ฉะเชิงเทรา – ทุบตู้เงินด่วน ป่วนเมืองแปดริ้ว ที่หน้าศูนย์ราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะ จนท.พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐาน ด้านชุดสืบสวนเตรียมเปิดวงจรปิดไล่ล่า ชาวบ้านพบระบุเป็นชายวัย 30 ปีเศษ รูปร่างท้วม สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ออกตระเวนไล่ทุบทรัพย์สินทางราชการอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจสิ่งของมีค่า

วันที่ 28 ก.พ.63 เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุพรรณ พลภักดิ์ รอง ผกก. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้เดินทางลงพื้นที่ไปทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ยังที่บริเวณตู้บริการกดเงินด่วน (ATM) ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณริมถนนเรืองวุฒิ ด้านข้างสำนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา ห่างจากศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา ประมาณ 30 เมตร

เอทีเอ็มถูกทุบ

หลังได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี สวมหมวกกันน็อกคลุมปิดศีรษะ ผิวดำแดง รูปร่างท้วมกำยำ สูงประมาณ 160 ซม. สวมเสื้อสีเขียวแขนยาวแถบสีฟ้า ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีน้ำเงิน ก่อเหตุใช้ก้อนหินทุบหน้าจอของตู้บริการเงินด่วน (ATM) จนได้รับความเสียหายยับเยิน

Advertisement

Advertisement

ศาลากลางจังหวัด

ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไปผ่านเส้นทางถนนสุขเกษม ด้านหน้าศาล จ.ฉะเชิงเทรา โดยที่ไม่ได้มีการงัดแงะ เพื่อต้องการนำเอาทรัพย์สินหรือเงินสดที่บรรจุอยู่ภายในตู้ไป

ทุบหน้าจอแหลก

หลังการตรวจสอบ พบความเสียหายที่บริเวณกระจกด้านหน้าจอภาพแตกละเอียด จนมีเศษกระจกนิรภัยของจอตู้เอทีเอ็มแตกออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ ตกลงมากองอยู่ที่พื้นด้านหน้าตู้เป็นจำนวนมาก โดยมีช่างและเจ้าหน้าที่ของทางธนาคาร ระบุว่า ตู้กดเงินด่วนดังกล่าวนี้ เป็นตู้รุ่นใหม่เอี่ยมที่มีหน้าจอเป็นระบบสัมผัส หรือทัชสกรีน เพิ่งนำมาลงทำการติดตั้งผ่านมาได้เพียงประมาณ 2 เดือนเศษ เมื่อช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งพบความเสียหายเป็นหน้าจอแตกละเอียด และหน้ากากตู้ได้รับความเสียหายด้วย

Advertisement

Advertisement

แตกละเอียด

ขณะเดียวกัน แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวแบบรถเข็น ซึ่งเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 08.10 น. ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สวมหมวกกันน็อก ขับรถมาจอดที่ริมถนนด้านหน้าตู้โทรศัพท์ จากนั้นได้ใช้ก่อนหินที่เตรียมมาทุบไปที่บนเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ ประมาณ 4- 5 ครั้ง อย่างแรงจนเกิดเสียงดัง

ก้อนหินที่ใช้ก่อเหตุ

จากนั้นได้เดินลงไปขยับรถเลยไปอีกประมาณ 6 เมตร ก่อนที่จะเข้าไปใช้ก้อนหินทุบลงไปยังที่ตู้ เอทีเอ็ม อีก 4-5 ครั้งอย่างแรง จนได้ยินเสียงกระจกแตกร่วงลงมา ก่อนที่คนร้ายจะขับรถหลบหนีไป โดยที่ไม่ได้เอาอะไรจากตู้เอทีเอ็มไป แม่ค้าผู้เห็นเหตุการณ์ระบุ

Advertisement

Advertisement

ทุบตู้โทรศัพท์ก่อน

ด้าน พ.ต.ท.สุพรรณ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร และหลังจากการก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไปในทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจต่อทรัพย์สิน หรือทำการงัดตู้เอทีเอ็ม ซึ่งจะได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามดูเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดตามรายทาง เพื่อติดตามจับกุมนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป พ.ต.ท.สุพรรณ กล่าว

ตรวจที่เกิดเหตุ

เศษกระจก ตกลงพื้น