ย้อนกลับไปประมาณปี 2537 สมัยนั้นผมยังเรียนช่างกลอยู่ที่เเห่งหนึ่งซึ่งเลยจากหอนาฬิกาจังหวัดนนทบุรี มาประมาณ 500 เมตร ช่างกลเเห่งนี้มี 2 เขตคือ เขตเหนือและเขตใต้ ผมเรียนเขตใต้ โดยนับถือองค์พระวิศนุนั่งบนทั่ง และด้านหลังติดแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเเม่ไทรงาม ที่เด็กช่างรู้จักกันดี ถึงความศักดิ์สิทธิ์ เรียนที่นี้อยู่สองปีเป็นหลักสูตรปวส ที่มีเวลาเรียนตามนั้น อยู่มาวันหนึ่งด้วยความที่ผมเป็นเด็กช่างกลที่ไม่ค่อยยอมใคร เหลือเวลาเรียนอีก 1 อาทิตย์จะจบแล้ว จึงถือธุปเทียนไปกราบไหว้องค์พระวิศนุกรรมที่ประดิษฐ์อยู่ด้านหน้าด้วยใจคิดว่า จะขอพรแต่อะไรไม่รู้มาดลใจผม จึงพูดออกไปว่า ตั้งแต่เรียนช่างกลมาสองปี ยังไม่เคยเจอท่านเลย ขอเจอท่านสักครั้งเถอะ 

องค์วิศนุกรรม                                    ดึกคืนถัดมา ผมอาศัยอยู่บนคอนโดเเถวถนนจรัญสนิทวงค์ ซอย96/1 เมื่อกลับมาห้องก็อานำ้และหลับไปตอนประมาณสามทุ่ม รู้สึกร้อนมากทั้งๆๆ ที่อากาศก็ไม่น่าจะร้อนกว่าจะหลับได้ก็นานพอควร    ฝันครับ ตัวผมยืนอยู่กลางทุ่งกว้าง มีเเสงส่องสว่างมากจากฟ้าลงมา ท้องฟ้ามีก้อนเมฆ ใส สวยงามครั้ง มีจุดเล็กๆๆ บนท้องฟ้า ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆๆ ตรงเข้ามาหาผม เวลานั้นก็ตกใจพอควรครับ แต่เหมือนมีมนต์สะกดยืนนิ่ง เข้ามาเรื่อยๆๆ จนมาลอยตรงหน้าบนท้องฟ้าเป็นผู้ชาย มือถือกระดิ่ง กงจักร หอกและดอกบัว เหลือมือเปล่าหนึ่งมือ ชี้มาที่หน้าผม ใครหะ ชัดเลย ผมตกใจมากครับเหงือแตก แต่สักพักผมสังเกตเห็นรอยยิ้มบนหน้าท่าน ท่านยิ้มเล็กๆๆที่มุมปาก เหมือนมีอะไรบอกในใจว่า ขอโทษท่านสิ  ผมเลยยกมือขึ้นขอโทษ ผมไม่ตั้งใจหลบหลู่เลย ท่านก็สะบัดรถม้าหันหลังกลับขึ้นไปบนฟ้าจนลับขอบฟ้าไป ผมตกใจตื่น นอนไม่หลับทั้งตืนครับ   รุ่งเช้ามาเรียนเอาดอกบัวมาขอขมาท่าน ผมได้เห็นท่านสมใจแล้ว

                                   ต่อมาด้วยพรหมลิขิตหรืออะไรดลใจผมสอบเข้ารับราชการตำแหน่งพนักงานราชการ ย้ายมาทำงานที่จังหวัดจันทบุรี แต่สถานที่ที่ผมเข้าทำงานเป็นวิทยาลัยนาฏศิลปเเห่งหนึ่งซึ่งมีประวัติที่เล่าขานมากมายครับ ที่ได้ฟังคือ ตอนประมาณตีสามจะได้ยินเสียงดนตรีไทยบรรเลง เพลงโหมโรงเย็นดังมาจากอาคารดนตรีทุกวันพระที่พระจันทร์เต็มดวง  ผมมาทำงานได้สามวัน ด้วยความอยากเจอพระฤาษีนารอดครับผู้ประสาทวิชานาฏศิลป จึงไปจุดธุปเก้าดอก หน้าองค์พระคเนศขนาดใหญ่องค์สีดำที่ตั้งอยู่หน้าวิทยาลัยนาฏศิลปว่า ผมอยากพบพระฤาษี  ถัดมาสี่วันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ 

พระฤาษีนารอด

                                   จนมาวันหนึ่งผมต้องอยู่เวรกลางคืนซึ่งผู้ทำงานในระบบราชการที่เป็นโรงเรียนต้องปฏิบัติ ผมเข้ามาอยู่เวลาตอนประมาณสามทุ่ม คืนนี้เเปลกมีลมพัดตลอดเวลาเป็นคืนข้างขึ้นพระจันทร์เต็มดวงทอดยาวลงตามอาคารเรียน ต้นไทรด้านหน้าอาคารเรียนโบกสะบัดไปมาเสียงดัง เเคร๊กๆๆๆ ผมเข้าห้องตอนเวรตอนสี่ทุ่มตื่นขึ้นมาเหมือนมีอะไรไม่รู้ดลใจ เดินออกมาสูบบุหรี ด้านหน้าอาคาร หางตาเหลือบขึ้นไปมองบนอาคาร เห็นเงาผ้าด้านล่างโบกไปมา ด้วยเเสงจันเห็นเลือบๆๆคล้ายๆๆลายเสือ ผมก็ชะโงกขึ้นมอง เห็นเงาทอดเป็นรูปหัวด้านบนของพระฤาษี เสียงผ้าสะบัดเเรงขึ้น คล้ายๆๆว่าท่านจะเดินจากห้องด้านข้างไปอีกห้องหนึ่ง แต่ทำไมไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเลย พอเห็นเท่านั้นละครับ รีบวิ่งเข้าบ้านพักไปนอนคุมโป้งสวดมนต์กลัวท่านจะมาให้เห็นเเบบชัดๆๆ 

เเท่นศรีษะโขน

                                   รุ่งเช้าผมก็ไปสอบถาม ครูที่สอนทางนากศิลปท่านหนึ่งว่า ห้องที่ท่านเข้าไปคือ ห้องอะไร เขาบอกว่า อ๋อ ห้องที่ท่านออกมาคือห้องเก็บศีรษะโขนใหม่เพิ่งย้ายมาจากห้องที่ท่านเดินกลับไป นั้นคือห้องเดิมที่ท่านอยู่ และผมก็ไปเล่าเรื่องนี้ให้ท่านผอ คนเดิมได้ฟัง ผอท่านบอกว่า คุณโกหกเปล่า ผมก็ตอบว่า โกหกแล้วไม่ได้อะไร ปะฉันอยู่ที่นี้มาสามสิบปี ไม่เคยเจอ คุณทำงานสามวันพบพ่อเเก่แล่ว ไอ้หนุ่มเอ่ยโชคดีแล้ว ชีวิตหนุ่มไม่ตกอับแน่นอน ผอ รับประกัน พ่อเเก่ท่านต่อชีวิตให้หนุ่มแล้ว  สาธุครับ 

เเหล่งที่มาของภาพ

ภาพศรีษะพ่อแก่ จากเว็ปเพจ AjeanThus 

ภาพเครื่องตั้งศรีษะโขน จากนากศิลปเเผ่นดินไทน

ภาพเทพบนท้องฟ้า จากเรื่องพระราม                                      

         ขอขอบพระคุณเเหล่งที่มาของภาพครับ