ฉะเชิงเทรา – ผู้ว่า กปภ. เตรียมแผนรับมือฝ่าวิกฤตภัยแล้งในอนาคต พร้อมเล็งหาแหล่งน้ำสำรองรับมือการพัฒนาเมืองในพื้นที่การพัฒนาพิเศษ (EEC) แต่แหล่งน้ำต้นทุนหลักยังคงรอคอยการเจียดจ่ายแบ่งน้ำมาให้จากโครงการชลประทาน และบริษัทผู้ผลิตน้ำดิบภาคเอกชน เผยเตรียมเปลี่ยนวิธีการรับน้ำดิบจากปลายน้ำเป็นการไปตั้งจุดรับน้ำที่ต้นทาง หวังลดการสูญเสียรายทางจากมวลน้ำที่หายไปเป็นจำนวนมากในอดีต   

 

วันที่ 22 ม.ค.63 เวลา 09.30 น. ดร.นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวในระหว่างการเดินทางมาเป็นประธานในการปล่อยขบวนเปิดงานเดินรณรงค์ “ประหยัดน้ำ สู้ภัยแล้ง” ปลุกพลังคนไทย ร่วมมือร่วมใจฝ่าวิกฤต ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า การเตรียมจัดหาแหล่งน้ำดิบของ กปภ. ในการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา

Advertisement

Advertisement

ชวนกันประหยัดน้ำ

เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนเมืองในพื้นที่การพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้น แหล่งน้ำดิบหลักยังคงรับน้ำมาจากโครงการชลประทาน และมีบางส่วนที่จะต้องซื้อน้ำมาจากภาคเอกชน ขณะเดียวกัน กปภ.ได้มีแผนที่จะทำการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มอีก โดยดึงแหล่งน้ำที่มีศักยภาพของทางชลประทานมาเสริมเพิ่มเติมในการพัฒนาพื้นที่ อีอีซี

ปล่อยขบวน

เช่น แหล่งน้ำจากคลองท่าลาด จากอ่างเก็บน้ำคลองสียัด และยังจะมีแผนในการที่จะเชื่อมแหล่งน้ำมาจากแม่น้ำบางปะกง และจากทางแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนปลาย โดยจะใช้วิธีการผันน้ำมาด้วยวิธีแบบประหยัด จากเดิมที่ทางกรมชลประทานปล่อยน้ำมาแบบเดิมตามลำคลอง แต่ทาง กปภ.ได้มีแผนที่จะไปรับน้ำมาจากแหล่งน้ำต้นทาง ซึ่งมีการสูญเสียน้อยและประหยัดกว่ามาก

เตรียมรับน้ำจากต้นทาง

ทำให้การสูญเสียลดน้อยลง และเป็นการเอามาเฉพาะเพื่อใช้ในการผลิตเป็นน้ำกินน้ำใช้อุปโภคบริโภค เท่านั้น ส่วนการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้นั้น กปภ. ได้มีการวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อช่วงปลายฤดูฝนแล้วในช่วงประมาณเดือน ส.ค.62 ที่ผ่านมา จากการเตรียมความพร้อมในการเตรียมปริมาณน้ำและมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์โดยตลอด

Advertisement

Advertisement

แหล่งน้ำต้นทุนจากท่าลาด

แต่ในขณะนี้กลับมีสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงไป จึงจะต้องแก้ไขปัญหาไปตามสถานการณ์ที่เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่ยังคิดว่าฤดูแล้งในปีนี้ น่าจะมีน้ำเพียงพอในการที่จะใช้ แต่ก็ต้องขอให้ประชาชนได้ช่วยกันใช้น้ำกันอย่างประหยัด ดร.นพรัตน์ กล่าว

สถานีสูบน้ำต้นทาง

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมการเดินรณรงค์ “ประหยัดน้ำ สู้ภัยแล้ง” ปลุกพลังคนไทย ร่วมมือร่วมใจฝ่าวิกฤต ในวันนี้ได้มีการแนะนำวิธีการให้ประชาชนใช้น้ำประปากันอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ตลอดจนขั้นตอนการตรวจสอบระบบประปาภายในบ้านไม่ให้รั่วไหลและเกิดการสูญเสีย เปลี่ยนความร่วมมือร่วมใจให้กลายเป็นพลังความสามัคคี เพื่อให้ทุกพื้นที่ฝ่าวิกฤตภัยแล้งในปีนี้ไปได้ โดยมีนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางมาร่วมในการปล่อยขบวนในวันนี้ด้วย

Advertisement

Advertisement

โครงการส่งน้ำแบบสูยเสียน้อย

เดินรณรงค์ ฝ่าวิกฤตแล้ง

ชวนประหยัดน้ำ