จากเหตุการณ์อันเศร้าสลดที่ผ่านมา คนร้ายบุกยิงผู้บริสุทธิ์ที่ห้างเทอมินอล 21 นครราชสีมา สร้างความหวาดกลัวให้กับคนทั้งประเทศ เหตุการณ์นี้สิ่งที่ย้ำเตือนให้เราทุกคนต้องระวังและตื่นตัวกับเรื่องนี้กันให้มาก ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำอีก  ซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญสำหรับพี่น้องชาวโคราช และประชาชนคนไทยทุกคน ความโกรธความเครียดแค้นสามารถทำลายล้างชีวิตหลายชีวิตลงได้ จบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่ทำให้บุคคลอันเป็นที่รักที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องพลัดพลากจากครอบครัวไปโดยไม่น่าจะเกิดขึ้น
สังหารCR : ที่มา >>https://pixabay.com/photos/


ไม่ใช่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วเป็นการสังหารหมู่ที่มีผู้เสียชีวิต 10 ราย และบาดเจ็บนับสิบคน ในรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และมือปืนผู้ก่อเหตุก็ไม่รอดถูกวิสามัญโดยตำรวจยิงจนเสียชีวิต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าฆาตกรมีแรงจูงใจอะไรในการก่อเหตุในครั้งนี้

Advertisement

Advertisement

เราจะมีวิธีอย่างไรบ้างที่สามารถป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดซ้ำอีกครั้ง มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน เพราะว่าจิตใจมนุษย์ทุกคนมีความโกรธกันอยู่ หากมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้รับการตอบสนองที่ดี คำว่าอารมณ์ชั่ววูบอาจกลับกลายเป็นอารมณ์ที่รุนแรงเหมือนอย่างเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างเทอมินอล 21 นครราชสีมา และ ณ เวลานี้ก็เริ่มมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาแล้ว พฤติกรรมการเลียนแบบเริ่มเกิดขึ้นหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ความถูกต้อง เสียประโยชน์ และอีกหลายเรื่องที่กล่าวมานั้น สามารถนำไปสู่ความรุนแรงกับสังคมของเราก็เป็นไปได้

ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องมาถูกลูกหลงโดยไม่ได้รู้เรืองอะไรกับเขาเลย เราจึงต้องมีมาตรการการแก้ไขให้ออกมาเป็นรูปธรรม และเป็นกฎหมายบังคับใช้ในเรื่องการพกพาอาวุธปืนไปยังที่สาธารณะในแบบที่เข้มงวด โดยเฉพาะสถานที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่นห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ สนามกีฬาขนาดใหญ่ สถาบันการศึกษา สนามบิน ขนส่งมวลชน โรงพยาบาล งานประจำปี และการจัดงานเทศกาลที่มีความรื่นเริงสนุกสนาน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องจัดระบบความปลอดภัยทางเข้าทางออกที่เข้มงวด เพื่อไม่ให้ผู้ที่คิดจะก่อเหตุเลือกสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่กันบังตนเอง โดยการใช้โล่มนุษย์เป็นตัวประกัน

Advertisement

Advertisement

สังหารCR : ที่มาภาพ >>https://flickr.com/photos/
 

ในการจัดอันดับการถือครองอาวุธประเทศไทยอยู่ที่อันดับ  13 ของโลก หาซื้อง่าย ขายคล่อง  มีทั้งอาวุธที่ถูกกฎหมายแบบมีทะเบียน และอาวุธที่ผิดกฎหมายแบบไม่มีทะเบียน คนร้ายที่นำไปก่อเหตุมีประมาณร้อยละ 80 อาวุธที่ไม่มีทะเบียนนำไปก่อเหตุมากที่สุด และร้อยละ 20 เป็นแบบมีทะเบียน ยิ่งได้ทราบถึงข้อมูลแล้วก็ยิ่งต้องระแวดระวังตัวเองให้มากยิ่งขึ้น เพราะคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมมักจะก่อความเดือดร้อนและไม่คำนึงถึงผู้บริสุทธิ์ที่อยู่รอบด้านกันเลย การเข้าประหัตประหารกันกับคู่กรณีเป็นฉนวนทำให้เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดคิดได้อยู่ตลอดเวลา

Advertisement

Advertisement

ในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วยงานราชการทหารและหน่วยงานตำรวจ การจัดเก็บอาวุธและการดูแลการเบิกจ่ายเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ในต่างประเทศมีการจำกัดการใช้การเบิกจ่ายอาวุธในการใช้งานที่มีระเบียบแบบแผนชัดเจน จะเห็นได้จากเวลาการเบิกอาวุธจะต้องมีกรงเหล็กและมีผู้เบิกจ่ายอาวุธอยู่ด้านในนั้น คอยลงทะเบียนให้กับผู้ที่เบิกอาวุธไปใช้งาน สิ่งสำคัญที่อาจไม่คาดคิดได้ก็คือเมื่อเบิกไปแล้วนำไปใช้ทำอะไร เพราะอาวุธที่อยู่ในหน่วยงานทหารล้วนเป็นอาวุธสงครามที่ร้ายแรง ประสิทธิภาพความรุนแรงของมันสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล เรื่องนี้จึงต้องเป็นหน้าที่ที่สำคัญของหน่วยงานไปวางระบบที่มีความรัดกุมให้มากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องที่ไม่คาดฝันมักเกิดได้เสมอ

ทหารCR : ที่มาภาพ >>https://pixabay.com/photos/
 

ทุกอย่างมักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ภาพความรุนแรงจากสื่อต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการเลียนแบบเกมต่อสู้ ในปัจจุบันก็ส่งผลเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในวัยรุ่น วัยที่เต็มไปด้วยการอยากเรียนรู้และนำพฤติกรรมนั้นมาใช้ในชีวิตประจำวัน คิดว่าตัวตนของตนเองเป็นดั่งตัวละครในเกม ประกอบไปด้วยการยั่วยุของคนที่อยู่ในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง และเมื่อเก็บอารมณ์เอาไว้มาก ๆ ก็จะทำร้ายตนเองรวมถึงการไปทำร้ายผู้อื่นได้อีกด้วย คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองควรที่จะใส่ใจดูแลให้มากยิ่งขึ้น สร้างกฎข้อบังคับและการใช้สิ่งอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงเข้ามาช่วยให้อารมณ์และจิตใจของเย็นลง เช่น พาไปเล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเขาให้มากที่สุด เพราะทุกอย่างมีทางแก้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ไปจนกระทั้งเด็ก ใส่ใจและเฝ้าระวังเรื่องเล่านี้ไว้เหตุการณ์ที่เกิดอาจจะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทยของเรา
เกมCR : ที่มาภาพ >>https://pixabay.com/
 


CR : ที่มาภาพหน้าปก >>https://pixabay.com/
CR: เรียบเรียงข้อมูลจากความรู้สึกของนักเขียน