• เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อและความสอดคล้อง ขอให้ใช้พิจารณญาณในการอ่านกันด้วยนะครับ
  • ช่วงนี้เกิดโรคระบาดขึ้นทำให้ผู้เขียนมีเวลาว่างเพราะไม่ได้ไปทำงาน จึงถือโอกาสทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่หาจัดนั่นจัดนี่ตัดหญ้าเก็บของนู่นนี่นั่น จัดไปนานแค่ไหนไม่รู้ครับ รู้ตัวอีกทีมาหยุดอยู่หน้าห้องเก็บของที่หลายปีแล้วผู้เขียนไม่เคยได้เดินเข้ามาสำรวจสักที ไหน ๆ ก็เดินมาถึงแล้วเข้าไปเก็บกวาดสักหน่อยดีกว่า เมื่อเข้าไปถึงผู้เขียนไปสะดุดตากับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีเขียวค่อนเก่า เดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ของแม่ผู้เขียนเองครับตั้งแต่ผู้เขียน 10 ขวบเห็นจะได้ เปิดดูเห็นเป็นเอกสารเก่า ๆ เอกสารบางอย่างเก่ามากเป็นรอยพิมพ์ดีดตัวหนังสือจางหายตามเวลา แต่มีกระดาษหนึ่งปึกที่หัวเรื่องเขียนด้วยลายมือว่า "กรรมทันตา" ด้วยความอยากรู้จึงบรรจงนั่งอ่าน ผู้เขียนจึงขอแชร์เรื่องราวไว้ให้เป็นวิทยาทานแก่ท่านทั้งหลาย

Advertisement

Advertisement

 

  • บทที่หนึ่ง...จุดเริ่มต้น
  • ฉันเป็นคนแปดริ้ว บ้านของฉันหากินด้วยการช้อนปลา รับจ้างตัดหัวปลาทำปลาร้าและปลาเค็มขาย ฉันมีพี่น้องทั้งหมด 7 คนฉันเป็นลูกคนที่ 2 มีพี่ชายเป็นลูกคนโตพ่อแม่ของฉันทำงานอยู่ในกรุงเทพไม่ค่อยได้กลับมาเท่าไหร่ เวลามาก็ให้เงินไว้กินขนมบ้าง แต่พวกดิฉันก็ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่บ้างด้วยการรับจ้างตัดหัวปลาได้เงินมาเท่าไหร่ก็แบ่งกันสองคนพี่น้อง เช้าวันเสาร์ฉันจำได้แม่นเพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันต้องแลกกับสิ่งสำคัญของชีวิต ฉันตื่นมาแต่เช้ามานั่งเล่นอยู่หลังบ้าน สายตาเห็นจิ้งเหลนกำลังรีบกุลีกุจอเข้าไปในไหปลาร้าที่ล้มอยู่ ด้วยความอยากรู้จึงเดินไปดูเห็นมันนอนนิ่งอยู่ในไห ใจนึกสนุกจึงเอาไม้แหย่ทิ่มไปที่ท้องยิ่งเห็นมันดิ้นก็ยิ่งทิ่มจนท้องมันแตก ลูกทะลักออกมากองกับพื้นหนึ่งตัว ส่วนแม่จิ้งเหลนก็รีบวิ่งหนีไปทั้งที่ท้องเลือดออก..แม่จิ้งเหลนตัวนั้น

Advertisement

Advertisement


  • บทที่สอง แมวลายสลิดตัวนั้น
  • เมื่อฉันจบป. 6 ก็ได้ย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพชีวิตของฉันในช่วงนี้ไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่นักเพราะพ่อมีภรรยาใหม่ แม่เสียใจและชอบเมาหนัก กลับมาบ้านก็ว่าฉันเสีย ๆ หาย ๆ ทำให้ฉันมีอารมณ์เก็บกด วันหนึ่งฉันไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะปวดประจำเดือนจึงนอนพักอยู่บ้านฉันลืมปิดประตูหลังบ้านทำให้แมวเดินเข้ามาได้ เมื่อเห็นแมวเดินเข้ามาฉันโมโหมากเพราะกลัวแมวมาอึมาฉี่ในบ้านจึงไล่ต้อนแมวเข้าไปในห้อง ใช้ไม้กวาดฟาดไปที่ท้องของแมวฟาดไม่ยั้งจนแมวอึแตกฉี่แตกเลอะไปหมด ด้วยความที่ฉันเหนื่อยจึงเปิดประตูออกมาทำให้แมวได้โอกาสหนี ก่อนเจ้าสลิดตัวนั้นจะจากไป "มันหันมามองหน้าฉันพร้อมส่งเสียงร้อง" ก่อนกระโจนหายไป...เจ้าสลิดตัวนั้น

