วันนี้ตั้งใจไปกราบนมัสการและถวายไข่ต้มหลวงพ่อโสธรที่แปดริ้วหรือจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากไม่ได้ไปกราบท่านมานานหลายปีแล้ว และเพื่อเป็นการใช้โอกาสนี้สร้างบุญกุศลส่งท้ายปีเก่า จึงได้จัดทริปท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ เน้นทำบุญและเติมพลังใจไว้ลุยงานต่อในปีหน้า กำหนดไปในวันทำการไม่ใช่วันหยุดราชการเพราะคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะมีปริมาณน้อย การคมนาคมไม่หนาแน่นและจอดรถได้สะดวก ซึ่งจะช่วยทำให้การบริหารเวลาเป็นไปตามแผนการจัดทริป “เที่ยวฉะเชิงเทรา ไปเช้าเย็นกลับ”

วัดโสธรวรารามวรวิหารเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังวัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เดิมชื่อว่า “วัดหงส์” สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ก่อนจะถึงวัดมีร้านค้าจำหน่ายไข่ต้มหลายร้านตั้งอยู่ริมถนน สะดวกจอดรถตรงไหนก็สามารถหาซื้อได้ทันที มีตะกร้าใส่ไข่ให้ด้วย แถมน้ำปลาขวดจิ๋วและน้ำดื่มบรรจุแก้วพลาสติก มีดอกไม้พวงมาลัยและน้ำมันพืชขวดเล็กจำหน่าย จัดซื้อเสร็จก็ขับรถมาจอดไว้ฝั่งตรงข้ามหน้าประตูทางเข้าวัดซึ่งอยู่คนละฝั่งถนน ใกล้กับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น แล้วเดินเข้าไปยังพระมหาวิหารหลังใหม่ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จำลอง (แทนพระอุโบสถชั่วคราวหลังเก่า)

Advertisement

Advertisement

วัดโสธรวรารามวรวิหาร

ทางวัดจัดเตรียมชั้นวางไข่ต้มไว้อำนวยความสะดวกโดยจัดวางไว้ด้านนอกพระมหาวิหารและไม่อนุญาตให้จุดธูปเทียน เมื่อถวายไข่ต้มเสร็จเรียบร้อยก็เดินเข้าไปในพระมหาวิหารเพื่อปิดทององค์หลวงพ่อโสธร (จำลอง) และพระพุทธรูปองค์อื่นๆ ทำบุญโดยหยอดเงินใส่ตู้รับบริจาคต่างๆ แล้วออกมากล่าวคาถาลาของไหว้ เดินถือตะกร้าไข่ต้มมาเก็บไว้ในรถ จากนั้นไปกราบนมัสการหลวงพ่อโสธรภายในพระอุโบสถหลังใหม่ซึ่งสร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อโสธรและพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์ ที่ประดิษฐานอยู่ภายใน

Advertisement

Advertisement

วัดโสธรวรารามวรวิหาร


จากนั้นขับรถมุ่งหน้าไปยังวัดโพรงอากาศ ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อใกล้ถึงวัดจะมองเห็นองค์พระพิฆเนศปางนั่งประทานพรองค์ใหญ่ และพระอุโบสถมหาเจดีย์ขนาดใหญ่สีทองอร่ามตั้งตระหง่านสูงเด่นงดงาม

วัดโพรงอากาศ

จอดรถบริเวณลานหน้าพระอุโบสถมหาเจดีย์แล้วเดินเข้าไปกราบนมัสการพระพุทธรูปจำลอง ทั้งหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อโต หลวงพ่อวัดไร่ขิง และหลวงพ่อวัดเขาตะเครา เป็นต้น ทำบุญและถวายสังฆทาน จากนั้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถมหาเจดีย์สีทอง พระอาจารย์สมชาย พุทธสโร เจ้าอาวาสคนปัจจุบันและญาติโยมที่มีความเลื่อมใสศรัทธาได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศาสนสถานที่สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2538 รอบพระอุโบสถมีรูปปั้นยักษ์ หรือจตุลบาล จำนวน 8 ตน ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโสธร (องค์จำลอง) ให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร

Advertisement

Advertisement

วัดโพรงอากาศภายในบริเวณวัดโพรงอากาศยังมีองค์พระพิฆเนศปางนั่งประทานพรทรงเครื่องประดับงดงามให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวได้สักการะขอพร รอบฐานองค์พระพิฆเนศมีองค์พระพิฆเนศปางต่างๆ ล้อมรอบจำนวน 32 ปาง ทำจากโลหะสัมฤทธิ์ เมื่อกราบขอพรเสร็จสิ้นแล้วก็อธิษฐานโดยกระซิบที่หูหนูให้หนูซึ่งเป็นบริวารนำสารไปบอกองค์พระพิฆเนศ เป็นการขอพรอีกรูปแบบหนึ่ง

พระพิฆเนศปางนั่งประทานพร


เป้าหมายต่อไปขับรถไปยังวัดสมานรัตนาราม ต.ก้อนแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ขับรถเข้าไปจอดด้านในใกล้พระอุโบสถหลังใหม่ ภายในบริเวณวัดมีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประดิษฐานอยู่ รอบฐานประดิษฐานพระพิฆเนศ 32 ปาง ด้านหน้ามีบริวาร 5 ตน คือหนูหูทิพย์ หนูตาทิพย์ และหนูราชาโชคสามตน

พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข

เดินเข้าไปกราบนมัสการองค์หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระประธานที่ประดิษฐานในพระอุโบสถหลังใหม่ หน้าพระอุโบสถมีจุดรับบริจาคเพื่อร่วมทำบุญสร้างโรงพยาบาลวัดสมานรัตนารามที่เปิดให้บริการแก่ประชาชนแล้วในบางส่วน จากนั้นเดินไปกราบสักการะขอพรและปิดทององค์พระพิฆเนศและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในห้องกระจกด้านหน้าองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข

วัดสมานรัตนาราม

นอกจากองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขแล้วยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบสักการะขอพรอีก ได้แก่ พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปประจำจังหวัด หลวงพ่อโต หลวงพ่อประทานพร จระเข้โหราเทพารักษ์ พ่อปู่ฤาษี (พ่อแก่) พระพิฆเนศปางปาฏิหาริย์ 108 กร พระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ท้าวมหาพรหม พระราหู รูปปั้นพระเกจิชื่อดัง และยังมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานบนกระทงใหญ่กลางแม่น้ำบางปะกงให้กราบไหว้อีกด้วย

ท้าวมหาพรหม

เสร็จสิ้นการกราบไหว้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วก็เข้าไปรับประทานอาหารกลางวันในศูนย์อาหารที่มีอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มจำหน่ายมากมายหลายร้าน ราคาปกติทั่วไป รสชาติถือว่าโอเค ก่อนกลับเดินไปลอดท้องพญานาคซึ่งถือเป็นการสะเดาะเคราะห์ บันทึกภาพที่ซุ้มพญานาค และแวะคาเฟ่อเมซอนซื้อชาเขียวนมปั่นมาดื่มให้ชื่นใจคลายร้อน ลืมบอกไปว่าบริเวณริมถนนก่อนเข้าวัด มีตลาดที่ชาวบ้านนำสินค้าพื้นเมืองมาจำหน่าย ทั้งของใช้ อาหารสดและอาหารปรุงสำเร็จ รวมถึงผลไม้พื้นเมืองของจังหวัดฉะเชิงเทราคือ "มะม่วงพันธุ์ขายตึก"

พระโพธิสัตว์กวนอิม


สถานีต่อไปจุดหมายคือเทวสถานอุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระพิฆเนศปางประทับยืน เนื้อโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อว่า “พระพิฆเนศปางยืน องค์สำริด สำเร็จ สมปรารถนา” พระหัตถ์ทั้ง 4 นั้นถือ มะม่วง กล้วย ยอดอ้อย และขนุน และที่พระบาทมีหนูกอดลูกมะพร้าวซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อนพระพิฆเนศปางประทับยืน

จอดรถไว้ด้านหลังแล้วเดินไปยังเทวสถานอุทยานฯ กราบไหว้ขอพรองค์พระพิฆเนศปางประทับยืน แล้วเดินไปรอบฐานองค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่ซึ่งมีรูปปูนปั้นพระพิฆเนศปางต่างๆ ตามวันเกิดแต่ละวัน และมีสีตามวันนั้นๆ ด้านหน้าฝั่งซ้ายมือมีรูปปั้นของพระศิวะและพระแม่อุมาเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะขอพร

พระพิฆเนศปางประทับยืน

นอกจากนี้ยังมีซุ้มจัดบูชาพระพิฆเนศ เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย พระโพธิสัตว์กวนอิม พระมหาโพธิสัตว์ตี้จั่งอ๊วง พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ เพื่อให้ประชาชนที่นับถือมากราบไหว้ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการอธิษฐานขอพรโดยกระซิบที่ใบหูของรูปปั้นหนูซึ่งเป็นบริวารผู้รับใช้ส่งสารให้ไปถึงองค์พระพิฆเนศ

พระพิฆเนศปางประทับยืน


สถานที่สุดท้ายของทริปในวันนี้คือ วัดปากน้ำโจ้โล้ ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ภายหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเคยชนะทัพพม่าที่ตั้งค่ายอยู่ตรงสถานที่แห่งนี้ จึงทรงสร้างพระสถูปเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ และได้มีการสร้างพระอุโบสถสีทองขึ้นมาในภายหลัง

วัดปากน้ำโจ้โล้

เข้าไปในพระอุโบสถเพื่อกราบนมัสการขอพรพระประธานปางมารวิชัย และลอดใต้ฐานพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญตามกำลังศรัทธา จากนั้นออกมากราบไหว้พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรองค์ใหญ่ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านขวาของพระอุโบสถ และกราบสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

วัดปากน้ำโจ้โล้

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


จบทริป “เที่ยวฉะเชิงเทรา ไปเช้าเย็นกลับ” คุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ไปในการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาในการเดินทางไปและกลับ ได้ทั้งบุญและพลังงานบวกเพื่อการดำเนินชีวิตต่อไป จังหวัดฉะเชิงเทรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่อยากจะเชิญชวนทุกท่านได้มาสัมผัสบรรยากาศความเป็นวิถีชีวิตพื้นบ้าน มีวัดวาอาราม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายให้เคารพสักการะ ได้แก่ วัดหงษ์ทอง วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ตลาดบ้านใหม่ ตลาดน้ำบางคล้า ท่าน้ำคาเฟ่ สวนปาล์มฟาร์มนก ตลาดเก่าคลองสวน 100 ปี ตลาดโบราณนครเนื่องเขต และมินิ มูร่าห์ ฟาร์ม เป็นต้น

 

รูปภาพประกอบ : ภาพจากมือถือของผู้เขียน (iPhone XS)
วันที่ท่องเที่ยว : 12 ธันวาคม 2562