ทุกครั้งที่รถเหยียบย่างเข้าตัวเมืองสุพรรณบุรี สิ่งที่ตั้งเด่นเป็นสง่า สะดุดตาเราเสมอ คือ หอคอยสูง ๆ มีกระจกรอบตัวอาคารสูงนั้น เราได้แต่มองแต่ไม่เคยมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมสักครั้งว่าเป็นอย่างไร วันนี้จึงถือโอกาส ตอบสนองความอยากรู้ของตัวเองเสียหน่อย เสาะหาความเป็นจริงว่าอาคารสูงดังกล่าวคือสถานที่ที่เรียกว่าอะไร ลองขับรถตรงเข้าไปในทิศทางนั้นมองป้ายบอกทางระหว่างทางไป จะเห็นป้ายบอกทางสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เดาดูก็รู้ว่า อาคารสูงดังกล่าวน่าจะมีชื่อเรียกว่า "หอคอยบรรหาร-แจ่มใส" ซึ่งไม่เป็นที่แปลกใจสักนิดเลยกับชื่อของหอคอยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีแห่งนี้  เมื่อขับรถไปตามทางลูกศรป้ายบอกทาง ซึ่งมีบอกให้เห็นเป็นระยะชัดเจนดี แต่ก็ไม่วายที่จะขับเกือบเลยทางเข้า เพราะว่าทางเข้าของหอคอยบรรหารแจ่มใสที่เราเจอนั้น เป็นประตูรั้วสีขาวธรรมดา  ลักษณะเหมือนประตูรั้วของบ้านคนทั่ว ๆ ไป จนผู้ร่วมทริปต้องถกเถียงกันอยู่พักใหญ่จึงได้ตัดสินใจเลี้ยวเข้าตามทางมา เมื่อผ่านประตูรั้วมาตามทางไม่กว้างนักเข้ามา เราก็จะเจอซุ้มเก็บค่าธรรมเนียมค่าเข้านั่นทำให้เราแน่ใจว่าไม่ผิดทาง อัตราค่าเข้า ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท จากนั้นก็จะผ่านเข้ามาเจอลานกว้างเป็นที่จอดรถ เล่นเอาประหลาดใจอยู่เหมือนกันที่เห็นทางเข้าเป็นทางไม่ใหญ่โตมาก แต่พอหลุดเข้ามาในพื้นที่หอคอยแล้ว โอ้โห! ไม่ธรรมดาเลย มาทราบเอาทีหลังว่า หอคอยบรรหาร-แจ่มใสนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกันกับสวนเฉลิมภัทรราชินี ซึ่งมีพื้นที่ถึง 17 ไร่ จึงทำให้มีทางเข้าหลายทาง ทางเข้าที่เราใช้วันนี้คงไม่ใช่ทางเข้าหลักจึงมีลักษณะไม่ชัดเจนอย่างที่เห็น แต่เป็นทางเข้าที่ใกล้กับหอคอยบรรหารมากที่สุด เพราะสามารถจอดรถและเดินไม่ไกลก็เข้าตัวอาคารหอคอยได้แล้ว หอคอย

Advertisement

Advertisement

และแล้วเราก็มาถึง "หอคอยบรรหาร-แจ่มใส" หอคอยที่ฉันได้แต่จด ๆ จ้อง ๆ มาวันนี้ได้มาเยือนกันเสียที จากเอกสารแนะนำสถานที่ที่ได้แจกให้ผู้มาเยี่ยมชมได้รับนั้น ได้บอกไว้ว่า "หอคอยบรรหาร-แจ่มใส"นี้มีความสูงถึง 123.25 เมตร มีทั้งหมด 4 ชั้น และมีชั้นสำหรับชมวิวในระดับสูงสุดที่ 78.75 เมตร จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะสะดุดตากับเจ้าหอคอยแห่งนี้

ภายในอาคารชั้นที่ 1 มีภาพจิตรกรรมขุนช้างขุนแผน ให้เราได้เดินชม เป็นภาพวาดบ้าง ภาพแกะสลักบ้างโดยมีเนื้อหาแสดงเนื้อหาในบางตอนของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน มีคำบรรยายเขียนบอกเรื่องราวให้เราได้เข้าใจ โดยวางไว้รอบ ๆ เมื่อชมอย่างเพลิดเพลินจนครบแล้วก็มาที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรเข้าชม โดยค่าเข้าชมอาคารจะแบ่งเป็นสองช่วง ดังนี้

