สำหรับนักศึกษาจบใหม่หลายคนอาจสงสัยว่าในการสมัครงาน จะสามารถแนะนำตัวเองอย่างไรให้น่าสนใจ หรือจะเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาได้จากที่ไหน เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน ซึ่งสิ่งที่บริษัทมองหาจากนักศึกษาจบใหม่ นอกจากจะเป็นเรื่องของไหวพริบ ทัศนคติ ทักษะต่าง ๆ แล้ว ก็คือ ประสบการณ์ในการฝึกงานครับ เพราะบางครั้งประสบการณ์เหล่านั้นสามารถต่อยอดในการทำงานได้ และยังแสดงถึงความพยายามในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อีกด้วย ประสบการณ์จะสอนเราเอง

เห็นได้ว่าการฝึกงานเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ สำหรับนักศึกษาที่กำลังจะฝึกงานในช่วงปิดเทอม ควรเริ่มมองหาที่ฝึกงานตั้งแต่เนิ่น ๆ และตั้งเป้าหมายในชีวิตให้เป็นแบบแผนมากขึ้น ซึ่งในวัยนี้ส่วนมากจะเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าอยากทำอาชีพอะไร แต่อาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าในระยะยาวสามารถต่อยอดอะไรได้บ้าง การที่เรามีเป้าหมายชัดเจนจะทำให้เราสามารถวางแผนในการฝึกงานให้ตัวเองได้อย่างเหมาะสม และต่อยอดในการทำงานได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ หรือขอบเขตงานโดยรวม, ประเภทธุรกิจ,สัญชาติบริษัท ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถเรียนรู้ได้จากการฝึกงาน หากเราสนใจที่จะทำอะไร ก็ควรที่จะไปลองสัมผัสบรรยากาศการทำงานจริงด้วย จะได้รู้ตัวว่าแท้ที่จริงแล้วเราเหมาะกับงานนั้นจริงๆรึเปล่า หากใช่หรือไม่ใช่อย่างไร จะได้ไหวตัวทัน และไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ครับทุกวิ่งอยู่ที่การฝึกฝน

Advertisement

Advertisement

                                                                            ซึ่งเป้าหมายของการฝึกงานนั้น ไม่ใช่แค่เพียงเข้าไปสำรวจบรรยากาศการทำงานของบริษัท หรือเก็บชั่วโมงการฝึกงานเท่านั้น แต่ควรมีจุดมุ่งหมายคือ การเข้าไปเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจริง ได้เรียนรู้สไตล์การทำงานของแต่ละคน ระบบการทำงานของบริษัทเป็นอย่างไร และสิ่งที่เราจะได้รับจากการฝึกงาน เป็นต้น นักศึกษาสามารถหาที่ฝึกงานได้หลากหลายช่องทาง  ในปัจจุบันมีบริษัทเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีตำแหน่งงานที่รับสมัคร รวมทั้งจำนวนที่รับนักศึกษาฝึกงานเพิ่มมากขึ้น นักศึกษาที่กำลังจะเข้ารับการฝึกงานควรค้นหาตัวเองก่อนอันดับแรกว่าต้องการงานลักษณะไหน องค์กรแบบใด และเริ่มค้นหาที่ฝึกงานตามช่องทางต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นเว็ปไซด์จัดหางานต่าง ๆ ซึ่งมักลงประกาศรับสมัครนักศึกษาฝึกงานรวมอยู่ด้วยหรือ เว็บไซต์สำหรับการฝึกงานโดยตรง คือประกาศรับสมัครจากเว็บไซต์ของบริษัทนั้น ๆ โดยตรงครับ นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถดูข้อมูลจากบอร์ดที่ทางมหาวิทยาลัยมักจะมีการติดประกาศรายชื่อบริษัทที่เปิดรับนักศึกษาฝึกงาน รวมถึงมีบอกจำนวนนักศึกษาที่เข้ารับการฝึกงานกับบริษัทนั้น ๆ ในปีที่ผ่านมาด้วย ทำให้สามารถสอบถามรุ่นพี่ถึงแนวทาง และประสบการณ์ในการฝึกงานนั้นได้โดยตรงครับอยากเก่งต้องฝึกฝน

Advertisement

Advertisement

เมื่อได้สถานที่ในการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อมาก็คือ การหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนั้น ไม่ว่าจะเป็นประวัติบริษัท ลักษณะธุรกิจ ภาพลักษณ์องค์กร หรือหากมีคนรู้จักทำงานหรือเคยฝึกงานที่นั่น ก็อาจจะถามถึงสไตล์การทำงานว่ามีลักษณะอย่างไร สถานที่ในการฝึกงาน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเดินทางได้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคในการเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกงานให้มีประสิทธิภาพมาแนะนำอีกด้วยครับ 

