แตด แต่ด แต้ด แตด แต่ด แต้ด เพลงเสียงเรียกเข้า  บ่งบอกว่ามีใครสักคน โทรมา  ผมงัวเงีย คว้าโทรศัพท์ พูดกับเพื่อน จำไม่ได้ว่าพูดว่าอะไร  เพื่อนคงรำคาญจึงวางสายไป  ด้วยความเพลียมาหลายคืน ผมยังคงหลับต่อ  แต่ความรู้สึกบ่งบอกว่ามีใครกำลังเรียก    "มิน  มิน  ตื่นๆ ได้แล้ว"

      ผมยังคงนอนต่อแต่ทันใดนั้น น้ำเย็นๆก็พุ่งตรงโดนหน้า โดนร่างกาย ทำให้หนาวสะท้าน ผมดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที ยืนงงสักครู่ “ เห้ยกูอยู่ที่ไหนวะ  เนี่ยมันไม่ใช่บ้านกู”  

     “ยัง  ยืนงงอีก ได้เวลาไปเรียนรู้วิชาภาษาล้านนา  พม่า จากพระอาจารย์   ท่านให้มาเรียกมิน” พี่หานศิษย์พี่มาปลุก 

    “พี่หาน ผมอยู่ที่ไหน  ทำไมต้องไปเรียนด้วย  แล้วนี่ยุคไหน” ทำไมผมไม่คุ้นถิ่น

   พี่หานหัวเราะ “สงสัยจะนอนมากเกิน  พวกเราอยู่ในช่วงปลายปี2307  เป็นสายลับ มีภารกิจแฝงตัว สืบข่าว อยู่เมืองลำปาง  ตามคำสั่งของผู้ดูแลหัวเมืองตาก   เมืองหน้าด่านของอยุธยา

Advertisement

Advertisement

  “ฮะ อะไรนะ ผมเนี่ยนะเป็นสายลับ ไปประจำการที่ลำปางนคร ตกลงคือเรื่องจริงหรือเปล่า ว่าแต่พี่หานสึกจากพระมาตอนไหน” เพราะชีวิตจริงพี่หานบวชได้สามพรรษาแล้ว 

“บวชอะไร บ้านเมืองเกิดวิกฤตแบบนี้ใครจะมีกะจิตกะใจบวชได้   รีบไปได้แล้ววันนิ้อาจารย์ปิดคอร์ทบรรยายวิชาการเอาตัวรอด”  สิ้นเสียวเอ้ยเสียงพี่หาน พวกเราก็รีบเดินทางไปพบอาจารย์ๆก็สอนคาถาอาคมว่าด้วย มหาอุด  แคล้วคลาด  กำบังกาย สาริกาลิ้นรัว นะจังงวย   ภาษาล้านนา  พม่า   วิชาการเอาตัวรอด

      อาจารย์เล่าว่า  ณ.ตอนนี้  ทัพเมืองอังวะมีแม่ทัพฝ่ายเหนือชื่อเนเมียวสีหบดีบดขยี้ดินแดนล้านช้างสำเร็จ เดินทัพต่อไปดินแดนล้านนา  ด้วยกองกำลังที่แข็งแกร่ง ล้านนาคงยากต้านทาน  ยกธงขาวในที่สุด เมื่อยึดล้านนาได้  ในไม่ช้า คงเคลื่อนทัพบุกยึดเมืองลำปาง มองจากรูปการณ์นี้ถึงเวลาที่พวกผมต้องปลอมตัวเป็นพ่อค้า สืบข่าวข้าศึก

Advertisement

Advertisement

      ซึ่งวันนี้พระอาจารย์สอนวิชาเอาตัวรอด หลักใจความคือ ให้หาพื้นที่ปลอดภัย  อย่าทำตัวโดดเด่น สังเกตพฤติกรรมและคำพูด ลองคิดเหมือนข้าศึกว่าจะเผด็จศึกอย่างไร เดินทัพผ่านทางไหนได้บ้าง เมื่อยามจวนตัวจงใช้สติปัญญาหาทางหลบเลี่ยงเอาตัวรอดให้จงได้ 

