ภัยเล่าให้แกฟังอีกที แต่ทุกอย่างมันช่างตรงกับที่เราเห็นเหลือเกิน พี่แกคงมุ่งมั่นที่จะไปปฏิบัติธรรมจริง ๆ เลยจะขอติดรถไปด้วย

Advertisement

Advertisement

   เช้าวันต่อมา...เราตื่นมาใส่บาตรและกรวดน้ำส่งบุญให้พี่แก หลังจากที่กรวดน้ำอยู่นั้น สายตาเราก็ชำเรืองไปเห็นพี่แกยืนอยู่อีกฝั่งของถนน ส่งยิ้มเจื่อน ๆ มาให้เราแล้วก็หายไป เราสะดุ้งเล็กน้อย จู่ ๆ พระท่านก็พูดขึ้นมาว่า เขาแค่มาขอบคุณน่ะโยม เราก็สาธุ แล้วพระท่านก็เดินจากไป จากวันนั้นเราก็ไม่เคยเห็นหรือเจอะเจอกับวิญญาณพี่แกอีกเลย...