Advertisement

Advertisement


  • บทที่สามชดใช้
  • เวลาที่ฉันต้องชดใช้มาถึง ฉันตั้งท้องลูกคนแรกตอนอายุ 17 เมื่อฉันเจ็บท้องคลอดจึงโทรบอกแฟนว่าให้มารับไปโรงพยาบาล แต่ตอนนั้นทั้งแฟนและพี่ชายทำอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูติดต้องไปส่งผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในขณะนั้น ฉันจึงต้องวานให้ลุงข้างบ้านพาไปส่งเมื่อไปถึงฉันกลับยังไม่คลอดต้องนอนโรงพยาบาลสามวันสามคืนจนสุดท้ายหมอต้องเจาะน้ำคล่ำเพื่อเร่งคลอด แต่ก็ไม่สามารถคลอดเองได้หมอลงความเห็นว่าต้องผ่า เมื่อฟื้นจากยาสลบแฟนบอกฉันว่าลูกเราอยู่ ICU นะ  ภาพเหตุการณ์ที่ทำไว้กับแม่จิ้งเหลนตัวนั้นย้อนเข้ามาในหัว ฉันรู้ตัวแล้วว่าลูกของฉันคงไม่รอดและก็เป็นเช่นนั้นเจ้าตัวน้อยอยู่ในตู้อบได้เพียง 7 วันก็จากไป...

 

  • บทที่สี่ ซ้ำสอง
  • ฉันท้องลูกคนที่สองตอนอายุ 19 ปีคราวนี้ลูกของฉันรอด..แต่เป็นฉันที่ต้องชดใช้แทนเมื่อผ่าคลอดเจ้าตัวน้อยออกมาได้แล้วฉันมีอาการแทรกซ้อนฉันติดเชื้อและตกเลือดในทันที"หมอคะเลือดออกไม่หยุดค่ะ"นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ได้ยินก่อนฉันจะหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาแขนฉันมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด สายให้เลือด น้ำเกลือ น้ำเหลือง แฟนบอกว่าลูกปลอดภัยนะ ฉันโล่งใจมากที่เจ้าตัวน้อยไม่เป็นอะไร แต่ยังไม่จบเมื่อฉันต้องเจอกับอาการบิดปวดลำไส้ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำขับถ่ายก็ลำบาก ทรมารมากเหมือนลำไส้มันจะขาดเสียให้ได้ หนังฉายเข้ามาในหัวฉันซ้ำสอง เจ้าสลิดตัวนั้นมันคงรู้สึกแบบเรา อโสิกรรมให้ฉันด้วยนะ...

 

  • บทส่งท้าย
  • ฉันต้องทนทุกข์กับอาการปวดบิดทุกครั้งที่ขับถ่าย เผชิญกับอาการนี้ราว 6  ปีเต็มเห็นจะได้และเริ่มบรรเทาเบาบางลงเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่เราเลือกได้ว่าต่อไปข้างหน้าเราจะกระทำสิ่งใดที่เป็นการไถ่โทษได้ ฉันเลิกอาชีพตัดหัวปลาไม่กินปลาเป็นที่ยังดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่ และทำบุญอุทิศให้แก่แม่จิ้งเหลนและเจ้าสลิดตัวนั้นอยู่เป็นนิจ จะไม่ขอเบียดเบียนผู้ใดไม่ว่าคนหรือสัตว์ไปตลอดชีวิต..ทำกุศล

    "เรื่องที่ข้าพเจ้าได้นำมาเผยแพร่นี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจเตือนสติท่านทั้งหลายถึงโทษอันเกิดจากการเบียดเบียนผู้อื่นไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ไม่ควรอย่างยิ่งผลของการกระทำจะส่งผลต่อท่านไม่ต้องรอชาติหน้าหรอกครับ "

 

  • เครดิตภาพโดย=ผู้เขียน