      อาจารย์เรียกพวกผมเข้าใกล้ ท่องคาถาอาคม เป่าลงบนกระหม่อม  ผมและพี่หานกราบลาอาจารย์  เร่งรีบไปทำภารกิจ  ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่แม่ทัพเนเมียวสีหบดี จัดกองกำลังผสมทางบกและทางน้ำ เคลื่อนทัพสู่ลำปางนคร พระเจ้าตากเคลื่อนพล  ที่ศาลพระเจ้าตากสิน จ.ตาก  (ผู้เขียนถ่ายเอง)

      จากการสังเกตการณ์ สืบข่าวจนถึงหน้าฝน กองกำลังผสมมีกำลังพลเดินเท้าตบจังหวะพร้อมเพรียง ราวทำพิธีสวนสนาม ส่งเสียงดังข่มขวัญชาวเมืองว่า ถ้ายอมท่านอยู่ ถ้าสู้ตายเรียบ ถ้าผมเป็นชาวเมืองคงขี้หดตดหาย  เตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหน  ชาวเมืองลำปางก็ยินยอมเชื่อฟังแม่ทัพเนเมียวสีหบดี  ผมและพี่หานจึงปรึกษากัน พี่หานตัดสินใจขี่ม้าด่วนส่งข่าวแจ้งหัวหน้าหน่วยสืบข่าว

Advertisement

Advertisement

     ครั้นผู้คุมหัวเมืองตากทราบข่าวก็ ประเมินกำลังของตน คำนวน ข้าศึกมีมาก เคลื่อนพลทางบก มีพลทหารราบ ทั้งม้า ทั้งช้าง  และทางน้ำก็หน่วยสะเทือนน้ำสะเทือนบกล่องมาจากแม่น้ำวัง คงขึ้นฝั่งที่บ้านตาก  

       ผู้คุมเมืองตากประเมินความเสี่ยงว่าไม่คุ้มเสีย สั่งการให้กองกำลังของเมืองเคลื่อนพลสู่ อโยธยา  ท่านสั่งผ่านหัวหน้าสืบสวนข่าวให้พี่หานและผมสะกดรอยทัพข้าศึก เพื่อส่งข่าว เป็นระยะๆ     หลังจากนั้นไม่นาน ทัพเนเมียวสีหบดีก็ได้เคลื่อนพลทางบกและทางน้ำ เข้ายึดเมืองตาก และกำแพงเพชรสำเร็จ  ในปลายเดือนกันยายน ปี2308  กองเรือ ของพระเจ้าตาก ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตาก จ.ตาก ผู้เขียนถ่ายเอง

    พวกผมก็ยังสะกดรอยตาม เพื่อสืบข่าวข้าศึกทัพกษัตริย์เมืองอังวะ จนถึงปี2310  กองกำลังข้าศึกมีเพิ่มเป็นทวีคูณ มีทหารสมทบเพิ่มเติมจากเมืองที่ตีแตก ได้แบ่งกำลังทัพใหญ่3ทัพประกอบด้วย แม่ทัพฝ่ายเหนือหลังจากยึดเมืองตาก สถานีต่อไปคือสุโขทัย พิษณุโลก

     แม่ทัพหลวงเคลื่อนทัพจากเมืองเมาะตะมะ เข้าสุพรรณบุรี  ทัพทางใต้ ตีทวาย แบ่งกำลังทหารเป็น2หน่วย หน่วยที่1ยึดเมืองกาญจนบุรี หน่วยที่2ยึดตะนาวศรี ชุมพร เดินทางย้อนมาเพชรบุรี ทัพย่อยทางใต้ทั้ง2หน่วยมารวมกันที่นนทบุรี  มองจากรูปการณ์นี้ทั้ง3ทัพใหญ่มีจุดหมายปลายทาง เพื่อบดขยี้เมืองอยุธยา

     พวกผมซึ่งปลอมตัวเป็นทหารข้าศึก รีบเผ่นแน้บ รายงานข่าวสำคัญนี้แก่พระยาวชิรปราการๆก็ประเมินกำลังรบของอยุธยาว่าคงยากจะต้านทาน ซึ่งท่านตัดสินใจรวบรวมไพร่พลทหารกล้าตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกจากเมืองอยุธยา  กาลต่อมาได้ทำการรวบรวมไพร่พลสู้ศึกกับข้าศึก และเป็นกษัตริย์นักรบรวบรวมหัวเมืองที่ระส่ำระสายให้เป็นปึกแผ่นพระเจ้าตาก วางแผนปรึกษาการรบ ถ่ายเองที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตาก จ.ตาก

