“อุ้มผาง” เป็นชื่ออำเภอหนึ่งในเขตจังหวัดตาก หากจะให้พูดถึงอุ้มผางแล้วล่ะก็สิ่งที่นึกถึงเป็นอย่างแรกเลยก็คือ ...ความห่างไกล และ โค้งกว่า 1219 โค้ง ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะเข้ามาถึงง่ายเลยแต่ความพิเศษของมันคือธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งนี้นั่นเอง ธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์และน่าหลงใหล

การมาอุ้มผางครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อมาเที่ยวเท่านั้น แต่จุดประสงค์หลักคือการมาเป็น #จิตอาสา ที่นี่มีโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนน่ารัก ๆ รวมตัวกันอยู่ หลายคนต้องเดินทางมาไกลเพื่อที่จะได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน บ้างก็ขึ้นรถมาเรียน บ้างก็เดินเท้ามา พวกเราเหล่าจิตอาสาที่เพิ่งได้พบเจอกันครั้งแรกนั้นจึงรวมตัวกันไปมอบขนมและของใช้ต่าง ๆ ให้กับนักเรียนที่นั่น

การรวมตัวแบบเฉพาะกิจนี้ เกิดขึ้นในนามของ “กฤษณ์อาสา” กลุ่มคนผู้มีจิตอาสาอยากออกมาช่วยเหลือผู้อื่น คนกลุ่มนี้มีที่มาต่างกัน หลากหลายอาชีพ การอยู่ร่วมกันตลอด 3 วันนั้น ได้สร้างมิตรภาพให้กับคนในกลุ่ม เรารวมตัวกันที่กรุงเทพฯเพื่อเดินทางไปที่ จ.ตาก โดยรถตู้ ณ เวลาประมาณ 4 นาฬิกา ความมืดยังคงปกคลุมรอบบริเวณบวกกับถนนที่โค้งไปมาและระยะเวลาในการอาศัยบนรถหลายชั่วโมงทำให้เหล่าผู้โดยสารต่างหลับใหลเนื่องจากความเหนื่อยล้า พวกเราทุกคนหารู้ไม่ว่าในอนาคตอันใกล้กำลังจะเกิดอุปสรรคขึ้น รถที่นั่งอยู่เริ่มส่ายไปมาบวกกับมีกลิ่นไหม้ และเป็นไปตามที่ทุกคนคาด รถคันที่เรานั่งมานั้น...เสีย พวกเราทุกคนซึ่งประกอบไปด้วยผู้หญิง 9 คน และผู้ชายอีก  1 คนจึงต้องลงไปช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางเพื่อรอการช่วยเหลือ

Advertisement

Advertisement

และหลังจากผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยกัน ทั้งรถเสีย โค้งที่มากกว่าพันโค้ง เมารถต่าง ๆ เราก็มาถึง...เมื่อมาถึงโรงเรียนน้อง ๆ ก็ต่างเข้ามาช่วยขนของต่าง ๆ ลงจากรถ หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้พูดคุยเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เราไม่ได้มีภารกิจเดียว อีกหนึ่งภารกิจของเราคือการไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออกเพื่อไปให้กำลังใจเหล่าเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งศึกษาเกี่ยวกับการทำโป่งเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

ทำกิจกรรมมอบของให้โรงเรียนกิจกรรมทำโป่งเทียมรูปรวมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

หลังจากภารกิจต่าง ๆ เสร็จสิ้น เวลาที่เรารอคอยก็มาถึง...ได้เวลาเที่ยวแล้ว!!!

“น้ำตกทีลอซู” คือชื่อของจุดหมายของการเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้ แต่ก่อนที่จะไปถึงน้ำตก เราจะต้องทำกิจกรรมนี้กันก่อนนะทุกคน

“การล่องเรือยาง” เรือยางที่นี่จะนำเราไปพบกับธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ เหล่าต้นไม้สีเขียวที่ขึ้นตามหินผากับลำน้ำที่ทอดตัวยาวไปไกลสุดตา แต่นอกจากความเงียบสงบและความเป็นธรรมชาติแล้วนั้น สิ่งที่เราพบเจอตลอดเส้นทางเลยคือเรื่องของ “น้ำที่เข้ามาในเรือยาง” ของเรา ตักจ้า ตักออกมือเป็นระวิงเลยจ้า เผลอเป็นไม่ได้ เผลอแป๊บเดียวก็เปียกก้นเฉยเลย แต่ช่วงที่เผลอนั้นก็คุ้มนะ เพราะเราเผลอไปเจอกับ “น้ำตกสายรุ้ง” ยังไงล่ะ น้ำที่ไหลลงมากระทบกับเบื้องล่าง เกิดเป็นละอองน้ำเมื่อเราล่องเรือผ่าน ให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย สดชื่น นอกจากนั้น สายรุ้งที่ทอดตัวลงมาทำให้มองจนเพลินตาเลยเชียว

Advertisement

Advertisement

น้ำตกสายรุ้ง

หลังจากล่องเรือยางไปสักพัก เราก็ขึ้นไปพักกันที่ “บ่อน้ำร้อน” ที่แห่งนี้ได้ซ่อนตัวอยู่กลางป่า มานั่งแช่เท้าให้ผ่อนคลายหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ กันทั้งวัน เป็นทั้งการบริหารกายและใจไปพร้อม ๆ กันเลยล่ะ!

บ่อน้ำร้อน

และหลังจากนั้นก็ถึงจุดหมายของเรา... “น้ำตกทีลอซู” ยังไงล่ะ ก่อนจะไปถึงน้ำตก เราจะต้องเดินไปตามทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร 

ป้ายบอกทาง

ซึ่งสำหรับเรามันไกลมากคุณคะ กว่าจะเดินไปถึงก็คือขาลาก แต่เมื่อถึงเราก็ได้พบกับ...

น้ำตกทีลอซู

วิวที่สวยงามแบบนี้ไง น้ำจากเบื้องบนที่ไหลลดหลั่นกันลงมาถึงเบื้องล่าง ไอความเย็นจากน้ำที่ปะทะสู่ใบหน้าทำให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดการเดินทางค่อย ๆ หายไป และหลังจากที่เท้าได้ลงไปสัมผัสกับน้ำเย็น ๆ จากน้ำตก ไล่มาที่ขา ตัว แขน และใบหน้า ความเหนื่อยล้า ความอ่อนแรงทุกอย่างก็ได้สลายหายไปในพริบตา หลงเหลือไว้เพียงความสดชื่นและความสนุกสนานจากกิจกรรมหลังจากนี้...นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า “ธรรมชาติบำบัด” ที่แท้จริง

เครดิตรูปภาพประกอบโดยผู้เขียน

รูปรวมคณะอาสา