1.เปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ

การที่เราเข้าไปฝึกงานเท่ากับว่าเรายังไม่มีประสบการณ์ทำงาน บวกกับการที่เป็นน้องเล็กสุดในบริษัท ดังนั้นเราจึงต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เปิดรับฟังสิ่งที่คนอื่นแนะนำ ตั้งใจเรียนรู้สิ่งที่คนสอนงานอธิบายเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งงานนั้น ๆ  จงทำตัวเหมือนกับน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เพื่อเป็นการรับสิ่งใหม่ๆ หรือหากลงมือทำสิ่งใดแล้วยังไม่ดีพอ เมื่อมีคนแนะนำ ก็ให้รับฟังคำชี้แนะด้วยความกระตือรือร้น เป็นผู้ฟังที่ดีและมีทัศนคติเชิงบวกสำหรับการทำงาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการฝึกงานที่มีประสิทธิภาพ

2. มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย

แม้ว่าจะเป็นเพียงการฝึกงาน ไม่ใช่การทำงานจริง แต่ผู้ฝึกงานก็ควรที่จะทุ่มเทให้กับการฝึกงานอย่างเต็มที่ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานให้ทันกำหนด ปฏิบัติตามกฎระเบียบ เพื่อแสดงให้บริษัทเห็นถึงความตั้งใจ ความรับผิดชอบ และความสามารถว่าเราพร้อมที่จะทำงาน หากบริษัทเห็นถึงความสามารถ และความเหมาะสมก็จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทนั้นอีกด้วยครับอย่าละเลยกับงานที่รับผิดชอบ

3.ตรงต่อเวลาเสมอ

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ เวลา เพราะเวลาในโลกธุรกิจเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ในสายงานบางอย่าง เช่น ในกระบวนการผลิต การผลิตที่ล่าช้าไปเพียงเสี้ยววินาที อาจก่อให้เกิดผลเสียหายตามมามากมายมหาศาล ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับเวลา โดยการเป็นคนตรงต่อเวลา มาถึงที่ทำงานก่อนสัก15 นาทีเพื่อมาพักผ่อน และเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน และเมื่อมีนัดหมายนอกสถานที่ก็จะต้องศึกษาเส้นทางในการเดินทางก่อนทุกครั้งเพื่อที่จะได้จัดสรรเวลา และเป็นคนตรงต่อเวลาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย 

4.กล้าซักถาม และปรึกษา

 จงอย่ากลัวที่จะซักถาม เพราะถ้าคุณเก็บมันไว้ คุณก็จะไม่มีวันได้รู้ในคำตอบ หากสงสัยสิ่งใด ให้ถามในเวลาที่เหมาะสม หาโอกาสที่จะสักถามจากคนรอบตัว ไม่ว่าเป็นเป็นหัวหน้า หรือรุ่นพี่ในแผนกของเรา หากเรามีวิธีการพูดที่ดี มีความตั้งใจในการทำงาน เชื่อว่าทุกคนต้องเห็น และรู้สึกชื่นชม หากเรามีความสนใจ ใส่ใจในงานที่ทำ และเมื่อรู้สึกว่ามีปัญหา โดยเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อน และไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้คนเดียว ก็สามารถสอบถามคนอื่นๆได้ เพราะการที่เราได้เรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาจากคนที่มีประสบการณ์ตรงย่อมดีกว่าการที่เราแก้ไขปัญหาผิดๆถูกๆอยู่คนเดียว ซึ่งอาจนำพาให้เกิดปัญหาที่ใหญ่ขึ้นตามมาได้ต้องไฝ่รู้เพื่อเพิ่มทักษะให้กับตนเอง 

5.แต่งกายให้สุภาพ เหมาะสมกับงาน

ส่วนมากในการฝึกงาน ทางบริษัทจะให้ใส่ชุดนักศึกษา เพื่อความสะดวกสบาย และเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนระหว่างพนักงานและนักศึกษาฝึกงาน แต่ถ้าหากทางบริษัทอนุโลมให้สามารถการแต่งกายได้อย่างอิสระ ก็ควรแต่งกายให้เหมาะสม เพราะถือเป็นการให้เกียรติสถานที่ แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่รู้จักกาลเทศะ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกที่ดี และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างละครับเพื่อนๆ ประสบการณ์ในการฝึกงานนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดีเลยก็ว่าได้ครับบทความนี้หวังว่าจะมีประโยชน์กับน้องๆที่กำลังหาสถานที่ฝึกงานและกำลังจะเข้าฝึกงานนะครับโชคดีครับน้องๆ