Advertisement

Advertisement

ก่อน 18.00น. ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท 

หลัง 18.00น. ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาทมุมมองกล้อง

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะพาเราไปยังลิฟต์ เพื่อพาเราขึ้นไปยังอาคารชั้นที่ 4 ก่อนเป็นลำดับแรก โดยภายในลิฟต์จะมีพนักงานคอยบอกรายละเอียด และประวัติของหอคอยบรรหาร-แจ่มใสแห่งนี้โดยคร่าว ๆ หากเรามาในช่วงเวลาวันหยุด ก็จะมีน้อง ๆ นักเรียนในโรงเรียนภายในจังหวัดสุพรรณบุรี มาทำงานพิเศษ และหาประสบการณ์จากการมาเป็นพนักงานคอยต้อนรับภายในลิฟต์นี้นี่เอง ช่างน่าสนับสนุน และชื่นชมจังหวัดที่ให้โอกาสเด็ก ๆ ได้มาทำงานพิเศษในช่วงวันหยุด จะได้ไม่เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์กล้องส่องทางไกล

เมื่อลิฟต์หยุดทุกคนก็จะมาถึงอาคารชั้นที่ 4 เป็นจุดเอาไว้ให้เราได้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองสุพรรณบุรีผ่านกล้องส่องทางไกล ที่เขาได้วางไว้รอบทั่วทั้งอาคาร แต่ละจุดก็จะสามารถเห็นสถานที่สำคัญต่างกันออกไป และทางเจ้าหน้าที่ก็มีรายละเอียดบอกไว้อย่างดีในแต่ละจุดว่า จุดนี้จะเห็นสถานที่ใดบ้าง ค่าบริการชมภาพด้วยกล้องส่องทางไกล 10 บาท แต่ถึงแม้มองด้วยตาเปล่าด้วยความสูงในระดับนั้นก็ให้ภาพที่งดงามสวยงามมากโขทีเดียว

เดินชม ก้ม ๆ เงย ๆ จากกล้องส่องทางไกลกันจนเป็นที่พอใจแล้วเราก็เดินลงบันไดวนมายังชั้นล่างถัดไปบันไดวน

อาคารชั้นที่ 3 เป็นจัดจำหน่ายของที่ระลึก และสามารถชมวิวรอบอาคารได้ด้วย

อาคารชั้นที่ 2 เป็นที่นั่งพักผ่อน มีร้านขายเครื่องดื่ม อาหารว่าง ไอศครีม ให้เราได้นั่งทานพร้อมชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ อาคารในมุมสูง ถึงแม้ว่าจะนับว่าเป็นชั้นที่ 2 ก็ตามแต่ก็สูงอยู่ไม่ใช่น้อย เรียกได้ว่าสามารถชมความสวยงามของทิวทัศน์โดยรอบอาคารได้ที่ความสูงในแต่ระดับก็สวยงามแตกต่างกันไป เป็นการทานของว่างไปพร้อม ๆ กับวิวสวยงามระดับวิวหลักล้านกันไปเลยวิวสูง

ส่วนหนึ่งที่ทิวทัศน์รอบ ๆ หอคอยบรรหารมีความสวยงามก็คงเป็นเพราะหอคอยนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ของสวนเฉลิมภัทรราชินี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่กว้างขวางและสวยงาม สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 60 พรรษา เป็นสวนสาธารณะที่งดงามด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ มีส่วนของสระว่ายน้ำ มีน้ำพุ ถ้ามาชมเวลากลางคืนจะมีการแสดงน้ำพุดนตรี น่าโรแมนติกชะมัด แต่เสียดายที่คราวนี้เราอยู่ไม่ถึงชมความโรแมนติกนั้น คราวหน้าต้องไม่พลาด คงต้องกลับไปหาคนมาร่วมโรแมนติกก่อนดีกว่า

ใครอยากมาสัมผัสบรรยากาศที่กล่าวมาทั้งหมด อย่าลืมชวนคนข้างกายมาร่วมโรแมนติก พร้อมทั้งได้ผ่อนคลายอารมณ์ และรับความรู้ไปกับสถานที่ที่น่าอัศจรรย์แห่งนี้ "หอคอยบรรหาร-แจ่มใส" ที่ตั้งอยู่ในสวนเฉลิมภัทรราชินีแห่งนี้ เหมือนอย่างฉันที่ไม่ผิดหวังเลยกับทริปตามหาหอคอยสูงครั้งนี้ นอกจากจะได้คลายความสงสัยแล้ว ยังได้ผ่อนคลายอารมณ์อย่างน่าประหลาด การที่เราได้มองออกไปไกล ๆ จากปัญหา มองกว้าง ๆ จากมุมสูงบ้างก็ทำให้เราเห็นอะไรได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สวยงามมากยิ่งขึ้นด้วย มาเติมพลังเติมอารมณ์ไปกับทริปมุมมองที่แตกต่างแบบนี้ก็ช่วยผ่อนคลายได้ดีเหมือนกันนะ

สถานที่ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และสวนเฉลิมภัทรราชินี

เปิดบริการ อังคาร-ศุกร์ 10.00-19.00น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-20.30น.

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3552 2721, 0 3552 4060-4 และสำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี โทร. 0 3551 1987, 0 3551 1021 โทรสาร. 0 3552 2973

ภาพประกอบโดย Buakhow (ผู้เขียน)