คิดถึง น้ำลอยดอกไม้

            เมื่อถึงเดือนเมษา นั่นไง พอเอ่ยมาก็เข้าโหมดเพลงลูกทุ่งสนุกสนานกันเลยทีเดียว ไม่ใช่จะมาร้องเพลงให้ฟังหรอกเพราะร้องทีไร ไม่จบเพลงสักที แต่ที่เอ่ยถึงเดือนเมษายนเพราะเดือนนี้เป็นเดือนที่หลายคนรอคอย คนต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ก็รอกลับบ้านเกิดเมืองนอนในช่วงกลางเดือนนี้ ความชุ่มชื่นในหัวใจของคนที่จากบ้านมานานนับปีกว่าจะได้กลับสักครั้งซึ่งเวลาอันเหมาะเจาะก็คงไม่พ้นเดือนเมษายน มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ได้ไปกราบพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ทำบุญตรุษสงกรานต์ สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ ได้พบปะเพื่อนบ้าน เพื่อนฝูง มีความสุขกันตามแบบฉบับคนบ้านนอกอย่างเราๆ

ทำบุญวันสงกรานต์

            กิจกรรมในวันสงกรานต์ หากเป็นในสมัยก่อน นับย้อนไปประมาณ 50 ปี เทียบกับชีวิตคนก็เกินครึ่งคนไปแล้ว เมื่อก่อน วันสงกรานต์หลังจากทำบุญบนศาลาวัดเรียบร้อยแล้ว กินอาหารหลังพระฉันกันอิ่มหนำสำราญแล้ว บางคนกลับบ้านก่อน ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมเล่น เล่นอะไร เล่นการละเล่นที่ทำแบบง่ายๆ เช่น ลูกช่วงหรือ ช่วง เป็นการละเล่นอีกอย่างหนึ่งที่คนสมัยโน้น คิดกันขึ้นมาโดยใช้หมอนยัดนุ่น รูปสี่เหลี่ยม พูดง่ายๆ ก็หมอนหนุนนอนกันนั่นแหละ ใครก็ได้ เสียสละหมอนมาเล่นสักวัน ไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใช่นำหมอนที่หนุน แต่เป็นการเย็บหมอนใหม่ ใบเล็กกว่าหมอนหนุน เพื่อให้ง่ายกับการจับถือเวลาเล่น

Advertisement

Advertisement

            วิธีเล่นช่วง ไม่ยาก แค่แบ่งฝ่ายเป็น 2 ฝ่ายหรือ 2 ข้าง แต่ละฝ่ายมีสมาชิกมากกว่า 2 คนขึ้นไปหรือถ้าไม่มีใครเล่นก็แบ่งฝ่ายละ 2 คนก็ได้ เมื่อแบ่งฝ่ายเสร็จแล้วใช้ไม้ยาวๆ หรือ ก้อนดิน ก้อนหิน แบ่งเขต ให้อยู่กันคนละด้าน ทิ้งระยะห่างจากเขตประมาณ 3 เมตรถึง 4 เมตร ให้ห่างๆ กันไว้ แล้วเริ่มเล่น เป่ายิ้งฉุบกันก่อนว่าฝ่ายไหนจะได้โยนลูกช่วงก่อนกัน ให้หัวหน้าทีมเป็นคนโยนก่อน โยนให้อีกฝ่าย ถ้าฝ่ายโน้นรับได้ให้รีบขว้างลูกช่วงใส่ฝ่ายที่โยนลูกช่วงไปให้ ถ้าลูกช่วงถูกตัวใคร ฝ่ายนั้นต้องไปอยู่รวมกับฝ่ายที่ขว้าง จะสลับกันจนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเหลือเพียงคนเดียวก็หมายถึงแพ้

Advertisement

Advertisement

            นอกจากช่วง ยังมีทอยสะบ้า มอญซ่อนผ้าและอีกหลายๆ กิจกรรมที่คิดและนำมาเล่นในวันที่ 13-14-15 เมษายน  3 วันที่มีความสุข หยุดการทำงานทุกอย่าง ทำบุญกันทั้ง 3 วัน เมื่อก่อนจะสรงน้ำพระวันสงกรานต์ลงซึ่งจะเป็นวันที่ 13 เมษายนของทุกปีแต่มาในสมัยปัจจุบันมักจะสรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่วันสุดท้ายของสงกรานต์ ถ้าหมู่บ้านไหนจัดเลยวันที่ 15 ก็จะสรงน้ำพระวันสุดท้ายอาจจะเป็นวันที่ 16 ก็ได้ และวันสุดท้ายของวันสงกรานต์ หลังจากทำบุญเสร็จแล้ว กินข้าวกินปลากันเรียบร้อย ตอนบ่ายเริ่มพิธีสรงน้ำพระตามด้วยรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าเพื่อขอพรให้ลูกหลานเจริญๆ ในหน้าที่การงาน ให้สุขภาพแข็งแรง ลูกหลานก็อวยพรผู้เฒ่าผู้แก่ให้อายุมั่นขวัญยืนอยู่กับลูกๆ หลานๆ ไปนานเท่านาน

Advertisement

Advertisement

รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่

            วันสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่นี่แหละ ทุกคนจะมีขันเป็นส่วนตัว ของใครของมัน ในขันมีน้ำใสสะอาด ลอยด้วยดอกไม้ เด็ดเฉพาะกลีบ มีทั้งกุหลาบ ดาวเรือง มะลิ คูน เล็บมือนาง พุดขาว บางบ้านมีดอกไม้ไม่มาก ใช้แค่มะลิกับดาวเรือง เพียงแค่นี้ก็ชื่นใจ เหยาะด้วยน้ำอบไทยให้กลิ่นหอมรื่นไปอีก

ดอกคูน บานสะพรั่งช่วงสงกรานต์

            น้ำในขันพร้อมสรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำเพียงเล็กน้อยที่ไหล่องค์พระหรือที่มือของท่านแล้วจึงสรงน้ำพระสงฆ์ตามด้วยรดน้ำญาติผู้ใหญ่ รับพรจากพระพร้อมจากผู้สูงวัยไปพร้อมๆ กัน พอเสร็จพิธีสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เวทีรำวงเริ่มอย่างเป็นทางการ จังหวะรำวง สามช่า ช่าช่าช่า ตะลุง และอีกหลายๆ จังหวะหมุนวนในเวทีพื้นดินซึ่งล้อมด้วยเชือก กั้นให้เป็นเวทีรำวง ง่ายๆ

เวทีรำวงแบบง่ายๆ

 ระหว่างนี้สนุกสนานด้วยแป้งประหน้าซึ่งจะใช้เม็ดดินสอพองผสมน้ำถูๆ ใส่มือแล้วป้ายหน้าคนโน้น คนนี้ เฮฮาร่าเริงกันไป สงกรานต์จบลงอย่างอิ่มเอมเมื่อตะวันคล้อยบ่ายเย็น บางหมู่บ้านเล่นกันถึง 5 โมงเย็นหรือเลยไปถึง 6 โมงเย็นโน่นทีเดียว...แต่ปีนี้ เราทำได้แค่คิดถึงเท่านั้น...แต่...แต่...ถ้าโควิด – 19 จบสิ้นเมื่อไหร่ สงกรานต์เลยเดือนเมษา คงมา...คิดถึง น้ำลอยดอกไม้...

น้ำลอยดอกไม้

                                                                                                                                                                                                                                                            ริมป่า

ภาพทุกภาพโดยผู้เขียน