“ไปไหมแจ่มจันทร์ ไปเที่ยวสุพรรณบ้านพี่ เมืองสุพรรณบุรีมีของดีมานาน...”  เนื้อเพลงท่อนนี้ เป็นหนึ่งในเพลงอเมซิ่งสุพรรณ ซึ่งขับร้องโดยคุณเสรี รุ่งสว่าง นักร้องชื่อดังลูกหลานชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ว่าจะหนุ่มสาว หรือคนแก่คนเฒ่า หากได้ฟังเพลงนี้แล้ว ต่างก็อยากที่จะมาเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรีกันแทบทุกคน

     วันนี้... สาวสุพรรณอย่างเราขอพาเที่ยวอุทยานมังกรสวรรค์และศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีค่ะ  สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และถือว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาเซลฟี่แล้วนำไปอัพลงโซเชียลอวดเพื่อนๆ กันอย่างแน่นอน

อุทยานมังกรสวรรค์

     อุทยานมังกรสวรรค์และศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักภายในจังหวัดที่สามารถเดินทางต่อไปไหว้หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นเส้นทางสำหรับไปไหว้พระ 9 วัด ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของจังหวัดสุพรรณบุรีอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

     ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

      เมื่อเราเข้ามาถึงบริเวณหน้าอุทยานมังกรสวรรค์และศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว เราก็จะเห็นรูปปั้นมังกรสวรรค์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 20 ปี ขณะที่ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย เป็นอาคารรูปมังกรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในจัดแสดงเป็น “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” โดยนำเสนอเรื่องราวของชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในประเทศไทย รวมไปถึงประวัติศาสตร์และอารยธรรมของจีน ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์ มีค่าเข้าชมคนไทย ผู้ใหญ่ 299 บาท เด็ก 149 บาทชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 499 บาท เด็ก 299 บาท เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีชมฟรีค่ะ

Advertisement

Advertisement

ทางเข้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี     

     ด้านซ้ายของมังกรสวรรค์ จะเป็นศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ภายในมีเทวรูปสลักด้วยหินศิลาสีเขียวทรงสี่เหลี่ยมติดกับผนัง  มี 2 องค์ เป็นรูปสลักหินนูนต่ำรูปพระวิษณุ หรือพระนารายณ์สี่กร สวมหมวกทรงกระบอกทั้ง 2 องค์

แผ่นหินที่สลักเป็นเจ้าพ่อหลักเมือง

           โดยในบริเวณนั้น ก็จะมีจุดสำหรับไหว้เทพยดา ไหว้ฟ้าดิน รวมถึงไหว้มังกรสวรรค์ซึ่งเป็นสัตว์มงคลตามความเชื่อของชาวจีนอยู่หลายจุดเลยค่ะ

จุดไหว้เทพยดา ไหว้ฟ้าดินจุดไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองจุดไหว้มังกรสวรรค์ สัตว์มงคลของจีน     หลังจากไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว เราก็มาเดินชมบริเวณรอบๆ มังกรสวรรค์กันค่ะ โดยรอบๆ นั้นก็จะมีระฆังมหามงคล ที่แขวนไม้มงคลสำหรับขอพร และศาลากลางน้ำ 7 ชั้นด้วยค่ะ

     ระฆังมหามงคล

      ระฆังมหามงคล สร้างขึ้นตามดำริของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปะอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของไทยและเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการไปเห็นเจดีย์ชเวดากองที่ประเทศพม่า จึงได้นำคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและมังกรสวรรค์เดินทางไปถึงแหล่งผลิตระฆัง ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองเซียนโหยว เขตการปกครองพิเศษเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสั่งจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญการหล่อระฆังด้วยกรรมวิธีโบราณ

Advertisement

Advertisement

     โดยระฆังสำริดใบนี้มีสัดส่วนที่เป็นเลขมหามงคลของจีน คือ มีปากกว้าง 2.14 เมตร น้ำหนัก 3.28 ตัน เลขมงคลนี้ทั้งหมดนี้ หมายถึง โชคลาภ วาสนา ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวย ส่วนตัวระฆังนั้นประดับด้วยดอกไม้มงคล 4 ฤดู ได้แก่ ดอกบัว ดอกเบญจมาศ ดอกเหมย ดอกโบตั๋น และตัวอักษรมงคล ฮก ลก ซิ่ว ซึ่งปัจจุบันถือเป็นระฆังสำริดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จึงมีความเชื่อที่ว่า ถ้าหากเคาะระฆังใบนี้แล้วจะดังไปถึงเทพเจ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์ ผู้เคาะก็จะได้รับพร มีโชควาสนา ร่ำร่วยและรุ่งเรืองตลอดไป

ที่แขวนแผ่นไม้มงคลสำหรับขอพร     ถัดจากระฆังมหามงคล ก็จะเป็นจุดที่ให้เขียนคำอวยพรให้คนที่เรารักหรือเคารพลงบนไม้มงคล ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวก็ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้ความเป็นสิริมงคลแล้ว ก็ยังได้ภาพที่สวยงามไปอวดเพื่อนๆ ได้อีกด้วยค่ะ

ศาลากลางน้ำ 7 ชั้น     จุดสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวนิยมมาขอพรกันมากอีกจุดหนึ่ง คือ ศาลากลางน้ำ 7 ชั้นค่ะ ซึ่งในแต่ละชั้นก็เทพเจ้าอยู่ทุกชั้น เช่น เทพเจ้าเต่าทอง  เทพเจ้าสิงโตทอง หรือเจ้าแม่กวนอิมค่ะ และความพิเศษไปกว่านั้นก็คือ ศาลากลางน้ำ 7 ชั้นนี้สามารถดูวิวทิวทัศน์รอบๆ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและมังกรสวรรค์ได้อีกด้วยค่ะ

     การท่องเที่ยวของเราในวันนี้อาจจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้และความเป็นสิริมงคล ถ้าหากใครว่าง อยากให้ลองมาเช็คอินแลนด์มาร์กที่สวยงามของชาวสุพรรณกันเยอะๆ นะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