ในเอเชียของเราเรื่องศิลปะการแสดงมีหลากหลายประเภทมากมายที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ผู้เขียนจะพาไปรู้จักศิลปะการแสดงประเภทหนึ่ง ที่หาดูได้ยาก และเป็นการแสดงที่แปลกตาหาดูชมกันได้ที่ประเทศญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวเท่านั้น นั่นก็คือละคร

คาบูกิ

CR : ที่มาภาพจากเว็บไซต์โหลดภาพฟรี >>https://pixabay.com/

"คาบูกิ" ซึ่งเป็นการแสดงที่มีพื้นฐานอยู่บนศิลปะของการร้องเพลง และการเต้น จะเห็นได้จากตัวอักษรคันจิของคำว่า คาบูกิ "歌舞技" ที่ตัวอักษรตัวแรกนั้นแปลว่า ร้อง ตัวที่สองแปลว่า เต้น และตัวสุดท้ายตัวที่สามแปลว่า ความสามารถ คาบูกินั้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็คือการแต่งหน้าทาปาก การเคลื่อนไหวเวลาเต้นจะกระฉับกระเฉงและแสดงออกในรูปแบบอารมณ์ทางหน้าตาอย่างชัดเจน เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ของคาบูกิจะแสดงเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่น หรือสังคมของพวกซามูไร

Advertisement

Advertisement

"คาบูกิ" เริ่มจากการแสดงของสตรีนางหนึ่งที่ชื่อ โอคูนิ น่าจะอยู่ราว ๆ ปี พ.ศ. 2146 ประมาณ 417 ปีที่แล้ว โอคูนิได้แสดงตามวัดต่าง ๆ ในเกียวโต เพื่อนำเงินที่ได้ไปบำรุงวัดที่ถูกไฟไหม้ ต่อมาการแสดงของโอคูนิเป็นที่นิยมอย่างมาก จึงได้เปลี่ยนจุดมุ่งหมายมาเป็นการแสวงหากำไรและได้แพร่หลายมาจนถึงเมืองเอโดะ โดยเฉพาะพวกชนชั้นกลงและชาวบ้านต่างชื่นชอบมาก

คาบูกิ

CR : ที่มาภาพจากเว็บไซต์โหลดภาพฟรี >>https://flickr.com/photos/

ระยะหลัง ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ห้ามไม่ให้ผู้หญิงประกอบการแสดงทุกชนิด สืบเนื่องจากในภายหลัง "คาบูกิ" กลายเป็นแหล่งของการค้าประเวณีและเป็นแหล่งมั่วสุมของหญิงบริการ จึงทำให้ผู้ชายที่มีใจเป็นหญิงเริ่มหันมาแสดงคาบูกิ พูดกันตามภาษาชาวบ้านก็เป็นกระเทยนั่นเอง ถึงยังไงรัฐบาลก็ยังสั่งห้ามแสดงคาบูกิ จึงทำให้เจ้าของกิจการโรงน้ำชาและโรงละครต้องต่อรองกับรัฐบาล จึงได้มีเงื่อนไขให้ศิลปินนักแสดงต้องโกนศีรษะด้านหน้าให้เหมือนผู้ใหญ่  และห้ามแสดงส่อในทางที่ไม่สมควร นักแสดงทุกคนจึงต้องพัฒนาการแสดงโดยต้องเล่นตามบทบาทตัวละครนั้น ห้ามนอกนอกลู่นอกทาง ก็คือห้ามแสดงตามใจตัวเองนั่นเอง ต่อมาถูกพัฒนาจากการเรียนแบบละคร "โน" ในรูปแบบบทละครสำหรับคาบูกิโดยเฉพาะ

Advertisement

Advertisement

ต่อมาในสมัยปลายยุคเอโดะ มีการแสดงรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้คาบูกิปรับการแสดงโดยการสอดแทรกความบันเทิงเพิ่มขึ้น เช่น มีการทรมานปีศาจ โสเภณี เป็นการแสดงสะท้อนรสนิยมของชนชั้นต่ำ จึงเป็นเหตุผลทำให้ช่วงการปฏิรูปประเทศในยุคเมจิ คาบูกิต้องเปลี่ยนรูปแบบการแสดงเน้นความสวยงามด้านเทคนิคบนเวที ดนตรี เนื้อเรื่องต้องตลก ๆ เบาสมอง เพราะว่ารัฐบาลเมจิจะรัดกุมด้านศิลธรรม

Advertisement

Advertisement

บทบาทของตัวแสดงหลัก ๆ ของคาบูกิมีอยู่ 3 แบบด้วยกันก็คือ

     1. อาราโงโต บทต้องแสดงเป็นผู้มีอำนาจ เสียงดัง ๆ สื่อถึงการเป็นวีรบุรุษ
     2. วาโงโตะ จะแสดงตรงกันข้ามกับอาราโงโตะ เป็นคนเรียบร้อยละเอียดอ่อน ลักษณะนิสัยแบบชาวบ้านธรรมดาสามัญ
     3. ออนนากาตะ  บทผู้หญิง 

ซึ่งส่วนใหญ่นักแสดงคาบูกิจะเป็นผู้ชายล้วน สามารถเข้าถึงบทบาทได้ดีแถมยังเป็นธรรมชาติ ซึ่งบท ออนนากาตะ มักจะเป็น ผู้หญิงสูงศักดิ์ และเกอิชา

ความสำคัญของการแสดงละครคาบูกิ

"คาบูกิ" เป็นละครที่เก่าแก่และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นักแสดงคาบูกิส่วนใหญ่จะแสดงในละครทีวีของญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ก็มีนักแสดงที่รับบทออนนากาตะมักจะได้รับบทบาทเป็นผู้หญิงในละครทีวีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคาบูกิอีกด้วย

คาบูกินยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ว่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2548 ปัจจุบันคาบูกิยังได้รับความนิยมไปหลายประเทศทั่วโลกพร้อมกับกระแสวัฒนธรรมญี่ปุ่นต่าง ๆ ขนาดในการ์ตูนก็ยังมี ทั้งแบบมังงะ และอนิเมะ ร่วมไปถึงภาพยนต์อีกด้วย

การแต่งกายในการแสดงคาบูกิ มักได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมาก ในอดีตมีการเลียนแบบกิโมโน ที่ตัวละครในคาบูกิส่วมใส่กันซึ่งในปัจจุบันเราพบเห็นกันในเครื่องแต่งกายที่มีอิทธิพล หรือแรงบันดาลใจจากคาบูกิ ในเรื่องของลวดลายที่สวยงามของเสื้อผ้าอีกด้วย

คาบูกิ

CR : ที่มาภาพจากเว็บไซต์โหลดภาพฟรี >>https://flickr.com/photos/fukagawa/246805109/


CR :ภาพหน้าปกจากเว็บไซต์ฟรี >https://flickr.com/photos/lensonjapan/8679074379/