     แตด แต่ด แต้ด แตด แต่ด แต้ด ผมงัวเงียรับสาย

    “ฮัลโหล ยังไม่ตื่นอีกเหรอ” หลวงพี่หานโทรมาอีกครั้ง 

    “อ้าวหลวงพี่เหรอ เมื่อเช้าโทรหาหรือเปล่า”   ผมมึนงงและสับสนว่าอันไหนคือจริง ฝัน

    “โทรมาตั้งแต่เช้าแล้ว ถามว่าโยมเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม” หลวงพี่หานพูด  หลังจากนั้นผมก็พูดคุยหลายเรื่องจนวางสายไป

       ผมครุ่นคิด ทำไมเราฝันอะไรเป็นตุเป็นตะแบบนี้   ลองคิดทบทวนความฝันอีกครั้ง  ยังมีฉากสำคัญอีกหนึ่งคือ ข้าศึกระแคะระคายว่ามีหน่วยสอดแทรมจึงสั่งให้ค้นตัวทหารทุกคน ผมและพี่หานจึงหนีเข้าป่า ช่วงจวนตัวพวกผมจึงท่องคาถากำบังกาย   ความตื่นเต้นทำให้ผมท่องคาถาผิด จากกำบังกาย เป็นสาริกาลิ้นรัว ทหารข้าศึกจำนวนสิบนาย มองตาผม  หวานหยาดเยิ้ม จ้องมองมาทางประตูหลัง  ความเสียวจากทวารหลังแล่นขึ้นสมองอย่างเฉียบพลัน   

       ทันใดนั้นทหารต่างวิ่งกรู ล้อมหน้าล้อมหลัง  ช่วงจังหวะนั้นผมนึกถึงคาถานะจังงวย สั่งทหารให้หยุดนิ่ง ผมรีบโกยแบบไม่คิดชีวิต โอ้รอดได้อย่างหวุดหวิด   ผมและพี่หานรีบเดินทางไปสมทบกับทหารของพระยาวิชรปราการ

        ผมหัวเราะ นี่เราถ้าจะเพ้อเจ้อ แต่ก็ขอลองไปหาอ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเสียกรุงศรีอยุธยาดูเสียหน่อย เห้ยปี2308 มันปีเดียวกันกับที่ผมฝัน  มันช่างบังเอิญเสียจริง  เห้ยมันต้องมีอะไรสักอย่างสิ  ทำให้เราฝันแบบนี้  แต่เอ๊ะ คำแนะนำของพระอาจารย์ที่สอนว่าเมื่อยามจวนตัวจงใช้สติปัญญาหาทางหลบเลี่ยงเอาตัวรอดให้จงได้   ก็จริงนะเกือบโดนทะลวงประตูหลัง    ผมหัวเราะ  ถ้าไม่พลิกแพลงแก้ไขก็ไม่สามารถผ่านพ้นเรื่องร้ายๆพระเจ้าตากตีฝ่าวงล้อมข้าศึก  ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตาก จ.ตาก ผู้เขียนถ่ายเอง       ความฝันบางทีก็เป็นสิ่งที่เราคิดกังวลใจ  เกิดจากการจินตนาการที่ปรุงแต่ง  ความเจ็บป่วยทางร่างกาย  อยากเป็นโน่นเป็นนี่  มองในแง่นี้คือการระบายออกของความเครียดอย่างหนึ่ง      ความฝันก็อาจให้คำแนะนำให้เราใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังตัวมากขึ้น   แต่บางทีก็อย่าไปอินกับความฝันมากเกิน ชีวิตจริงคือเราลืมตาเพื่อมาต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

       อืม แล้วทำไมหนอ เราถึงผูกเรื่องราวประวัติศาสตร์ได้   อืมอาจเพราะผมประทับใจในวีรกรรมความห้าวหาญของพระเจ้าตากสินมหาราช  ได้ท่องเที่ยว เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆที่พระองค์ทรงเคยประทับ  เคยผ่านเส้นทาง กับเพื่อนที่เป็นนักประวัติศาสตร์ด้วยเหตุนี้กระมังถึงทำให้เราฝันการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี  ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตาก จ.ตาก ผู้เขียนถ่ายเอง